“วรรณภา พวงสน” เจ้าของบริษัทเมจิกสกินที่โดนข้อหาฉ้อโกงประชาชน เบี้ยวให้ปากคำเพิ่มเติมกับ “วิระชัย” รอง ผบ.ตร. หลังผลการตรวจสอบของ อย.มีผลิตภัณฑ์ในเครือ 5 ผลิตภัณฑ์ “คลอโลฟีล ดีท็อก ไฟเบอร์-แอปเปิ้ลสลิม-สลิมมิลค์ สโนว์มิลค์-ตรีชฎา-เฟิร์น ชิโนบิ เมสโซ” พบสารต้องห้ามและสรรพคุณอาหารเสริม วันเดือนปีบริษัทที่ผลิตระบุไม่ตรงกับข้างกล่อง เจ้าของบริษัทและผู้เกี่ยวข้องจ่อโดนแจ้งข้อหาอ่วม ด้านนิด้าโพลเผย คนไทย 56.12% ยังเชื่อมั่น อย. แนะเพิ่มมาตรการตรวจสอบสินค้าทั้งก่อนและหลังได้รับเครื่องหมายกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหากระทำผิดในคดีผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานของเครือข่ายเมจิกสกิน และทยอยเรียกศิลปินดารา เน็ตไอดอล รีวิวสินค้าสอบปากคำมีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดหรือไม่ ล่าสุดที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 พ.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินทางมากำกับการสอบปากคำนางวรรณภา พวงสน เจ้าของบริษัทเมจิกสกิน หลังผลการตรวจสอบของ อย. พบสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์หลายชนิดของเครือเมจิกสกิน พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกมาให้การเพิ่มเติม แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายปรากฏว่านางวรรณภาไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนพล.ต.อ.วิระชัยเผยว่า หลังดำเนินคดีฉ้อโกงประชาชนกับเจ้าของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเมจิกสกิน ขณะนี้ผลตรวจผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกินจาก อย.ออกมาแล้ว มีผลต่อคดีอาญาที่ 20/2561 เดิมมีผู้ต้องหาคือ นางวรรณภา พวงสน และ น.ส.ธนัญพรรน์ บุญโญสิทธิ์ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ผลการตรวจผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ ดีทอกซ์ ไฟเบอร์ อย.ยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่แสดงส่วน ประกอบสำคัญที่เป็นภาษาไทยและไม่มีการเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย น้ำหนักบริสุทธิ์ไม่ระบุเป็นภาษาไทย ไม่ระบุข้อแนะนำการบริโภคว่าควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ เป็นความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศ ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.อาหาร ม.60 (10) มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาทอีกคดีคือคดีอาญาที่ 21/2561 ผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลสลิม อย.ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่พบข้อมูลสารบบอาหาร ไม่แสดงสัดส่วนประกอบที่สำคัญเป็นภาษาไทยไม่แสดงคำเตือนไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ระบุข้อความวันที่ผลิตหรือหมดอายุ แสดงฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดในลักษณะพิเศษ ได้รับสารบบอาหาร ณ สถานที่ผลิต บริษัทเนเจอร์นิวทรี จำกัด เลขที่ 26/14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เลขดังกล่าวไม่มีอยู่ในระบบของ อย. เข้าฐานความผิด ฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม ม.6 (10) ปรับไม่เกิน 30,000 บาท เมื่อผลออกมาแล้วได้แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 2 คนคือ นายกร พวงสน และว่าที่ ร.ต.ปวีร์ ปานดำรงสถิต ข้อหาร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายอาหารปลอมอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาทส่วนผลิตภัณฑ์สลิมมิลค์ สโนว์มิลค์ เดิมทีดำเนินคดีนางวรรณภา พวงสน และ น.ส.มธุรส แดงสัมฤทธิ์ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน วันนี้ผลตรวจออกมาผลิตภัณฑ์สลิมมิลค์ อย.แจ้งว่า ส่วนประกอบไม่ตรงกับความสำคัญที่ได้รับอนุญาต ไม่แสดงส่วน ประกอบที่เป็นภาษาไทย แสดงสถานที่ผลิตไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต แสดงฉลากอาหารลวง หรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในคุณภาพและปริมาณหรือเรื่องสถานที่และประเทศที่ผลิต ผู้รับใบอนุญาตในการผลิตคือ บริษัทเนเจอร์นิวทรี แต่ข้างกล่องระบุชื่อ บริษัทเมจิกสกิน เป็นผู้ผลิต เป็นความผิดฐาน ฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม ม.6 (10) ปรับไม่เกิน 30,000บาท และผลิตเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารปลอมโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาทคดีอาญาที่ 22/2561 ผลิตภัณฑ์ตรีชฎา เดิมมีผู้ต้องหาคือ นางวรรณภา พวงสน นายกร พวงสน และ น.ส.ตรีชฎา ใจสบาย ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงผลตรวจของ อย. พบว่าขอจดแจ้งโดยนางวรรณภา พวงสน แต่ฉลากข้างกล่องระบุว่า บริษัทเมจิกสกิน ไม่ตรงกับที่จดแจ้ง แสดงสรรพคุณช่วยลดเหงื่อ รอยเหี่ยวย่นใต้วงแขน หรือหนังไก่ เป็นการแสดงไม่ถูกต้องระบุข้อความให้เข้าใจผิดในสาระเครื่องสำอาง เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ชื่อของสารทุกชนิดไม่ตรงกับที่จดแจ้งถือว่าเป็นเครื่องสำอางปลอม ต้องแจ้งข้อหาเพิ่ม 2 คน คือ บริษัทเมจิกสกิน โดยนายกร พวงสน และบริษัทฮานิวโคเลีย จำกัด เพิ่มข้อหา ร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายรับจ้างผลิตหรือขายเครื่องสำอางปลอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับส่วนคดีอาญาที่ 23/2561 ผลิตภัณฑ์เฟิร์น ชิโนบิ เมสโซ ที่ดำเนินคดีกับนางวรรณภา พวงสนและนายกร พวงสน เบื้องต้นดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนายพิร์นิธิ ดิรณวัตถุภรณ์ นายไมยสิทธิ์ สว่างธรรมรัตน์ และนายกสิทธิ์ วรชิงตัน ข้อหาเพิ่มเติมคือ ร่วมกันผลิตเพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายอาหารปลอมอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุก 6 เดือน-10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาทพล.ต.อ.วิระชัยกล่าวถึงกรณีนางวรรณภาไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกว่า ถ้าไม่มาพบพนักงานสอบสวนวันนี้จะต้องออกหมายจับ ขณะนี้นางวรรณภาได้รับประกันตัวในชั้นศาล เมื่อถึงวันให้การต่อศาลยังไม่มาอีกแสดงว่าหลบหนีศาลต้องสั่งยึดหลักประกัน ตำรวจต้องติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนดาราที่มีส่วนในการรีวิวสินค้า อย.ยังไม่สามารถบอก ได้ว่าสารประกอบแต่ละชนิดจะส่งผลตามที่โฆษณาหรือไม่ ต้องรอการสอบปากคำเกี่ยวกับรายละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่า สารประกอบแต่ละชนิดที่ใส่ในเครื่องสำอาง อาหารเสริม จะแสดงผลตามที่โฆษณาหรือไม่ เมื่อได้ผลมาแล้วจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าดาราจะมีความผิดฐานใด ส่วนคดีฟอกเงินแยกดำเนินการต่างหาก และสามารถดำเนินคดีได้อีกยาว ขอฝากไปยังผู้ที่ช่วยกันยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาว่าต้องจะถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินมีโทษจำคุกถึง 10 ปีด้วยเช่นกันด้าน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเครื่องหมาย อย.” สำรวจระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของ อย. หลังจากที่มีกระแสข่าวการจับกุมผลิตภัณฑ์ที่มีการสวมเลขทะเบียน อย. รวมถึงการใช้เครื่องหมาย อย.ปลอมจำนวนมาก พบว่า ร้อยละ 56.12 ระบุว่า มีความเชื่อมั่น เพราะ อย.เป็นองค์กรที่มีมาตรฐานในการตรวจสอบความปลอดภัยเชื่อถือได้ มีการจัดตั้งมานานแล้ว เมื่อถามถึงการที่ให้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาขายสินค้า มีส่วนช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นดูมีความน่าเชื่อถือและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 65.71 ระบุว่า มีส่วนช่วย เพราะเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จัก มีความน่าเชื่อถือทำให้เกิดแรงจูงใจและความมั่นใจในการเลือกซื้อเมื่อถามถึงแนวทางในการแก้ปัญหาการคุ้มครอง ความปลอดภัยของผู้บริโภค ร้อยละ 54.20 ระบุว่า เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบทั้งก่อน-หลัง กับสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย อย. รองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้กระทำผิด ร้อยละ 33.89 ระบุว่า เพิ่มหน่วยงานของภาครัฐเข้ามากำกับดูแลการคุ้มครองผู้บริโภค ร้อยละ 32.37 ระบุว่า เพิ่มมาตรการควบคุมการโฆษณาที่เกินจริงรวมถึงการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงในการโฆษณา ร้อยละ 27.10 ระบุว่า เพิ่มบุคลากรให้เพียงพอต่อการตรวจสอบมาตรฐานของสินค้า ร้อยละ 0.80 ระบุอื่นๆ ได้แก่ เพิ่มช่องทางในการตรวจสอบเลข อย. เช่น มีแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบเลข อย. ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้