นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานผ่านระบบออนไลน์ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลผลการดำเนินงานส่งเสริมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่สร้างรายได้ในปี 2563 รวมจำนวน 219,441 ล้านบาท ซึ่งแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 แต่รายได้กลับลดลงไปไม่มากเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจำนวนกว่า 229,169 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมภาพยนตร์และแอนิเมชันมีมูลค่ากว่า 14,457 ล้านบาท อุตสาหกรรมโทรทัศน์ และทีวีออนไลน์จำนวนกว่า 122,970 ล้านบาท รายได้จากค่าโฆษณาในระบบฟรีทีวี จำนวน 63,173 ล้านบาท ขณะที่รายได้จาก OTT TV หรือการให้บริการรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ Content ต่างๆผ่านทางแพลตฟอร์มโดยมีสมาชิกมากถึง 60 ล้าน ID คิดเป็นจำนวนกว่า 59,797 ล้านบาท อุตสาหกรรมเพลงคาราโอเกะและการจัดการลิขสิทธิ์ จำนวน 15,320 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเกม จำนวน 66,692 ล้านบาทนางยุพากล่าวว่า สำหรับการเดินทางของคณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในช่วงที่ผ่อนปรนให้คณะถ่ายทำต่างประเทศสามารถเดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.63 -31 ส.ค.64 มีภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมด 97 เรื่อง ในจำนวนนี้มีภาพยนตร์ต่างประเทศ จำนวน 28 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 2,600 ล้านบาท โดยทีมงานส่วนใหญ่มาจากเยอรมนี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการกักตัวกำหนด ขณะที่การดำเนินงานยังได้จ้างทีมงานชาวไทยเข้าร่วมในการถ่ายทำ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับจากปี 63 แม้ว่าจำนวนคณะถ่ายทำจะลดลงกว่าร้อยละ 73 แต่รายได้กลับมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงกว่าร้อยละ 95.99 เป็นผลมาจากความสำเร็จในมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย และความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันโรคของไทย.