คนเขียนมาบอกเล่าว่า สามีมีอาการป่วยเส้นเลือดในสมองตีบและแตก จนร่างกายซีกซ้ายใช้งานไม่ได้ พูดไม่ได้เหมือนเดิม เตยพาเข้ารักษาโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง แต่ไม่หายขาดบอกว่า ในโรงพยาบาลตามแพทย์แผนปัจจุบันให้กินยา กายภาพ ตามปกติ ซึ่งกินมานานแล้วไม่หายซักที ตระเวนหาสถานที่ที่รักษาอาการแบบนี้ได้ตามคำบอกเล่าตามข่าวที่เคยออกมาบ้าง จนมาพบ มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ซึ่งช่วยรักษาอาการป่วยตามแพทย์แผนไทย ใช้ยาสมุนไพรในการรักษา ประกอบกับค่ารักษาที่ไม่แพง ค่าครูครั้งละ 19 บาทไม่ขูดรีดคนไม่มีที่พึ่งเลยคนเขียนบอกว่า วันนั้นได้มูลนิธิของ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ช่วยรักษาอาการของสามี ซึ่งไม่มีความหวังใดๆที่คิดว่าสามีจะหายและกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมแต่การรักษาครั้งแรก พอกลับบ้านไป สามียกแขนได้เล็กน้อย หลังจากที่ต้องใช้แขนขวาช่วยพยุงและยก การรักษาครั้งที่สอง สาม สี่ ซึ่งเว้นระยะ 2-3 สัปดาห์ ปัจจุบันอาการซีกซ้ายที่ขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ลิ้นแข็ง ตอนนี้ขยับและหยิบจับของได้ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่างสามีกลับมามีชีวิตใหม่ได้เหมือนเดิม ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจเข้ารับการรักษากับมูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ก็ไม่รู้ว่าครอบครัวจะกลับมาเหมือนเดิมเหมือนทุกวันนี้ไหมต้องขอบพระคุณที่วันนั้น พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ลงมือช่วยรักษาผู้ป่วยที่หมดหนทางในการรักษา หมดความหวังในชีวิต ได้หายจากอาการต่างๆเป็นอย่างดี การทำงานที่สังเกตเห็นทุกขั้นตอน สะอาดถูกสุขลักษณะของสถานพยาบาล ใส่ถุงมือและเปลี่ยนทุกครั้งที่เข้าตรวจคนไข้คนต่อไปถ้า มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ต้องปิดตัวลงไปจริงๆ เราในฐานะคนที่เข้าไปรับการรักษาต้องบอกว่า เสียใจมากจริงๆ เพราะมูลนิธิฯแห่งนี้เป็นที่พึ่งของคนยากจนหมดหนทางรักษา จะไปรักษาที่โรงพยาบาลก็แพงมาก ทุกข์เรื่องป่วยก็ว่าแย่แล้ว เจอค่ารักษายิ่งทำให้อาการป่วยของผู้ป่วยทรุดลงไปอีกบางครั้งรักษาแล้วก็ไม่หาย ถ้าปิดไปคนจนที่ไม่มีที่ไปจะไปพึ่งให้ใครรักษาได้ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาด้วย เอาเวลาที่มีไปตรวจสอบ สถานพยาบาล หรือ คลินิกเถื่อน ที่เปิดรักษาเพื่อหาผลประโยชน์และทำให้คนตายจะดีกว่ายืนยันเลยว่า มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง เป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไรอะไรเลยเรื่องจริงของผู้ที่นำสามีเข้ารักษาและหายขาด.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th