ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน คาดว่าปีนี้จะมีฝนตกหนัก น.สพ.เกษตร สุเตชะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยเตือนเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์และ เลี้ยงสัตว์ ให้ทำความเข้าใจโรคประจำฤดูฝน และโรคที่มากับน้ำท่วมของสัตว์แต่ละกลุ่มโค กระบือ แพะ แกะ สุกร สัตว์เหล่านี้ล้วนแต่ถูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมถึง โรคที่มากับน้ำ โรคฉี่หนู โรคปากเท้าเปื่อย โรคคอบวม โรคแท้ง โรคพยาธิในเม็ดเลือด ฯลฯให้ระวังสัตว์ที่กินหญ้าอ่อนจะมีน้ำสะสมมากทำให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอย่างเฉียบพลัน แสดงอาการกระวนกระวาย น้ำลายไหลยืด หายใจหอบ บริเวณสวาบด้านซ้ายโป่งขยายใหญ่ และตายด้วยระบบหายใจล้มเหลว ควรให้กินฟางข้าว หญ้าแห้ง เพื่อลดแก๊สในกระเพาะ และติดต่อปศุสัตว์ในจังหวัดพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค “ม้าบ้าน ม้าแข่ง ม้าชายหาด ม้าลากรถ ม้าแคระ ม้าแห่นาค ม้าแสดง ให้ระวังโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า เพราะฤดูฝนที่ฝนตกหนัก มีน้ำขัง เอื้อต่อการขยายพันธุ์ของ “ตัวริ้น” พาหะสำคัญการนำโรคนี้ ที่ผ่านมามีม้าตายไปมากกว่า 500 ตัวแล้ว แม้ปัจจุบันจะกางมุ้งให้ม้าอยู่ และนำเข้าวัคซีนเข้ามาฉีดป้องกันโรค แต่ยังไม่ทั่วทั้งประเทศ ทำให้การระบาดของโรคติดต่อที่ร้ายแรงนี้ยังเกิดขึ้น ไม่ควรประมาทยังคงกางมุ้งให้ม้า และสุมไฟไล่ตัวริ้นในเวลากลางคืน”สำหรับสัตว์ปีกเพื่อการบริโภค ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ดไล่ทุ่ง เป็ดเนื้อ และห่าน น.สพ.เกษตร ให้ระวังโรคไข้หวัดนก โรคนิวคาสเซิล และโรคอหิวาต์สัตว์ปีก หากพบสัตว์ปีกป่วยตายไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจลำบาก หน้าบวม น้ำตาไหล คอบิด ชักเกร็ง ซึม ไม่กินอาหาร และตายลง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายออกไป ส่วนหมาและแมว ไม่ควรปล่อยให้เล่นน้ำฝน เพราะอาจจะทำให้ปอดอักเสบรุนแรงตายได้ อีกทั้งอาจมีโรคฉี่หนู เพราะสัตว์ป่วยตายด้วยโรคนี้สามารถติดไปสู่คนได้ด้วยนอกจากนี้ ให้ระวังสัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ แมงป่อง ตะขาบ สามารถกัดต่อยหมาแมวจนถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน ทั้งยังมีโรคพยาธิในเม็ดเลือด ที่เกิดจากการกัดของเห็บ หมัด ควรดูแลสัตว์ ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการผิดปกติให้นำไปพบสัตวแพทย์ และทำวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง.