ปลายฝนต้นหนาว ยังมีฝนประปราย หมอก น้ำค้างลง อากาศมีความชื้นสูง เอื้อต่อการระบาดของเชื้อราก่อโรคพืช กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งให้เฝ้าระวัง...โรคใบไหม้ ที่พบมากในมันฝรั่งมักพบโรคที่ใบล่างก่อน ด้านบนใบเป็นจุดฉ่ำน้ำสีเขียวเข้มคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาแผลจะขยายใหญ่ ตรงกลางแผลแห้งเป็นสีน้ำตาล ขอบแผลฉ่ำน้ำสีดำ เมื่อพลิกดูด้านใต้ใบในบริเวณตรงกันจะพบละอองน้ำเล็กสีขาวใสติดอยู่บริเวณขอบแผล และแผลจะขยายลุกลามออกไปจนทำให้ใบไหม้แห้งเป็นสีน้ำตาลกรณีสภาพอากาศเย็นและมีความชื้นสูง หรือมีหมอกลงจัด โรค จะลุกลามไปยังต้นอื่นๆอย่างรวดเร็ว ทำให้มองเห็นใบไหม้แห้งกระจายเป็นหย่อมในแปลง ส่วนลำต้นและกิ่งก้านที่พบอาการของโรค จะมีสีน้ำตาลหรือสีดำ ถ้าอาการรุนแรง จะทำให้ลำต้นหรือกิ่งก้านหักพับและแห้งตายอย่างรวดเร็ว...หาก โรค เข้าทำลายที่หัว จะทำให้หัวเน่าถ้าพบอาการของโรคเพียงเล็กน้อย ควรใช้วิธีเด็ดใบออกและเผาทำลาย ถ้าเริ่มเกิดการลุกลามของโรคควรถอนต้นที่เป็นโรคทิ้ง และเผาทำลาย เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อหากโรคเริ่มระบาด ให้ฉีดพ่นด้วย เมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไซมอกซานิล+แมนโคแซบ 8%+64% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคแซบ +เมทาแลกซิล–เอ็ม 64% + 4% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไอโพรวาลิคาร์บ + โพรพิเนบ 5.5% + 61.3% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบและใต้ใบ ทุก 5-7 วันหลีกเลี่ยงการพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรใช้สลับชนิด เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อราแปลงที่พบการระบาดของโรค หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ให้เก็บซากพืชที่ตกค้างอยู่ในแปลงนำไปทำลายนอกแปลง และให้ใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ ส่วนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรเมื่อใช้ในแปลงที่มีการระบาดแล้ว ให้นำเครื่องมือมาทำความสะอาดด้วยการล้างและผึ่งแดดให้แห้งก่อนนำกลับไปใช้ในแปลงทุกครั้ง จากนั้นให้ไถพรวนดินและตากดินไว้นาน 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในดิน.สะ-เล-เต