“วิษณุ” แจงการตรวจร่างคำพิพากษาโดยประธานศาลฎีกา อธิบดีศาล หรือหัวหน้าศาล ไม่ใช่การแทรกแซงสามารถลงชื่อเป็นองค์คณะสมทบได้ เป็นหลักที่มีอยู่ทั่วโลก “ปิยบุตร” นำเรื่องเข้า กมธ.กฎหมายฯ เห็นว่าข้อร้องเรียนของผู้พิพากษาอาจเป็นปัญหาจริง ด้านอดีตประธานศาลอุทธรณ์ จัดเสวนา “คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษาคืนความยุติธรรมให้ประชาชน” ระบุการตรวจร่างคำพิพากษามีประโยชน์แต่น้อย เสนอให้ตรวจเฉพาะคดีเล็กที่ห้ามอุทธรณ์เป็นประโยชน์มากกว่า ขณะที่โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำอธิบดีผู้พิพากษาภาคบังคับให้เปลี่ยนแปลงผลไม่ได้ มีสิทธิแค่ทำความเห็นแย้งติดสำนวนเพื่อให้เกิดสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกายังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเหตุระทึกนายคณากร เพียรชนะ อายุ 49 ปี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้ปืนจ่อยิงตัวเองอกทะลุอาการสาหัสในห้องพิจารณาที่ 4 ศาลจังหวัดยะลา หลังพิพากษายกฟ้องจำเลย 5 คนร่วมกันฆ่าคนตาย 5 ศพ ในพื้นที่ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา แพทย์ผ่าตัดช่วยเหลืออาการพ้นขีดอันตราย ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติให้ตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้รายงานผลให้ ก.ต.ทราบภายใน 15 วัน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดยะลา อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา แม่และน้องสาวของ 2 ใน 5 จำเลยคดีฆ่าหมู่ 5 ศพที่นายคณากรมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องก่อนลั่นไกยิงตัวเอง เข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอคำแนะนำในการประกันตัวผู้ต้องหา มาขอคำแนะนำในการที่จะขอประกันตัวจำเลย ในคดี และขอความช่วยเหลือเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัวจากนั้น น.ส.กะยะ สะเตาะ น้องสาวของนาย สะแปอิง สะเตาะ จำเลยที่ 2 เปิดเผยว่า ก่อนหน้าได้มายื่นหนังสือให้ช่วยเหลือในเรื่องการขอประกันตัวพี่ชาย เนื่องจากศาลชั้นต้นได้สั่งยกฟ้องไปแล้ว แต่ก็ได้รับการแนะนำว่ายังคงประกันตัวไม่ได้ เนื่องจาก คำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด ส่วนเรื่องขอความช่วยเหลือด้านหลักทรัพย์ในการประกันตัว ทางสำนักงานยุติธรรมไม่ได้อนุมัติงบมาให้ หากจะประกันตัวคงใช้หลักทรัพย์ที่สูงพอสมควรนพ.บรรยง เหล่าเจริญสุข ผอ.รพ.ศูนย์ยะลา เปิดเผยถึงอาการของนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ว่าอาการโดยทั่วไปปลอดภัย ในวันที่ 10 ต.ค.แพทย์จะส่องกล้องตรวจกระบังลมด้านซ้ายว่า มีร่องรอยของคมกระสุนปืนเฉี่ยวหรือไม่ จะได้ให้การรักษาต่อ เพราะสงสัยในแนวของกระสุนที่อาจจะไปกระทบกระบังลมด้านซ้ายด้วย จากการพูดคุยในขณะเข้าไปตรวจอาการพร้อมแพทย์ผู้รักษา พบว่านายคณากรพูดจาปกติ ไม่มีอาการซึมเศร้า ตรงกับที่จิตแพทย์รายงานมา สรุปโดยรวมอาการพ้นขีดอันตรายไม่น่าเป็นห่วง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้พิพากษายิงตัวเองว่า ไม่รู้เรื่องจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ เห็นจากหนังสือพิมพ์ว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (กต.) บอกว่าจะต้องสอบสวนภายใน 15 วัน ก็ขอให้รอฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่าไปพูดเลย เราไม่รู้จริง ผู้พิพากษานอนเจ็บอยู่ ต้องให้ตัวท่านเองเป็นคนบอก เมื่อถามว่าหากพักรักษาตัวหายแล้วจะมีความผิดหรือไม่นั้น นายวิษณุตอบว่าไม่รู้ ผิดข้อหาอะไร ข้อหาพยายามฆ่าตัวตายหรือ เรื่องนี้ตนก็ไม่ทราบให้คนที่รู้เรื่องมาทำความกระจ่างออกมา เมื่อถามว่ามีการเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องการอัตราค่าตอบแทนของผู้พิพากษา นายวิษณุตอบว่า ถ้ามีก็เสนอมา ในอดีตเคยเสนอมาแต่มีหลายเรื่องหลายอย่าง บางส่วนที่ได้ไปแล้วต่อข้อถามว่า มีการเสนอให้ตรวจคำพิพากษาของผู้พิพากษา นายวิษณุตอบว่า ปล่อยให้เป็นข้อเสนอของสำนักงานศาลยุติธรรมก็แล้วกัน แต่ศาลยุติธรรมสามารถตรวจได้ คนตรวจคือผู้บังคับบัญชาไม่ใช่การแทรกแซง ประธานศาลฎีกา อธิบดีศาล หรือหัวหน้าศาลสามารถตรวจสอบได้ เช่น มีผู้พิพากษา 2-3 คนเป็นองค์คณะ ตำแหน่งที่เอ่ยมาสามารถลงชื่อเป็นองค์คณะสมทบได้ด้วยอีก 1 คน มีสิทธิที่จะตรวจถ้าตรวจดูแล้วใช้ได้เขาก็ไม่ไปลงนาม แต่ถ้าตรวจดูแล้วมีปัญหาเขาก็ลงนาม ซึ่งจะทำให้เสียงข้างมากเปลี่ยนเช่น เดิมเสียง 2 ต่อ 1 พอหัวหน้าไปลงนามด้วยอาจจะเปลี่ยนเป็น 2 ต่อ 2 หรือหากถ้าเสียงเท่ากัน จะต้องใช้เสียงที่เป็นคุณ เช่น หากกรณีที่ 2 คนบอกว่าผิด แต่อีกหนึ่งเสียงบอกว่าไม่ผิด หัวหน้าศาลไปลงร่วมกับหนึ่งเสียงที่ไม่ผิดต้องเอาความเห็นที่เป็นคุณ คือกลายเป็นไม่ผิดไป เป็นหลักที่มีอยู่ทั่วโลกที่ผู้บังคับบัญชาสามารถเข้าไปลงนามหรือไปดูสำนวนเพื่อร่วมลงนามด้วยได้ เพื่อใช้ดุลพินิจว่าควรจะลงนามหรือไม่ แต่ไม่ใช่เข้าไปแทรกแซง เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่มีมานานแล้ว ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ในวันที่ 9 ต.ค. ตนจะนำเอกสารและข้อมูล ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง ไปหารือกับที่ประชุม กมธ.กฎหมายฯเพื่อพิจารณา เบื้องต้นเห็นว่าข้อร้องเรียนของผู้พิพากษามีมูลและอาจเป็นปัญหาจริง นอกจากนี้ยังได้รับข้อร้องเรียนในลักษณะคล้ายกันจากผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายกรณีทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงและกฎหมายพิเศษ สิ่งที่เตรียมจะนำเข้าหารือกับ กมธ.ยุติธรรมฯ ได้แก่ 1.การตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร 2.พิจารณาข้อเรียกร้องของนายคณากร ที่ให้แก้ไขกฎหมาย-กฎระเบียบเกี่ยวกับการพิจารณาคดี เพื่อให้ผู้พิพากษามีความเป็นอิสระจากอิทธิพลและแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกองค์กร ในขณะเดียวกันต้องรักษาบรรทัดฐานของแนวคำพิพากษาเพื่อให้ประชาชนไว้วางใจกระบวนการยุติธรรมได้ด้วย 3. การทำข้อเสนอและร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวอันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ นายศิริชัย วัฒนโยธิน ข้าราชการบำนาญอดีตประธานศาลอุทธรณ์ เชิญสื่อมวลชนฟังการเสวนาเรื่อง “คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษาคืนความยุติธรรมให้ประชาชน” กล่าวโดยสรุปว่า ผู้พิพากษามีความเป็นอิสระไม่อยู่ในอำนาจสายการบังคับบัญชาเหมือนข้าราชการอื่น แต่ผู้พิพากษาทุกวันนี้ไม่อิสระไปทั้งหมดเสียทีเดียวเพราะการเขียนคำพิพากษาของผู้พิพากษาในศาลภาค ยังต้องส่งสำนักงานอธิบดีภาคตรวจร่างคำพิพากษา เช่น คดีอุกฉกรรจ์ คดีแพ่งทุนทรัพย์สูง ระบบการตรวจสำนวนมีประโยชน์ แต่ก็น้อยเพราะแต่ละคดียังมีโอกาสที่จะยื่นอุทธรณ์ ฎีกา ตนขอเสนอว่าต่อไปนี้ควรให้มีการตรวจร่างคดีเล็กน้อยที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ที่เป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์และหากจะอุทธรณ์ต้องเสนอผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณารับรองให้อุทธรณ์ เพราะเป็นคดีเล็ก การตรวจทานว่าคดีอะไรควรอุทธรณ์ฎีกาได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะข้อเท็จจริงมันอาจก้ำกึ่งนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการตรวจร่างคำพิพากษาของอธิบดีผู้พิพากษาภาคว่า นอกจากจะตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ เช่น รูปแบบคำพิพากษา การใช้ถ้อยคำในตัวบทกฎหมายแล้ว ยังต้องรักษาแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่ง และให้การใช้ดุลพินิจของศาลเป็นไปโดยถูกต้องในแนวทางเดียวกัน ในกรณีที่ต่างไปจากแนวบรรทัดฐานควรมีเหตุผลพิเศษและให้แสดงเหตุผลพิเศษไว้ในร่างคำพิพากษาเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่มีเจตนารมณ์ให้ผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์มากกว่าได้ช่วยเหลือองค์คณะผู้พิพากษาตรวจทาน กลั่นกรองคำพิพากษาเพื่อให้คำพิพากษาของศาลยุติธรรมเป็นหลักประกันความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็ประกันความเป็นอิสระแก่องค์คณะผู้พิพากษาด้วย โดยหากองค์คณะยืนยันตามความเห็นเดิม อธิบดีผู้พิพากษาภาคก็บังคับให้เปลี่ยนแปลงผลไม่ได้ มีสิทธิแค่ทำบันทึกความเห็นแย้งติดสำนวนไว้เพื่อให้เกิดสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาต่อไปเท่านั้น