นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนจะให้ความสำคัญกับความรักในช่วงวันวาเลนไทน์ อีกทั้งมองว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักถือเป็นการแสดงความรักอีกรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันได้ กรมควบคุมโรคโดยกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จึงรณรงค์แคมเปญ “Love is All Around ให้รักที่ปลอดภัยอยู่รอบตัวเรา” เน้นย้ำให้มี “รัก” ที่ปลอดภัย ดังนี้ “ให้พกและใช้ถุงยางอนามัย ให้เป็นเรื่องปกติ” โดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับทุกคน ทุกช่องทางด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนที่มีแนวโน้มการเกิดโรคสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลปี 2564 พบวัยรุ่นและเยาวชนอายุ 15-24 ปี กว่า 8,000 คน ติดเชื้อโรคซิฟิลิสและหนองใน และยังพบสัดส่วนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดที่มีเพศสัมพันธ์ เพียงร้อยละ 80.3 และการใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งยังมีอัตราที่ต่ำมาก โดยเฉพาะการใช้ถุงยางอนามัยกับแฟนและคนรัก มีอัตราไม่ถึงร้อยละ 40 และเพื่อให้มีรักที่ปลอดภัย ทั้งนี้ สนับสนุนให้วัยรุ่นและเยาวชน เข้ารับการตรวจคัดกรองเอชไอวีและซิฟิลิสแบบสมัครใจ สามารถศึกษาและประเมินความเสี่ยงได้ที่ แอปพลิเคชันไลน์ : @549vhjtt หรือตรวจคัดกรองโรคหนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส และเอชไอวี ฟรีตลอดเดือน ก.พ.2566 ที่ศูนย์การแพทย์บางรัก โทร.0-2590-3291 และ 0-2286-2465ส่วนสถานการณ์โควิด-19 กับการมีเพศสัมพันธ์ช่วงวันวาเลนไทน์นั้น ที่ผ่านมาก สธ.เคยมีคำแนะนำให้ตรวจเอทีเคก่อนมีเพศสัมพันธ์ แต่ปัจจุบันคนไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมทั้งมีผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ รวมแล้วกว่าร้อยละ 80 ดังนั้นหากมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยก็ทำกิจกรรมต่างๆได้ปกติ.