จับโจรฉกเพชร 10 กะรัตได้ แต่ของกลางอันตรธานไป?คดี นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ อายุ 59 ปี โจรรุ่นเก๋าวางแผนเปิดร้านจิวเวลรีย่านกลางเมือง ล่อเหยื่อพ่อค้าเพชรชาวอินเดีย วิ่งราวเพชรมูลค่า 10 ล้านบาท หนีออกจากร้านไปดื้อๆ ทำเอางงกันเป็นแถบ?!ตอนแรก ตำรวจ สน.บางรัก สงสัยประเด็นนี้ต้องทำให้กระจ่าง สอบสวน นายวีกี้ ไวบัส อายุ 44 ปี อย่างละเอียด จนมั่นใจว่าไม่ใช่ผู้ร่วมก่อเหตุพอหันกลับมาตามล่าผู้ต้องหาอย่างจริงจัง พบประวัติโชกโชน เปลี่ยนชื่อนามสกุลมาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่ นายมาโนช โพธิ์ศรี นายตู้อู่ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ นายวสุรัตน์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ นายจิรพัฒน์-จิตต์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ ไปจนถึง นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ตั้งแต่ปี 2533-2559 หรือตลอด 26 ปีที่ผ่านมา ก่อคดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ไปจนถึงปล้นทรัพย์มาแล้ว 9 คดี!หลังถูกตำรวจจับกุมบริเวณด่านชายแดนจังหวัดจันทบุรี ขณะเตรียมเผ่นออกไปประเทศเขมร ถูกนำตัวมาสอบเครียด นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ อ้างว่า เคยเป็นเจ้าของกิจการค้าขายอัญมณีที่ จ.จันทบุรี ฐานะร่ำรวย คนในวงการเรียกว่า “เสี่ยเอ” แต่ติดการพนันอย่างหนักจนธุรกิจเจ๊ง เลยตัดสินใจยึดอาชีพ “โจร”หลังฉกเพชรมาได้หลบหนีข้ามชายแดนไปแล้ว นำเพชรไปขายให้ชาวต่างชาติคนหนึ่งในบ่อนกาสิโนฝั่งเขมรราคา 550,000 บาท จ่ายค่าจ้างคนพาหนี 100,000 บาท ที่เหลือนำไปเล่นการพนันในบ่อนจนหมดตัวคำให้การพิรุธเพียบ เอาชัดๆตอนถูกจับอ้างว่า เพิ่งเดินทางกลับเข้าไทย แต่ตำรวจยืนยันว่าจับได้ตอนกำลังจะข้ามชายแดนไปประเทศเขมรประเด็นนี้สำคัญ เพราะถ้าผู้ต้องหายังไม่ได้หนีออกนอกประเทศ คำให้การทั้งหมดเป็นการโกหกคำโต?แสดงว่าเพชร 10 กะรัตยังไม่ได้ขายให้ใคร?อาชญากรระดับสมัครเล่นยังคิดออก เพราะการถูกจับคราวนี้ โดนแค่ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ติดคุกจริงๆไม่กี่ปี ถ้าซุกเพชรไว้สำเร็จ ออกจากคุกมาเอาไปขาย อยู่อย่างสุขสบายไปได้อีกหลายปีแต่อย่าคิดว่าไม่มีคนรู้ทัน รับรองออกจากคุกเมื่อไหร่ คนรอจองกฐินกันเพียบคงได้เสวยสุขอย่างที่คิดหรอก?!สหบาท