ฟ้าผ่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เซ็นคำสั่งโยก “ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์” ไปรักษาการอธิบดีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้ “พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล” อธิบดีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สลับมารักษาการตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอแทนมีผลทันที หลังถูกคาดโทษในที่ประชุมผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวง ยุติธรรมสัปดาห์ที่ผ่านมา เซ่นเรื่องฉาวสารพัดภายในดีเอสไอ ทั้งจัดซื้ออุปกรณ์การปฏิบัติงาน ถูกแอบอ้างชื่อ ไปช่วยเหลือคดี “เสี่ยเบนท์ลีย์” ไปจนถึงล่าสุดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 5 คน ถูกศาลออกหมายจับร่วมกับ ตำรวจ คดีเรียกรับผลประโยชน์นับ 10 ล้านบาทให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหมายแดงตำรวจสากล หลังเข้า ตรวจค้นบ้านอดีตกงสุลนาอูรูย่านทุ่งมหาเมฆรมว.ยุติธรรมลงดาบย้ายอธิบดีดีเอสไอครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.27 น. วันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ลงนาม คำสั่งลงวันที่ 18 ม.ค.66 เรื่องมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ราชการและรักษาราชการแทน ให้นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และให้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และให้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้การบริหารงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่เหมาะสมกับภารกิจในความรับผิดชอบของส่วนราชการซึ่งจะเป็นประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามมาตรา 20 และมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) 2545 โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปมีรายงานว่า การโยกย้ายครั้งนี้สาเหตุน่าจะมาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมผู้บริหารของกระทรวง ยุติธรรมมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานในการประชุม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานว่า คณะกรรมการฯประชุมเมื่อวันที่ 10 ม.ค. เพื่อกำหนดประเด็นการตรวจสอบการดำเนินงานของดีเอสไอ โดยเฉพาะประเด็นถูกร้องเรียนและเผยแพร่ข้อมูลตามสื่อมวลชน คณะกรรมการตั้งประเด็นไว้ 3 แนวทางคือ 1.การดำเนินคดีสำคัญ เช่น กรณีรถหรู 2.การบริหารงานบุคคลที่มีเจ้าหน้าที่ยื่นร้องเรียน และ 3.การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น เครื่องมือด๊อง หรือเครื่องติดตามโทรศัพท์มือถือในระยะใกล้ นายสมศักดิ์ยังกำชับให้ดีเอสไอและคณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการเร่งด่วนตามกรอบ 30 วัน จะครบกำหนดวันที่ 3 ก.พ. ถ้าหากประเด็นใดชัดเจนแล้วให้รีบชี้แจงทีละเรื่อง เพราะไม่เช่นนั้นเรื่องจะถูกนำไปขยายต่อผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะช่วงท้ายของรัฐบาลทุกคนอาจไม่เกรงใจกัน ดังนั้น เรื่องใดชัดเจนแล้วให้รีบชี้แจงสังคม ส่วนเรื่องไหนยังต้องตรวจสอบต่อก็ว่าไป แต่ทุกเรื่องต้องมีคำตอบช่วงที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังถูกสังคมตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนนายไตรยฤทธิ์ต้องรีบเร่งชี้แจงสังคมอย่างต่อเนื่อง ทำให้นายสมศักดิ์มองว่า ภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษเกิดความแตกแยกไม่มีสามัคคี ถึงมีข้อมูลภายในหลุดรอดออกไปยังสังคมภายนอกตลอดเวลา ถือเป็นเรื่องร้ายแรงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งผลต่อการบริหารงานของหน่วยโดยตรงผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า นอกจากนี้ยังมีกรณีผู้แอบอ้างอธิบดีดีเอสไอเข้าไปช่วยเหลือคดี “เสี่ยเบนท์ลีย์” ด้านการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในวันเกิดเหตุ จนนายไตรยฤทธิ์ต้องออกมาปฏิเสธ จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ผู้ที่เอาชื่อไปแอบอ้างเป็นอดีตข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษจริง แต่มีตำแหน่งเพียงเจ้าหน้าที่ธุรการ และถูกไล่ออกจาก ราชการไปแล้วเมื่อปี 2557 ข้อหาเรียกเอาทรัพย์ ตบทรัพย์ คณะทำงานอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เอาผิดฐานแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับความเสียหายล่าสุดยังมีข่าวฉาวกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เคยเป็นที่พักของอดีตกงสุลนาอูรู พบผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายแดงของตำรวจสากล ข้อหาปลอมพาสปอร์ต แต่ไม่จับกุมแถมเรียกรับผลประโยชน์เกือบ 10 ล้านบาท เพื่อปล่อยตัวผู้ต้องหาจนเดินทางหนีออกนอกประเทศ หลังชุดสืบสวนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 5 คน ตำรวจ 191 จำนวน 9 คน เจ้าหน้าที่ทหาร 1 คน และล่ามภาษาจีนอีก 1 คนรวม 16 คน ดำเนินคดี เรื่องนี้มีข้อมูลว่า หน้าห้องอธิบดี ดีเอสไอเป็นผู้สั่งการประสานตำรวจเข้าไปตรวจค้น จนเกิดเรื่องฉาว แต่นายไตรยฤทธิ์ออกมาปฏิเสธว่า เจ้าภาพนำเข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรูคือตำรวจ 191 ไม่ใช่หน้าห้องตัวเองประสานไป อาจเป็นฟาง เส้นสุดท้าย ทำให้ รมว.ยุติธรรม ตัดสินใจโยกอธิบดีดีเอสไอไปรักษาการอธิบดีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าว