ตำรวจไซเบอร์ตามลากคอแก๊งตุ๋นนักเรียนชาย ม.3 ลงทุนทางออนไลน์จนเครียดผูกคอตาย ล่าสุดได้ตัว 2 ผู้ต้องหา ทำหน้าที่รับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล หลังประสานแบงก์อายัดบัญชีกดดันจนยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน เดินหน้าเอาผิดฐานฟอกเงิน พร้อมขยายผลประสานบิ๊กตำรวจกัมพูชาถอนรากถอนโคนขบวนการกลุ่มทุนจีนที่ตั้งฐานที่มั่นอยู่ปอยเปต ขณะที่ญาติครูและนักเรียนร่วมอาลัยเผาศพเด็ก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าตำรวจไซเบอร์ขยายผลตามจับแก๊งหลอกเด็กนักเรียนชาย ม.3 ลงทุนซื้อสินค้าออนไลน์แล้วโดนเบี้ยวก่อนตัดสินใจผูกคอตาย เปิดเผยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ม.ค. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว รอง ผบก.บก.สอท.2 และ พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. ร่วมกันสอบปากคำนายรัชชานนท์ สายจินดา อายุ 38 ปี และนายชัยวัฒน์ วิระษร อายุ 34 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีความเชื่อมโยงเส้นทางเงินของกลุ่มคนร้ายออกอุบายชวนให้นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนดังย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี หารายได้พิเศษ ก่อนหลอกให้ลงทุนซื้อสินค้าจำนวน 10 ชิ้นวางขายออนไลน์เพื่อเก็งกำไรอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงจนเหยื่อหลงเชื่อแอบนำเงินแม่โอนไปให้รวม 14,000 บาท ภายหลังรู้ตัวถูกหลอกจึงขอเงินคืนแต่คนร้ายไม่ยอมให้ ทำให้เด็กตัดสินใจผูกคอตายสลด ก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมผู้ร่วมขบวนการรับจ้างเปิดบัญชีม้า และสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายร่วมกระทำความผิดจึงแจ้งธนาคารอายัดบัญชีคนละ 2 บัญชีพล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าวว่า ตำรวจพบความเชื่อมโยงของเงินไปที่ผู้ต้องหาทั้งสองรายซึ่งเป็นพ่อค้ารับแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล กระทั่งทั้งคู่ทราบเรื่องเดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ผู้ต้องหาให้การรับว่ามีเงินเข้ามาผ่านบัญชีจริง แต่รายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบปากคำและขยายผล ทั้งนี้ขบวนการดังกล่าวจะออกอุบายให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน จากนั้นจะนำไปแปลงเป็นเงินสกุลดิจิทัล เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ กรณีนี้อยู่ระหว่างการขยายผลพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดมูลฐานฟอกเงินด้วยมีรายงานว่า ขณะนี้ชุดสืบสวน บช.สอท. ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย ประกอบด้วยบัญชีม้า 6 ราย พ่อค้ารับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล 2 ราย และเจ้าของบัญชีคนโพสต์ข้อความเชิญชวนผ่านอินสตา แกรม 1 ราย นอกจากนี้อยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุมคนกดเงินที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน 1 รายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่า ตำรวจแบ่งงานกันทำ ทั้งในส่วนตำรวจไซเบอร์ และฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ขบวนการสำคัญของคดีนี้ อยู่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ส่วนที่ได้จับกุมคือคนไทยที่ขายบัญชีตนเอง หรือพวกเปิดบัญชีม้า เพื่อให้ขบวนการของคนจีนที่อยู่ในกัมพูชาใช้ในการโอนเงิน จึงขอฝากเตือนประชาชนว่าถ้าใครใช้บัญชีม้าหรือขายบัญชีตนเองให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ว่าจะขายเท่าไหร่ก็จะต้องรับโทษเท่ากัน วันนี้ที่ออกหมายจับไป 8-9 หมายและจะจับกุมทั้งหมด รวมถึงไล่ต่อไปจนถึงขบวนการที่อยู่ในกัมพูชา ตอนนี้ทราบพิกัดของกลุ่มทุนจีนดังกล่าวแล้ว ได้โทร.ประสาน ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.ของกัมพูชาแล้ว เรื่องนี้จะต้องทำงานร่วมกันทั้งสองประเทศ รวมถึงตรวจสอบร้านรับแลกบิทคอยน์ หากพบเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีและอาจได้รับโทษฐานฟอกเงินด้วยที่วัดบางพูดใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน มีพิธีฌาปนกิจศพเด็กนักเรียนชายชั้น ม.3 ที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุนซื้อสินค้าทางออนไลน์ เพื่อเก็งกำไรจนเครียดผูกคอตาย บรรยา กาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด มีคณะครูอาจารย์ เพื่อนร่วมชั้นเรียน ญาติพี่น้องและชาวบ้านมาร่วมไว้อาลัย มีการแสดงวงโยธวาทิตของโรงเรียนและขับเสภาส่งวิญญาณผู้ตาย ขณะที่นายวินท์ สุธีรชัย ประธานมูลนิธิวินวิน ที่มีบทบาทเข้าไปช่วยเหลือด้านคดีความให้กับครอบครัวพร้อมจะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด