รวบแล้วหนุ่มปาเจโร่เลือดร้อนใช้ปืนตีศีรษะสาวคัมรี่แกร็บคาร์หัวแตกเลือดอาบ หลังศาลอาญามีนบุรีออกหมายจับ อ้างเข้าใจว่าคนตายขับรถแกล้ง ประกอบกับความเครียดธุรกิจส่วนตัวมีปัญหา อ้อมแอ้มอ้างตอนแรกเห็นเป็นผู้หญิงว่าจะไม่ทำ แต่คู่กรณีไม่ยอมเลยบันดาลโทสะ ส่วนปืนเป็นบีบีกัน ที่ถือลงไปเพราะเห็นคนเริ่มเยอะ กลัวถูกรุมทำร้าย รับยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดกรณีมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ไตรรัตน์ เพชรธำรงชัย โพสต์คลิปเหตุการณ์ ชายขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 8 กส3242 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถโตโยต้ารุ่นคัมรี่ สีดำ ทะเบียน ญณ 2647 กรุงเทพมหานคร บริเวณที่กลับรถหน้าหมู่บ้านสุภาลัย ถนนลาดกระบัง แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. ก่อนชายคนขับรถปาเจโร่ จะลงมาใช้ปืนตีศีรษะหญิงคู่กรณีหลายครั้งจนศีรษะแตกเลือดอาบ ทราบชื่อต่อมานางสุรางค์ สินแก้ว อายุ 49 ปี ขับแกร็บคาร์และเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปนั้นล่าสุดตามจับหนุ่มเลือดร้อนรายนี้ได้แล้ว เมื่อวันที่ 15 ส.ค. มีรายงานว่า ในช่วงเช้าศาลอาญามีนบุรี ได้ออกหมายจับชายผู้ก่อเหตุ ชื่อนายเสฏฐวุฒิ ผาดีอุ่น อายุ 36 ปี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ในข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายโดยมีและใช้อาวุธ, ทำให้เสียทรัพย์ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดกระบัง ได้นำตัวนายเสฏฐวุฒิ ผาดีอุ่น อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายนางสุรางค์ สินแก้ว จากบ้านในซอยลาดกระบัง 16 แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. มาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน.ลาดกระบัง โดยนายเสฏฐวุฒิกล่าวว่า สาเหตุวันนั้นเกิดเพราะความเครียด เพราะธุรกิจส่วนตัวเกิดปัญหา ต้องขอโทษคู่กรณีและยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนเหตุการณ์ในวันนั้นมาจากการที่ตนพยายามจะแซงคู่กรณีเพื่อเข้าเลนใน แต่แซงไม่ได้ประกอบกับมีปัญหาส่วนตัว เข้าใจว่าคู่กรณีกลั่นแกล้งจึงเกิดความเครียดลงมือก่อเหตุนายเสฏฐวุฒิกล่าวอ้างว่า ขณะที่ลงจากรถพบคู่กรณีเป็นผู้หญิง จะไม่ทำแล้ว แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมพยายามกระชากเสื้อ ได้บอกกับคู่กรณีว่าพอแล้ว พอแล้ว ปล่อยผมไปเถอะพี่ แต่คู่กรณียังไม่ยอมปล่อย บันดาลโทสะ ใช้ปืน BBGUN ที่ถือตีไปที่ศีรษะ 2-3 ครั้ง ส่วนที่ต้องพกอาวุธปืนลงไปนั้นเพราะเห็นว่ามีคนเข้ามาเยอะขึ้นเรื่อยๆเกรงว่าจะถูกรุมทำร้ายเลยถือลงไปเพื่อป้องกันคนรอบข้าง ไม่ได้คิดว่าจะเอามาทำร้ายคู่กรณี เบื้องต้นพนักสอบสวนได้แจ้งข้อหาตามหมายจับดำเนินคดีต่อไป