อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) ให้ความมั่นใจเฝ้าระวัง “โรคฝีดาษลิง” ยอมรับการเปิดประเทศ ทำไทยมีความเสี่ยงเจอจากนักเดินทางที่มาจากพื้นที่แพร่ระบาด ล่าสุดพบลามไปอีกหลายประเทศทั้งอิหร่าน เม็กซิโก ไอร์แลนด์ อิสราเอล ด้านหมอโรคผิวหนังชี้จุดวินิจฉัยแยกโรค “ฝีดาษลิง-อีสุกอีใส” แต่ความรุนแรงน้อยกว่าฝีดาษคน ขณะที่โรคโควิด-19 ไทยยังดีขึ้นต่อเนื่อง “อนุทิน” ยันเมื่อปรับเป็นโรคประจำถิ่น ไม่บังคับใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ส่วนผู้ประกอบการอาบอบนวดเริงร่าจัดบิ๊กคลีนนิ่งทุกพื้นที่พร้อมรับลูกค้ามาใช้บริการ 1 มิ.ย.นี้สถานการณ์โรคระบาดในไทย นอกจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) ที่ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันที่ทะลุกว่า 3.6 พันคนแล้ว ยังมีโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) ที่พบผู้ป่วยในหลายสิบประเทศทั่วโลก ย้ำไทยยังไม่พบฝีดาษลิงเมื่อวันที่ 29 พ.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคฝีดาษลิงว่า ขณะนี้ไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง มีเพียงผู้เข้าข่ายสงสัย 3 ราย แต่ผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ รพ.จุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อเริม ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร คาดว่าจะกลับบ้านได้ใน 1-2 วัน โดยกองระบาดวิทยาจะแถลงข้อมูลอีกครั้ง ทั้งนี้ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศมีการคัดกรองและให้ความรู้กับผู้เดินทาง เนื่องจากโรคนี้จะเห็นอาการชัดคือตอนมีผื่น ตุ่ม และข้อมูลเบื้องต้นพบว่าการติดเชื้อไม่ง่ายเหมือนโรคโควิด-19 ต้องสัมผัสใกล้ชิดจริงๆ คาดว่าจะไม่ก่อปัญหา แต่เราไม่ประมาท เพราะเปิดประเทศแล้ว มีคนเข้าคนออกมาก ฉะนั้นผู้ที่สงสัยให้รีบพบแพทย์ทันทีทั่วโลกติดฝีดาษลิง 401 คนวันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อฝีดาษลิง ฉบับที่ 4 ระบุว่า 1.สถานการณ์ทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.2565 ที่มีการรายงานผู้ป่วยรายแรกในประเทศที่ไม่ใช่พื้นที่โรคประจำถิ่นของโรคนี้ถึงวันที่ 28 พ.ค.2565 มีการรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 484 ราย (เพิ่มขึ้น 53 ราย) เป็นผู้ป่วยยืนยัน 401 ราย (เพิ่มขึ้น 69 ราย) และผู้ป่วยสงสัย 83 ราย (ลดลง 16 ราย) ใน 27 ประเทศทั่วโลก (เพิ่มขึ้น 1 ประเทศ) โดยประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สเปน 139 ราย (ร้อยละ 29) อังกฤษ 101 ราย (ร้อยละ 21) โปรตุเกส 74 ราย (ร้อยละ 15) แคนาดา 63 ราย (ร้อยละ 13) และเยอรมนี 21 ราย (ร้อยละ 4)เจอป่วยล่าสุดที่อิหร่านประเทศใหม่ที่พบผู้ป่วย ได้แก่ อิหร่าน ข้อมูลทางระบาดวิทยาของสถานการณ์ทั่วโลก จากรายงานทั้งหมด มี 195 ราย ที่มีการรายงานข้อมูลปัจจัยเพศ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 97) และเพศหญิง (ร้อยละ 3) สำหรับอายุ จากรายงาน 71 ราย ที่มีข้อมูล ทั้งหมดเป็นกลุ่มอายุ 20-59 ปีอาการหลักพบผื่นขึ้นจากรายงานที่มีข้อมูลอาการ 92 ราย ส่วนใหญ่ ร้อยละ 99 มีผื่น โดยที่พบได้แก่ลักษณะแผลหรือ ulcerative lesion ร้อยละ 80 ไม่ระบุลักษณะ ร้อยละ 10 ตุ่มน้ำใส ร้อยละ 8 ผื่นนูน และตุ่มหนอง ร้อยละ 1 ตำแหน่งของผื่น ไม่ระบุตำแหน่ง ร้อยละ 60 บริเวณอวัยวะเพศ ร้อยละ 57 บริเวณปาก ร้อยละ 19 และบริเวณรอบทวารหนัก ร้อยละ 1 อาการอื่นที่พบ ได้แก่ ไข้ ร้อยละ 27 ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ไอ กลืนลำบากเล็กน้อย และปวดกล้ามเนื้อ ร้อยละ 1 และจากรายงานที่มีข้อมูลสายพันธุ์ 9 ราย ทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ West African จากรายงานทั้งหมด มี 84 ราย ระบุว่ามีประวัติเดินทาง 49 ราย (ร้อยละ 58) โดยระบุมีประเทศต้นทาง 20 ราย (ร้อยละ 54) ได้แก่ สเปน (ร้อยละ 45) อังกฤษ (ร้อยละ 10) โปรตุเกส เบลเยียม แคนาดา ประเทศในแอฟริกาแต่ไม่ระบุชื่อ (ร้อยละ 7) ไนจีเรียและเยอรมนี (ร้อยละ 3)ไทยยังไม่พบแต่มีโอกาสเจอ2.สถานการณ์ในไทย ณ วันที่ 28 พ.ค.2565 ยังไม่พบรายงานผู้ป่วย สำหรับการประเมินความเสี่ยงของการติดต่อโรคฝีดาษลิงในไทย มีโอกาสพบผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากประเทศที่มีการรายงานพบผู้ป่วย เช่น ประเทศแถบแอฟริกากลางและตะวันตก สหราชอาณาจักรอังกฤษ สเปน โปรตุเกสและแคนาดาWHO ยังไม่เร่งฉีดวัคซีนป้องกัน3.ประเด็นที่น่าสนใจจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเร่งฉีดวัคซีนขนานใหญ่เพื่อป้องกันโรคฝีดาษลิง เนื่องจากสถานการณ์ของโรคในขณะนี้ยังสามารถควบคุมได้ แต่เตือนให้ตระหนักเพื่อรับรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อที่จะสามารถใช้มาตรการที่เพียงพอในเวลาที่เหมาะสม ขณะที่สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ออกคำแนะนำใหม่เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงว่า ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงของตนเองเป็นเวลา 21 วัน โดยเฉพาะหนูเจอร์บิลหรือหนูทะเลทราย หนูแฮมสเตอร์ และสัตว์ตระกูลฟันแทะ เพราะอาจมีความไวต่อโรคนี้เป็นพิเศษ และกังวลว่าเชื้อไวรัสฝีดาษลิงอาจแพร่ระบาดไปยังสัตว์ประเภทดังกล่าว พบชายป่วยมากกว่าหญิง4.ข้อสังเกตจากสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลก ณ วันที่ 28 พ.ค. พบว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยเป็นเพศชาย วัยเจริญพันธุ์ แต่เริ่มมีรายงานพบผู้ป่วยเพศหญิงเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด 5 ราย (ผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย ผู้ป่วยสงสัย 3 ราย) ในผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย มีประวัติเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เมือง Antwerp ที่มีการจัด Darkland Festival และประเทศในแอฟริกาแต่ไม่ระบุชื่อ ส่วนประเทศเยอรมนี มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 8 รายจากวันที่ 27 พ.ค.2565 ซึ่งในวันนี้มียอดผู้ป่วยสะสมเกิน 20 ราย ขณะที่ประเทศอิหร่าน มีรายงานผู้ป่วยสงสัยรายใหม่ โดยตรวจจับผู้ป่วยสงสัย 3 ราย จากผู้ที่เดินทางข้ามพรมแดน ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์โรคฝีดาษลิงในไทย ควรเพิ่มการเฝ้าระวังและให้ความรู้ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เพื่อการป้องกันโรคในสถานบริการที่มีความเสี่ยง เน้นย้ำประชาชนให้มีการปฏิบัติตามมาตรการแบบครอบจักรวาล หรือ UP (Universal Prevention)3 โรคเกิดตุ่มใสจากเชื้อไวรัสด้าน นพ.สุประกิต จิรารัตน์วัฒนา นายแพทย์ปฏิบัติการ สถาบันโรคผิวหนัง เปิดเผยว่า เริม อีสุกอีใส และงูสวัด เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากไวรัสตระกูลเดียวกัน เริมเป็นตุ่มใสที่แตกง่าย จะเป็นบริเวณเดิมๆ ส่วนใหญ่เป็นที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศ ก้นกบ คนไข้อาจเป็นซ้ำๆได้โดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ อดนอน เครียด เนื่องจากเมื่อโรคหาย แต่เชื้อยังฝังในเส้นประสาท พอร่างกายอ่อนแอจะถูกกระตุ้นให้โผล่ออกมา ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่เดิมๆ ไม่กระจายทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่หายเองภายใน 7-15 วัน ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่มีอาการไข้นำ แต่ฝีดาษลิงจะมีไข้นำมาก่อน และต่อมน้ำเหลืองโต ประมาณ 1-3 วัน จากนั้นผื่นจึงเริ่มขึ้นและจะเป็นทั้งใบหน้า แขนขา ขณะที่อีสุกอีใสอาการโรคจะเป็นทั้งตัวและมีไข้นำมาก่อนเช่นกัน จากนั้นเริ่มมีผื่นและตุ่มขึ้น ข้อแตกต่างจากฝีดาษคือ อีสุกอีใสเวลามีผื่นตุ่มขึ้น ไม่นานภายใน 12 ชม.จากตุ่มแดงจะกลายเป็นตุ่มใส ตุ่มหนอง แปรสภาพได้รวดเร็ว และในคนเดียวกันรอยโรคจะมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน ทั้งผื่นแดง ตุ่มใส ตุ่มหนอง ปนกันในเวลาเดียวกันชี้ความต่าง “ฝีดาษลิง-อีสุกอีใส”นพ.สุประกิตกล่าวอีกว่า แต่ฝีดาษลิงเวลาเปลี่ยนสภาพรอยโรคจะเปลี่ยนไปพร้อมกันทั้งร่างกาย เช่น ช่วงเป็นตุ่มใสก็จะเป็นทั้งตัว หรือตุ่มหนองก็จะเป็นทั้งตัว แต่ละระยะใช้เวลาแปรสภาพนานกว่าประมาณ 1-2 วัน และอีกจุดที่ต่างคือ อีสุกอีใสมีไข้ แต่ไม่มีต่อมน้ำเหลืองโต ต่างจากฝีดาษลิงที่ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งเป็นจุดที่ใช้วินิจฉัยแยกโรค ทั้งเริม อีสุกอีใสและฝีดาษลิง แพร่เชื้อได้ระหว่างคนสู่คนโดยการสัมผัส การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ใช้ของใช้ร่วมกับผู้มีรอยโรคระยะแพร่เชื้อ แต่ฝีดาษลิงยังสามารถแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจส่วนบนได้ โดยการไอจามในช่วงที่มีอาการตั้งแต่เริ่มมีไข้ ในระยะ 3 ฟุตหรือ 1 เมตร และสามารถติดได้จากการรับประทานเนื้อสัตว์นำเข้า ที่มีเชื้อฝีดาษโดยไม่ได้ปรุงสุก หรือผู้ปรุงไปสัมผัส เนื้อสัตว์ที่มีเชื้อ จึงต้องระวังการนำเข้าเนื้อสัตว์ป่าโดยไม่ผ่านด่านกักโรคฝีดาษลิงรุนแรงน้อยกว่านพ.สุประกิตระบุอีกว่า ไทยไม่เคยปรากฏโรคฝีดาษลิงมาก่อน ตระกูลฝีดาษหรือ Pox Virus มีทั้งฝีดาษวัว (Cowpox) ฝีดาษคนหรือไข้ทรพิษ (Smallpox) และฝีดาษลิง (Monkeypox) อาการจะคล้ายกัน ตัวรุนแรงสุดคือฝีดาษคน เคยระบาดทั่วโลกตั้งแต่ปี 2460 เมื่อปี 2489 ระบาดในไทย จนนำไปสู่การปลูกฝีทั่วประเทศ และกำจัดได้ในที่สุด ปี 2523 องค์การอนามัยโลกประกาศสามารถกำจัดโรคฝีดาษไปได้แล้ว จนนำไปสู่การยกเลิกปลูกฝีดาษ ส่วนความรุนแรงเทียบอัตราเสียชีวิตน้อยกว่าฝีดาษคน ช่วงที่ระบาดสมัยนั้นอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 30 แต่ฝีดาษลิงในประเทศที่ระบบสาธารณสุขดี อัตราเสียชีวิตจะอยู่ที่ร้อยละ 3-6 ส่วนประเทศที่ระบบสาธารณสุขไม่ดี อัตราเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 6-10 ทั้งนี้ โรคฝีดาษลิงหายเองได้ในเวลา 2-4 สัปดาห์ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนของโรค ที่พบได้คือ สมองอักเสบ ปอดอักเสบ และติดเชื้อในกระแสโลหิต หรือติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนบนแผล เป็นเหตุที่ทำให้อัตราเสียชีวิตสูงเปิดประเทศย่อมมีความเสี่ยงนพ.สุประกิตกล่าวด้วยว่า ความเสี่ยงในประเทศไทยที่จะพบฝีดาษลิงนั้น การเปิดประเทศให้มีการเดินทางเสรีมีความเสี่ยงในทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย และเนื่องจากระยะฟักตัวของโรคนานถึง 21 วัน หลังติดเชื้ออาจจะยังไม่แสดงอาการ และเมื่อเดินทางเข้าประเทศใดๆก็เป็นไปได้ที่จะพบ ข้อกังวลหนึ่งที่โรคนี้อาจจะสร้างภาระทางสาธารณสุขได้หากเกิดการระบาด เนื่องจากระยะฟักตัวโรคนานถึง 21 วัน ถ้าต้องกักตัวก็ต้องกักตัวนาน แต่ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆทุกประเทศ รวมถึงบ้านเรามีการป้องกันสอบสวนโรค โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยง หากเรารู้เท่าทัน มีมาตรการควบคุมดี เว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก คัดกรองกลุ่มเสี่ยง ก็สามารถควบคุมได้ วัคซีนฝีดาษกันฝีดาษลิงได้ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไข้ทรพิษหรือฝีดาษ รวมทั้งฝีดาษวานร สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ไวรัสในกลุ่มฝีดาษไข้ทรพิษ และฝีดาษวานรมีส่วนคล้ายคลึงกันมาก ในกลุ่มฝีดาษระบบภูมิคุ้มกันข้ามมาป้องกันซึ่งกันและกัน สมัยเอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ ที่ใช้ฝีดาษวัว (Vaccinia) มาปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ เมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว และประสบผลสำเร็จ จนในที่สุดโรคไข้ทรพิษหายไปจนหมดสิ้น องค์การอนามัยโลกยกเลิกการปลูกฝีอย่างเป็นทางการในปี 2523 หลายประเทศยกเลิกก่อนหน้านั้น ในปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนให้ดีขึ้น (ใช้ Vaccinia Ankara strain) แทนการปลูกฝี เป็นไวรัสเชื้อเป็นที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์และไม่แบ่งตัว มาใช้วิธีการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง โดยไม่เกิดอาการตุ่มหนองฝี มีอาการแทรกซ้อนน้อยกว่าวิธีการปลูกฝี ปัจจุบันวัคซีนได้อนุมัติใช้ทางประเทศตะวันตก ยุโรป และอเมริกา โรคฝีดาษวานรวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันก็ไม่ได้เริ่มต้นมาจากศูนย์ แบบการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19ติดโควิด-ตายลดลงอีกส่วนสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในไทย ที่ดีวันดีคืนนั้น เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ ศบค. แจ้งข้อมูลว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,649 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,628 คน มาจากเรือนจำ 19 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 คน หายป่วยเพิ่มขึ้น 5,622 คน อยู่ระหว่างรักษา 44,737 คน อาการหนัก 901 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 438 คน เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 24 คน อายุ 41-91 ปี เป็นชาย 14 คน หญิง 10 คน เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 20 คน มีโรคเรื้อรัง 4 คน โดย กทม.ไม่พบผู้เสียชีวิต ต่อเนื่อง ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,442,648 คน มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,367,939 คน ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 29,972 คน และฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ได้เพิ่มอีก 245,437 โดส สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 1,202 คน บุรีรัมย์ 128 คน ขอนแก่น 127 คน ชลบุรี 94 คน สุรินทร์ 88 คน นนทบุรี 78 คน สมุทรปราการ 78 คน สกลนคร 71 คน มหาสารคาม 71 คน และชัยภูมิ 69 คนไม่บังคับใส่หน้ากากอนามัยขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดหน้ากากอนามัยว่า การใส่หน้ากากอนามัยเป็นคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข แม้ว่าเราจะออกจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว แต่ปัจจุบันยังมีโรคอื่นๆมากมายที่สามารถติดต่อได้จากการใกล้ชิดกัน หายใจรดกัน ขณะที่ปัจจุบันเราใส่หน้ากากอนามัยกันจนชินแล้ว ดังนั้นกรณีการอยู่ในกลุ่มคนรู้จัก มีการตรวจเช็กแล้วว่าไม่มีปัจจัยเสี่ยงอะไรก็สามารถถอดได้เป็นครั้งคราว ไม่ได้บังคับว่าจะต้องใส่หรือจะต้องถอดหน้ากาก เรามั่นใจว่าประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงต่างๆได้ว่าสถานการณ์แบบนี้สวมหน้ากากอนามัยก็ดีกว่า นายกฯชมคนไทยร่วมมือสู้โควิดด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พอใจภาพรวมสถานการณ์โควิดในประเทศดีขึ้นตามลำดับ นายกฯชื่นชมคนไทยทุกคนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตนตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทำให้ประเทศผ่านพ้นช่วงวิกฤติโควิดไปได้ด้วยดี แต่ยังคงขอให้กระทรวง สาธารณสุขติดตามสถานการณ์โควิดในประเทศและทั่วโลกต่อเนื่อง พัฒนาระบบบริการสุขภาพอย่างรอบด้าน เพื่อให้ดูแลสุขภาพประชาชนให้แข็งแรงบิ๊กคลีนนิ่งอ่างรับเปิดบริการวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ ศบค.มีมติคลายล็อกสถานบริการผับ บาร์ คาราโอเกะ และอาบอบนวด ให้สามารถกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้งในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19 อย่างเคร่งครัด ผู้สื่อข่าวจึงออกสำรวจการเตรียมความพร้อมของสถานบริการแห่งหนึ่งในซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 กทม. พบว่าบรรยากาศเป็นไป ด้วยความคึกคักเมื่อพนักงานของสถานบริการทยอยเดินทางมารายงานตัวด้วยสีหน้าที่แช่มชื่นพร้อมที่จะกลับเข้าทำงาน ก่อนร่วมกันทำกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดสถานที่ฆ่าเชื้อทุกจุดในสถานประกอบการอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังตั้งโต๊ะตรวจ ATK ให้พนักงานทุกคนก่อนเข้าสถานที่ด้วยมั่นใจลูกค้าเชื่อมั่นในมาตรการผู้บริหารสถานบริการเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ต้องปิดให้บริการไปยาวนานกว่า 1 ปี ส่งผลให้พนักงานกว่า 300 ชีวิต ขาดรายได้ประจำเพื่อการยังชีพ ทางร้านพยายามช่วยเหลือทุกวิถีทางตั้งแต่การส่งกล่องยังชีพไปให้ทุกคนทั้งที่อยู่ใน กทม.และกลับภูมิลำเนา โดยเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เมื่อมีการคลายล็อกจากภาครัฐก็น่าจะมีพนักงานกลับมาทำงานได้ราว 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากช่วงที่ว่างงานหลายคนผันตัวไปทำอาชีพอื่นเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว เช่นเป็นแม่ค้าออนไลน์ และบางส่วนอยู่ระหว่างการตัดสินใจรอดูสถานการณ์ เนื่องจากการกลับมาทำงานใน กทม. มีค่าใช้จ่ายมาก โดยเฉพาะเรื่องค่าที่พักและอื่นๆที่จำเป็น ฝ่ายบริการลูกค้ามีความมั่นใจและหวังว่าลูกค้าจะกลับมาใช้บริการอีก เพราะเชื่อมั่นในเรื่องมาตรการรักษาความสะอาดยันทำตาม สธ.กำหนดทุกจุด“ในส่วนมาตรการป้องกันโควิด-19 จะเริ่มตั้งแต่หน้าร้าน มีพรมเช็ดเท้าใส่น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับให้ลูกค้าทำความสะอาดรองเท้า เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนของลูกค้า การเดินผ่านเครื่องตรวจอุณหภูมิแบบเทอร์โมสแกน หรือกล้องถ่ายภาพความร้อน พื้นที่ให้บริการในร้าน มีการทำความสะอาดทุกจุดที่ใช้ร่วมกันทุก 2 ชั่วโมง ภาชนะทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อซีลพลาสติก ผ้าเช็ดตัวผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดี พนักงานทุกคนผ่านการฉีดวัคซีนครบตามที่กำหนด และสวมหน้ากากอนามัยตลอด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารและพนักงานยังคงยึดมั่นในนโยบายที่กำหนดโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด” ผู้บริหารสถานบริการกล่าวมะกันระงับจ่ายยาแพ็กซ์โลวิดสำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิงและโรคโควิด-19 ในต่างแดน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าโรคฝีดาษลิงยังคงลุกลาม มีรายงานการตรวจพบเพิ่มในเม็กซิโก ไอร์แลนด์ และอิสราเอล ยอดติดเชื้อสะสมทั่วโลกเพิ่มเป็นกว่า 400 คน ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขในยุโรปเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก (WHO) อย่านิ่งนอนใจเหมือนครั้งที่ตรวจพบไวรัสโควิด-19 ควรประกาศให้การระบาดของฝีดาษลิงเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่น่าวิตกกังวลระดับนานาชาติ เพื่อการเข้าถึงงบประมาณ และเร่งกระบวนการวิจัย ส่วนกรณีไวรัสโควิด-19 มีรายงานว่า แพทย์ในสหรัฐฯ เริ่มระงับการจ่ายยาต้านไวรัสแพ็กซ์โลวิดของบริษัทไฟเซอร์แก่ผู้ป่วยที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง หลังมีการตั้งข้อสงสัยว่าเชื้อดื้อยาหรือไม่ เนื่องจากตรวจพบกลุ่มผู้ป่วยที่ทานยาติดต่อกัน 5 วันจนครบโดสและผลตรวจไม่พบว่าติดเชื้อแล้ว แต่พอเวลาผ่านไป 2-3 วัน การตรวจรอบใหม่กลับแสดงว่ายังคงติดเชื้ออยู่ ซึ่งไฟเซอร์ชี้แจงกรณีนี้ว่า กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ กระนั้นเชื่อว่า การตรวจพบไวรัสหลังทานยาครบเป็นเรื่องที่ยากจะเกิดขึ้น