ล่าโจรบุกเดี่ยวชิงทองที่ร้านเพชรทองออโรร่า ในห้างบิ๊กซี สาขาบ้านโป่ง จ.ราชบุรี อาศัยจังหวะช่วงห้างใกล้ปิดไม่มีคนพลุกพล่านบุกเข้าร้านขู่พนักงานขาย ทำทีชักปืน แล้วกวาดสร้อยคอทองคำ 9 เส้น น้ำหนักรวม 18 บาท วิ่งออกจากห้าง ขี่รถ จยย. หลบหนี เชื่อคนร้ายเป็นคนในพื้นที่เหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 ส.ค. ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ชนประเสริฐ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองภายในร้านห้างเพชรทองออโรร่า อยู่ภายในห้างบิ๊กซี สาขาบ้านโป่ง ต.หนองอ้อ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก. พ.ต.ท.มานพ น้ำประสานไทย รอง ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรีที่เกิดเหตุเป็นร้านทองตั้งอยู่ด้านหน้าแคชเชียร์โซนซุปเปอร์มาร์เกต พบพนักงานหญิงของร้าน 4 คน อยู่ในอาการตกใจเสียขวัญ น.ส.ณิชานันท์ พันธ์เดช พนักงานสาวร้านทองให้การว่า เมื่อเวลา 18.40 น. ตนและเพื่อนพนักงานรอเวลาปิดร้าน คนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 160 ซม. ใส่แมสก์พร้อมสวมหมวกแก๊ปสีดำ เสื้อยืดสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเกตสีครีม กางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าเดินเข้ามาในร้านแล้วจะเข้ามาภายในเคาน์เตอร์ ตนพยายามห้าม เนื่องจากเป็นพื้นที่เฉพาะของพนักงาน แต่คนร้ายกลับเปิดชายเสื้อขึ้นแล้วใช้มือจับวัตถุบางอย่างลักษณะคล้ายด้ามปืน ทำให้ตนและเพื่อนพนักงานต่างตกใจ วิ่งกรูถอยหลังเข้าไปในร้าน จากนั้นคนร้ายเดินเข้าไปที่ตู้โชว์รีบกระชากสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 บาท 9 เส้น น้ำหนักรวม 18 บาท มูลค่า 540,000 บาท แล้วหลบหนีไปพ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านพบคนร้ายเข้ามาทางประตูด้านหน้าฝั่งร้านเอ็มเคสุกี้ ก่อนเดินมายืนใกล้ๆร้านทอง เมื่อสบโอกาสช่วงปลอดคนและร้านทองใกล้ปิด ตรงเข้าไปข่มขู่พนักงานในร้าน มือขวาถือโทรศัพท์ มือซ้ายสวมถุงมือ ใช้มือซ้ายกระชากกวาดสร้อยทองในถาดอย่างรวดเร็วใช้เวลาลงมือไม่ถึง 1 นาที ก่อนจะวิ่งออกไปทางประตูด้านจุดบริการลูกค้าไปยังที่จอดรถแล้วขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีขาว ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีมุ่งหน้าเข้า อ.บ้านโป่ง เจ้าหน้าที่พยายามแจ้งวิทยุสกัดจับแต่ไม่พบตัวด้าน พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จ.ราชบุรี กล่าวว่า สั่งกำชับตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางคนร้ายหลบหนี พร้อมสอบปากคำพยานเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน หาตำหนิรูปพรรณการแต่งกายของคนร้าย และรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ ตรวจสอบบุคคลพ้นโทษในพื้นที่ และบุคคลต้องสงสัยโดยรอบพื้นที่ พร้อมประสานร้านทองในพื้นที่และใกล้เคียง รวมทั้งร้านรับจำนำ เพื่อแจ้งเบาะแสให้ตำรวจหากคนร้ายนำทองไปขาย คาดคนร้ายเป็นคนอยู่ในพื้นที่