โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม แต่ละวันมีคนไข้นอกประมาณ 1,500 คน คนไข้ในราว 250 คน แม้จะได้งบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาล แต่เครื่องมือทางการแพทย์ยังขาดแคลน และต้องพัฒนาอีกมากปัญหาดังกล่าว นพ.สุทธิพงษ์ ศิริมัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและ นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร รองผู้อำนวยการ จึงร่วมกับหน่วยงานราชการ ห้างร้าน และคนในพื้นที่จัด “ทอดผ้าป่า” หาเงินจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ กำหนดทอดวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2561 เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. ณ ห้องประชุมรามเกียรติ์ ชั้น 7 อาคารอิศรสุนทร“เรามีแพทย์เฉพาะทางหลายด้าน แต่เครื่องมือยังขาดอยู่ เพราะเราจำเป็นต้องเตรียมเครื่องมือทั้งด้านศัลยกรรม เครื่องมือตรวจถุงน้ำดี ตับอ่อนไว้รองรับคนไข้ และเนื่องจากว่าเมืองของเราเป็นเมืองที่มีถนนสายหลักผ่านคือพระรามสอง มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ จึงต้องเตรียมเครื่องมือศัลยกรรมไว้รองรับด้วย” นพ.สุทธิพงษ์อธิบายถึงความจำเป็นเครื่องมือที่ยังขาดแคลนต้องใช้งบประมาณเท่าใดนั้น นพ.สุทธิพงษ์บอกว่าประมาณ 20 ล้านบาท “ผ้าป่าที่เราทำในปีที่ผ่านๆมา แต่ละครั้งระดมเงินได้ประมาณ 11-12 ล้านบาท หลังทอดผ้าป่าครั้งนี้ เราคาดว่า อย่างน้อยน่าจะได้เครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นสามตัว อาทิ เครื่องตรวจนิ่วในไต และเครื่องมือเพิ่มศักยภาพด้านศัลยกรรม เป็นต้น”ความจำเป็นที่ต้อง “ทอดผ้าป่า” ครั้งนี้ ผอ.บอกว่า เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนมากขึ้น เป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนประชากร พร้อมทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุและความซับซ้อนของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นมาในลักษณะอาการต่างๆ ทำให้โรงพยาบาลต้องมีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อการให้บริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานจึงต้องเตรียมความพร้อมไว้รองรับจากการให้บริการที่ผ่านมาพบว่า ยังมีผู้ป่วยที่ต้องการรับบริการเฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยกรรมกระดูก รวมทั้งเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งทางโรงพยาบาลมีบุคลากรพร้อมให้บริการเฉพาะทางดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ “ยังขาดเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นอีกหลายรายการ ทำให้ต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทางด้านเครื่องมือสูงกว่า ทำให้ผู้ป่วยและญาติต้องยากลำบากในการเดินทางไปรักษาต่อ และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อีกทั้งคนไข้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก็อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียระหว่างการเดินทาง จากปัญหาดังกล่าวโรงพยาบาลได้พยายามแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถขยายการบริการดังกล่าวให้สมบูรณ์ได้”และอีกปัญหาหนึ่งคือ การให้บริการคนต่างด้าว คนต่างด้าวในพื้นที่ ผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าบอกว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย กลุ่มนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะก่อนขึ้นทะเบียนได้มีการตรวจสุขภาพก่อน เมื่อพบโรคภัยก็เข้ารับตรวจรักษาก่อน เป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม 2.กลุ่มที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย กลุ่มนี้เป็นปัญหามาก เพราะเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาเป็นกรณีเร่งด่วน โรงพยาบาลต้องรับเข้ารักษา แต่ถ้าเป็นโรคอื่นๆอย่างโรคเรื้อรัง ทางโรงพยาบาลก็ไม่สามารถดูแลได้ตลอด กลุ่มนี้แม้จะมีน้อยแต่โรงพยาบาลก็ต้องรับภาระดูแลเสมอมาการรับคนไข้รักษาพยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า มิเพียงรักษาแต่คนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรับคนนอกพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตบางอำเภอของจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ในอำเภอใกล้เคียง “โรงพยาบาลของเราเป็นโรงพยาบาลระดับจังหวัด ในจังหวัดเราเป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมที่สุดในการดูแลคนไข้ คนไข้ที่มารักษานั้น มีทั้งในจังหวัดและบางอำเภอของจังหวัดอื่นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นสมุทรสาครและราชบุรี ถ้าเรามีอุปกรณ์พร้อมเราก็สามารถดูแลได้ดีขึ้น ไม่ต้องส่งคนไข้ไปโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่า อย่างโรงพยาบาลศูนย์ เป็นต้น”ความเป็นมาของโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า หรือโรงพยาบาลแม่กลอง เริ่มเมื่อ พ.ศ.2476 สมัยพระนิกรบดีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ได้จัดตั้ง “สุขศาลา” ขึ้น โดยใช้พื้นที่บางส่วนของศาลากลาง ซึ่งเคยเป็นที่ทำการเดิมของกองทหารเรือแม่กลอง มีนายแพทย์ไสว มังคะสี เป็นแพทย์ประจำสุขศาลาจังหวัด ต่อมาคุณอ้น อุ่นสุวรรณ บริจาคเงินสร้างสุขศาลาหลังใหม่และต่อมาปี พ.ศ.2479 ตระกูล “อัครพงศ์พาณิชย์” ได้บริจาคเงินสร้างเรือนคนไข้ 1 หลัง ในปีเดียวกันนั้นเองได้เปิดสุขศาลาใหม่ใช้ชื่อว่า “สุขศาลาอ้น อุ่นสุวรรณ” และใช้ชื่อเรือนคนไข้ว่า “เรือนคนไข้อัครพงศ์”หลังจากนั้นค่อยๆเติบโตขึ้นมาเป็นลำดับ และได้เป็น “โรงพยาบาลสมุทรสงคราม” จนกระทั่งปี พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อโรงพยาบาลตามพระปรมาภิไธยรัชกาลที่ 2 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า” ปัจจุบันโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เป็นโรงพยาบาล 360 เตียง มีอาคาร 7 ชั้น และมีบุคลากรทางการแพทย์ ห้องประชุม และห้องต่างๆเพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้เจ็บป่วยค่อนข้างครบครัน เพื่อพัฒนาศักยภาพของเครื่องมือ และความจำเป็นที่ต้องซื้อเครื่องมือทันสมัยเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย จึงต้องระดมแรงศรัทธาจากผู้รับบริจาค ทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ไม่ว่าจะได้ปัจจัยมากน้อยเพียงใดก็ตาม “ขอขอบคุณคุณผู้บริจาค ท่านผู้บริจาคเดิมที่ช่วยเหลือและสนับสนุนอยู่แล้ว และผู้มีแรงศรัทธาบริจาคทุกคนที่อยากช่วยเหลือโรงพยาบาล เรามีบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว ถ้ามีเครื่องมือแพทย์ มีอุปกรณ์ครบครัน การบริการ การดูแลรักษาก็จะได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น” สำหรับการพัฒนาด้านการบริการ ผอ.บอกว่า ปีนี้เป็นปีของรัชกาลใหม่ รพ.มีความตั้งใจทำงานเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “จะเป็นสมาร์ทฮอสพิทอล เราได้นำเอาเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่เข้ามาช่วยในด้านการบริการ อย่างการนัดหมาย เรานัดหมายผ่านไลน์และแอปพลิเคชันต่างๆ และมีการลิงก์ข้อมูลกับโรงพยาบาลในเครือข่ายในพื้นที่” การเพิ่มการบริการ เช่น “เพื่อให้สะดวกกับคนไข้ หลังจากนั้นเราจะเตือนล่วงหน้าเป็นต้นว่าทางไลน์ เพื่อให้คนไข้ได้เตรียมตัวว่าต้องเอาอะไรมาบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนมาโรงพยาบาล การจัดคิวจะชัดเจนขึ้น ถ้าคนไข้มาก่อนเวลานัดหมาย อาจไปนั่งดื่มกาแฟ หรือทำอย่างอื่นก็ได้ ใกล้เวลาแล้วค่อยเข้ามา ไม่ต้องมานั่งรอเสียเวลานานเหมือนก่อน” นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร รองผู้อำนวยการฯ บอกว่าติดต่อบริจาคได้ที่ 0-3471-4314-9 ต่อ 6230 หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาแม่กลอง บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 748-0-41516-8 ชื่อบัญชี ทอดผ้าป่าเพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ปี 2561หากได้ทำเต็มรูปแบบ โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จะเป็นโรงพยาบาลหนึ่งที่พร้อมด้วยการบริการที่ทันสมัย และคล่องตัวในการรักษา แน่นอนความคล่องตัวนั้น ส่งผลต่อชีวิตคนเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างมิต้องสงสัย.