ผักตบชวาวัชพืชสร้างปัญหาให้แม่น้ำลำคลอง วันนี้จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ปุ๋ยหรือนำมาจักสานอีกต่อไป เมื่อสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนทุนให้แก่คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำผักตบชวามาทำเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เก้าอี้ พร้อมก้าวขึ้นสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่น พร้อมกับจดสิทธิบัตรเรื่องของเส้นด้ายจากผักตบชวาและผลิตภายใต้แบรนด์ “สาคร” อันสื่อถึงความเรียบง่ายของผักตบชวา...ความธรรมดา...เส้นใยแห่งสายน้ำ “หลังได้รับทุนวิจัยจาก วช. เมื่อปี 2560 ในการนำผักตบชวามาทำเป็นเสื้อผ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์แฟชั่น ถือเป็นครั้งแรกในประเทศที่นำผักตบชวามาเป็นสิ่งทอได้ จึงมีการต่อยอด พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผักตบชวาสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น โดยคณะนักวิจัยได้วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค และแนวโน้มแฟชั่น เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับความ ต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดี จากภาคเอกชน พร้อมกับถ่ายทอดความรู้การทำเส้นใยผักตบให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ไปพร้อมกับช่วยลดปริมาณผักตบชวา”ดร.ศุภนิชา ศรีวรเดชไพศาล ผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เล่าถึงที่มาของการยกระดับผ้าจากผักตบชวาสู่วงการแฟชั่น เป็นความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่าง วช.ที่เป็นภาครัฐ สถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน โดยบริษัท สยามรุ่งเรือง จำกัด ช่วยในการออกแบบแฟชั่น และบริษัทก้องเกียรติเท็กซ์ไทล์เข้ามาช่วยในเรื่องของการนำเส้นใยมาผลิตเป็นเส้นด้ายและผ้า รวมถึงคนในชุมชนที่เป็นผู้หาวัตถุดิบผักตบชวา สำหรับเส้นใยผัก ตบชวาที่จะส่งเข้าโรงงานเอกชนตามความร่วมมือนี้ การวิจัยพบว่าต้องใช้เส้นใยจากผักตบชวา 40% ผสมกับฝ้าย 60% จะเหมาะสมต่อการนำมาทำเป็นเส้นด้ายที่สุด เพราะจะได้เกลียวของความสม่ำเสมอของเส้นด้าย เบอร์เส้นด้าย ความต้านทานต่อแรงดึงขาด ผิวสัมผัส รวมถึงความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการนำมาเย็บเป็นเสื้อผ้า โดยผักตบชวา 100 กก. เมื่อทำตามกรรมวิธีจะได้เส้นใย 5 กก.ส่วนการผลิตเส้นใยที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังชาวชุมชน...ให้เก็บเกี่ยวแต่ผักตบชวาต้นใหญ่อวบ ขนาดสูงจากโคนต้นถึงยอดใบ 50 ซม.ขึ้นไป จากนั้นนำมาตัดรากและใบทิ้ง เหลือไว้แต่ก้าน นำมาล้างทำความสะอาดแล้วผึ่งในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวกให้สะเด็ดน้ำ 1 วัน จากนั้นนำมาส่งให้มหาวิทยาลัยโดยจะรับซื้อ กก.ละ 6-10 บาท จากนั้นมหาวิทยาลัยจะนำก้านผักตบชวาที่รับซื้อจากชาวบ้านมาเข้าเครื่องแยกสกัดเส้นใย เมื่อได้เส้นใยจะนำมาล้างและตากเช่นเดิมอีก 1 วัน จะได้เส้นใยผักตบชวาแห้ง ราคา กก.ละ 400 บาท รวบรวมจนครบ 100 กก. จึงนำส่งเข้าโรงงานปั่นเส้นด้ายทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มให้ชาวชุมชนมีรายได้มากขึ้น มหาวิทยาลัยจึงเตรียมนำเครื่องแยกสกัดเส้นใยไปติดตั้งให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ แล้วรวบรวมไปขายกับโรงงานโดยตรง เพื่อเพิ่มรายได้สร้างความยั่งยืนให้กับท้องถิ่น โดยปัจจุบันมีชุมชนได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อไปประยุกต์ใช้แล้วทั้งใน จ.ปทุมธานี และใกล้เคียง อาทิ ชุมชนผลิตเสื้อผ้า ชุมชนผลิตพวกเก้าอี้ (เคหะสิ่งทอ) ผลิตพรมจากผักตบชวา กลุ่มหัตถศิลป์ กลุ่มนิกรเครื่องหนังถือเป็นอีกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชนที่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนและแท้จริง ต่อทั้งตัวชาวบ้าน สิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างมิติใหม่ของวงการแฟชั่นในการนำวัชพืชทางน้ำมาเพิ่มมูลค่า การันตีด้วยรางวัล Gold Award จากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 06-2351-6396. กรวัฒน์ วีนิล