ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน (สกก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สรุปภาพรวมการ บริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศ ปี 2562 ระหว่างวันที่ 8-20 ก.ค. 2562 พบว่า มีโรงเรียนจัดซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารเอง จำนวน 4,835 โรง ของจำนวนโรงเรียนที่สำรวจข้อมูล 22,956 โรง แยกเป็น อาทิ โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 1-40 คน จำนวน 789 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 16.32 มีปัญหาและอุปสรรค คือ โรงเรียนมีงบฯจัดอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน แต่ไม่พอจ่ายค่าแก๊สหุงต้ม ค่าเครื่องปรุง รายการอาหารไม่หลากหลาย โดยเฉพาะปลาหรืออาหารทะเล โดยจัดได้เพียง 1 เมนูเท่านั้น บางโรงเรียนไม่สามารถจัดขนมหวานและผลไม้ได้ทุกวันดร.สุเทพกล่าวต่อว่า ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 500-1,499 คน จำนวน 52 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 1.08 และโรงเรียนที่มีนักเรียน ตั้งแต่ 1,500-2,499 คน จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 0.06 ส่วนใหญ่พบปัญหาและอุปสรรค คือ บุคลากรมีภาระงานเพิ่มขึ้นและกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน จึงมีข้อเสนอให้โรงเรียนควบคุมคุณภาพปริมาณของอาหารกลางวัน และโรงเรียนควรหาเครือข่ายในการสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ดังนั้น ตนจะนำข้อมูลสรุปภาพรวมการบริหารจัดการทั้งหมดเสนอให้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รับทราบและวางแนวทางแก้ไขต่อไป สำหรับโรงเรียนที่ตรวจพบและเป็นข่าวการทุจริตเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560-2562 รวม 8 โรง และเข้าข่ายทุจริตแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อโรงเรียนได้อีก 4 โรง.