ท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้มาตลอดคงจะทราบดีแล้วว่าผมแอบเชียร์ “3 รัฐมนตรีคนนอก” ที่ยอมเสียสละเงินเดือน และความสำเร็จต่างๆในวิชาชีพของแต่ละท่าน...มาช่วยท่านนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล มากกว่ารัฐมนตรีอื่นใดเพราะผมตระหนักดีว่าสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยเราจะต้องเผชิญในครั้งนี้ใหญ่หลวงเหลือเกิน ต้องการคนเก่ง คนดีมีฝีมือจากนอกแวดวงการเมืองมาช่วยฝ่ายการเมืองอย่างยิ่งยวดบัดนี้ “รัฐบาลอนุทิน 2” เข้าบริหารประเทศเต็มตัวหลังจากผ่านการแถลงนโยบายไปแล้วประมาณ 20 วัน...เราลองมาดูกันเสียหน่อยว่าผลงานของคนนอกทั้ง 3 ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?เริ่มจากท่านแรก...รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ถือว่าสอบผ่านสบายมาก โดยเฉพาะผลงานสร้างสัมพันธ์ไมตรีกับโอมานจนเป็นผลให้ เรือไทย อย่างน้อย 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ ถือว่าเป็นผลงานยอดเยี่ยมของท่าน ต้อนรับรัฐบาลใหม่ในขณะที่ท่านรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก็โชว์ได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน เอาแค่การไปพูดจาปราศรัยที่วอชิงตัน ดี.ซี.จนบริษัทจัดเรตติ้งระดับโลกอย่าง “มูดี้ส์” ประกาศเพิ่มแนวโน้ม (Outlook) ของประเทศไทย จาก “เชิงลบ” (Negative) ขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” (Stability) ก็ถือว่าได้คะแนนเกินพอแล้วที่จะสอบผ่านอย่างดีงามในยกนี้หนักที่สุดเห็นจะเป็นท่านที่ 3 ท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่นแหละครับ โดนวิจารณ์แทบทุกเรื่องนับตั้งแต่ได้เข้ามาร่วมในรัฐบาล “อนุทิน” เป็นรอบที่ 2ล่าสุดก็โดนเรื่องไลฟ์สดขายทุเรียน โดยเฉพาะกรณีที่ท่านชวน “พิมรี่พาย” มาไลฟ์สดขาย และพิมรี่พายก็ออกมาประกาศว่าจะขายทุเรียนลูกละ 100 บาท 1 ล้านลูกในวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาคนก็ด่าสารพัด หาว่าคุณศุภจีและคุณพิมรี่พายจะมาทำลายตลาดทุเรียน เพราะชาวสวนขายได้ราคาดีลูกละหลายร้อยบาทอยู่แล้ว จะต้องมาขายลูก 100 บาท...กลายเป็นดราม่าใหญ่โตขึ้นไปอีกมิไยที่คุณศุภจีจะชี้แจงว่าปีนี้ประเมินแล้วผลผลิตทุเรียนจะมากกว่าปีกลายถึง 33 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าล้นตลาด ถ้าปล่อยไปโดยไม่มีมาตรการอะไรมารองรับ ราคาจะตกตํ่าแน่ ชาวสวนเดือดร้อนแน่ท่านจึงหวังจะสร้างกระแสการบริโภคทุเรียนในประเทศล่วงหน้าไว้ พร้อมทั้งเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ให้แก่เกษตรกรด้วยในโอกาสต่อไป โดยการร่วมมือกับ พิมรี่พาย ดังกล่าว ส่วนเรื่องการตลาดอื่นๆก็เตรียมการไว้แล้วที่จะไปลุยเมืองรองของจีนแต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ (ความจริงด่าด้วยซํ้า) ก็ยังไม่เบาลงโชคดีที่ในวันไลฟ์สดขายทุเรียนเมื่อคืน 28 เมษายนของพิมรี่พาย ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด และกลายเป็นไวรัลไปทั่วประเทศ...ข่าวว่ามีผู้ติดตามถึง 7 แสนคนทุเรียนที่จำหน่ายราคา 100 บาทต่อลูก ก็มีจำหน่ายจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่เหลือเธอก็ขายตามราคาที่สมจริงลูกละ 300 บาทบ้าง 500 บาทบ้าง เห็นว่าลูกละหลายพันบาทก็มีเป็นการสร้างกระแสให้ผู้คนอยากรับประทานทุเรียนขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะคุณศุภจีที่เตรียมการไว้สำหรับฤดูกาลนี้ ที่จะมีปัญหาเรื่องล้นตลาดตามมา จึงต้องสร้างดีมานด์หรือความต้องการในประเทศไว้รองรับความสำเร็จของ พิมรี่พาย ทำให้กลุ่มนักวิจารณ์ทั้งหลายถูกเยาะเย้ยถากถางกลับไปตามๆกันว่า ดีแต่วิจารณ์ ดีแต่ด่า ดีแต่ตำหนิ...เห็นไหมว่าผลเป็นอย่างไร?ในขณะที่เสียงชื่นชมว่าท่านรัฐมนตรีศุภจีคิดดีทำดีทำถูกต้องแล้วก็ดังกระหึ่มขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน...ถือว่า “สอบผ่าน” ไปด้วยคะแนนยอดเยี่ยมอีกคนกองเชียร์ข้างเวทีอย่างผมที่ไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใดแอบแฝงอยู่เลย นอกจากอยากจะเห็นประเทศชาติผ่านวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เราเผชิญมาในช่วง 60 ปีนี้ไปให้ได้ก็พลอยโล่งอกไปด้วยสู้ๆต่อไปนะครับ 3 รมต.คนนอก...กองเชียร์ข้างเวทีอย่างผมขอให้กำลังใจและพร้อมจะส่งเสียงเชียร์เต็มที่ตลอดไปครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม