เอ็ม ชัยชนะ-หนุ่มไลฟ์สดซ้อมแฟนสาว คอตกเข้าเรือนจำ หลังตำรวจบึงกุ่มคุมตัวฝากขังศาลอาญา ข้อหาพยายามฆ่าและข้อหาอื่นๆ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ครวญผ่านสื่อ “เพิ่งรู้สึกตัววันนี้ ไม่ได้คิดเป็นโจ๊กเกอร์ ผมยังรักแฟนผม” ด้านรอง ผบ.ตร.เผยจ่อแจ้งเพิ่ม “เอ็ม ชัยชนะ” ข้อหาฉ้อโกงและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จลงในระบบคอมพิวเตอร์ เหตุมีพฤติกรรมตุ๋นเหยื่อ เปิดคอร์สสอนฟอเร็กซ์ คิดค่าเรียนคอร์สละประมาณ 15,000 บาท แล้วเบี้ยว มีผู้เสียหายประมาณ 500 คน มูลค่าความเสียหาย 6 ล้านบาท ขณะที่ เหยื่อสาวโพสต์เฟซฯครั้งแรก ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง และจะชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้น ขณะที่แพทย์บอกต้องรักษาตัวประมาณ 4 เดือนความคืบหน้าคดีเอ็ม-ชัยชนะ ศิริชาติ แอดมินเพจโกลบอล เอฟเอ็กซ์ อินเวสเมนท์ ไลฟ์สดซ้อม น.ส.กุลดารา หรือนิต้า ยีสนับ อายุ 21 ปี แฟนสาวบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 เม.ย. ที่ สน.บึงกุ่ม นางเรียม หนูมี อายุ 67 ปี ป้าของนายชนะชัย เดินทางมาเยี่ยมใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนเปิดเผยว่า คงไม่ยื่นประกันตัวเพราะเป็นคดีสังคมสนใจ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตั้งวงเงินประกันตัวไว้สูง ยอมรับตกใจมากที่เห็นหลานชายจากข่าว และเสียใจมากที่เอ็มทำแบบนี้จากนั้น ร.ต.ท.หญิง ยุวธิดา ศรีเพชร พนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เบิกตัวนายชัยชนะ หรือเอ็ม ไปฝากขังศาลอาญา นายชัยชนะอยู่ในชุดเสื้อลาย เดินออกมาท่ามกลางสื่อมวลชนหลายแขนง ก่อนเผยว่า เยาวชนอย่าเอาอย่างผม อย่าเสพยา ผมเพิ่งมารู้ตัววันนี้เอง และผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์ ผมยังรักแฟนผม ผมไม่ได้ต้องการทำร้ายแฟน จากนั้นขึ้นรถตู้ของ สน.ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษกใจความคำร้องระบุว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2561 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งจากศูนย์วิทยุศูนย์เสรีไทย มีเหตุทะเลาะวิวาทภายในห้องเลขที่ 454/231 ชั้น 13 คอนโดลุมพินีพาร์ค ซอยนวมินทร์ 36 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไปตรวจสอบ ได้ยินเสียงทะเลาะดังมาจากข้างในห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกให้เปิดประตูออกมา แต่คนในห้องไม่ยอมเปิดประตู ทราบภายหลังผู้ก่อเหตุชื่อนายชัยชนะ ศิริชาติ อายุ 25 ปี กำลังทำร้ายร่างกาย น.ส.กุลดารา ยีสนับ อายุ 21 ปี แฟนสาว พบว่านายชัยชนะได้ถ่ายวีดิโอเผยแพร่ไลฟ์สดลงเฟซบุ๊กให้ดูระหว่างลงมือทำร้ายร่างกายแฟนสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจาต่อรองกับนายชัยชนะ จนกระทั่งนายชัยชนะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนออกไปจากบริเวณหน้าห้องหมดแล้ว ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย 1 คนเข้าไปทำแผลให้กับ น.ส.กุลดารา จนเสร็จแล้ว จังหวะนายชัยชนะเดินมาเปิดประตูเพื่อจะส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งสวนเข้าไป และควบคุมตัวนายชัยชนะไว้ได้ พร้อมนำตัว น.ส.กุลดาราส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี เพื่อรักษาตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นภายในห้อง พบโทรศัพท์มือถือของกลาง 2 เครื่อง เศษด้ามไม้กวาดที่หัก และอุปกรณ์นวด ตกอยู่กลางห้องจากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ใช้ ของกลางดังกล่าวทำร้ายร่างกาย น.ส.กุลดาราจริง และรับว่า เพิ่งเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ แจ้งข้อกล่าวหา ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงหรืออับอาย จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ดำเนินคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288, 295, 310 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 10 และ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7 (1), 57,91 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2545 ฉบับที่ 5 มาตรา 26 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 พ.ศ.2539ทั้งนี้ ได้สอบสวนผู้ต้องหามาจะครบ 48 ชั่วโมง แต่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ขออนุญาตต่อศาลฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.-5 พ.ค.2561 ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ฝ่ายผู้ต้องหาไม่มีญาติมายื่นขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป ระหว่างเดินขึ้นรถเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายชัยชนะได้กล่าวกับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าที่ดีกว่าเดิม และพูดรู้เรื่องขึ้นว่า “อย่าทำเหมือนผมนะครับ ผมขอโทษ ให้อภัยผมนะครับ”ต่อมาผู้สื่อข่าวไปที่บ้านเช่าเลขที่ 3 ซอยหทัยราษฎร์ 25 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. พบกับ น.ส.ลำไพ สิงห์โห อายุ 42 ปี มารดาของนายชัยชนะหรือเอ็ม เปิดเผยว่า ตนกับลูกชายแยกกันอยู่นานแล้ว ล่าสุดที่นายชัยชนะมาเยี่ยมเมื่อประมาณปี 55 แต่ เมื่อขับรถมาถึง พบตนดื่มเหล้าได้ขับรถกลับไป โดยไม่พูดอะไร หลังจากนั้นก็ไม่พบกันอีก จนกระทั่งมาเห็นในข่าว รู้สึกเสียใจและตกใจมาก ไม่คิดว่าลูกชายจะทำร้ายผู้หญิงขนาดนั้น อยากจะขอโทษแม่ ของฝ่ายหญิงที่ลูกชายของตัวเองได้ทำร้ายลงไป ส่วนตัวแล้วยังรักและคิดถึงลูกชายตลอดเวลา ถ้าเป็นไปได้อยากไปเยี่ยม และเมื่อลูกพ้นโทษก็อยากที่จะอยู่ด้วยกัน สำหรับกระแสข่าวที่ออกมาว่าเคยขายลูกไปในราคา 500 บาทเพื่อแลกกับเหล้านั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดด้านเจ้าของบ้านเช่าเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า แม่ของเอ็มเป็นคนมีน้ำใจ แต่ชอบดื่มสุรา ประกอบอาชีพทำงานรับจ้างรายวัน ปัจจุบันอยู่กับสามีใหม่ทำงานก่อสร้างเหมือนกัน เคยเห็นเอ็มมาหาแม่ ราว 5 ปี ตอนนั้นทราบว่าเอ็มขายเสื้อผ้า มาด้วยรถเก๋ง พอเจอแม่ได้กลิ่นเหล้าจึงรีบกลับไป และว่า ตนไม่มีแม่ ไม่มีพ่อ จะหาพ่อแท้จริงเอง ส่วนที่ลูกน้อยใจแม่ อาจมาจากสาเหตุที่แม่เคยล้อว่าจะเอาลูกไปขาย และไม่เคยเห็นเอ็มทำร้ายร่างกายแม่ด้วยส่วนอาการ น.ส.กุลดารา แฟนสาวนายชัยชนะ ที่รักษาตัวอยู่ที่ตึกนวราชจักรี โรงพยาบาลนพรัตน์–ราชธานี มีรายงานว่า สภาพร่างกายยังมีบาดแผลฟกช้ำ แขนขวาท่อนล่างหัก ต้องดามเฝือก ตายังบวมปูด แพทย์แจ้งว่า ต้องใช้เวลาในการรักษานานถึง 4 เดือนล่าสุดมีรายงานว่า น้องนิต้าได้โพสต์ข้อความสั้นๆผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุ ว่า “ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เป็นห่วงน่ะ เรื่องเหตุการณ์ เดี๋ยวนิต้าจะออกมาแจ้งอีกทีหนึ่ง หวังว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี ขอบคุณค่ะ” ทำให้เพื่อนสนิทและผู้ที่พบเห็นโพสต์ดังกล่าวเข้าไปแสดงความคิดเห็นมอบกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก และขอให้สาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้มีสภาพจิตใจและร่างกายที่แข็งแรงเร็วๆจากนั้นเวลา 13.00 น. นายพัสกร เพชรในหิน นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าเยี่ยม น.ส.กุลดารา เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายรับคำขอและแจ้งสิทธิตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา โดยกล่าวว่า ได้แจ้งสิทธิการเยียวยาให้ ญาติ น.ส.กุลดารารับทราบตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ จากการถูกทำร้ายร่างกายโดยได้รับบาดเจ็บสาหัส กรณีดังกล่าวอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯมีข้อกังวลและได้แสดงความห่วงใย มอบหมายให้มาพบครอบครัวผู้เสียหายในฐานะเหยื่อ เพื่อแจ้งสิทธิพร้อมทั้งให้เขียนคำร้องเพื่อขอรับความช่วยเหลือ หาก น.ส.กุลดารากรอกเอกสารครบถ้วน จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการเยียวยาผู้เสียหายฯให้พิจารณาว่า เข้าหลักเกณฑ์หรือสมควรจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรต่อไป สำหรับเรื่องคดีอาญา ไม่ได้หารือ เพราะคดีอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ“ญาติของเหยื่อยังวิตกกังวลว่า อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวว่าตำรวจไม่สามารถเอาผิดนายชัยชนะได้ เนื่องจากนายชัยชนะจะอ้างเรื่องความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา เพื่อให้ตนพ้นผิด แต่หากต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด สามารถเข้ายื่นเรื่องร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวง เพราะตามปกติการถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถือเป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้อยู่แล้ว” นายพัสกรกล่าววันเดียวกัน พ่อของ น.ส.กุลดารา หรือนิต้า ยีสนับ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ประกอบอาชีพซ่อมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่บ้านบางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงน้องนิต้าถูกแฟนหนุ่มทำร้าย ก่อนหน้านี้ส่งน้องนิต้าไปเรียนที่กรุงเทพฯส่งค่าเรียนทุกเดือน แต่ไม่เคยบอกว่ามีแฟน เพิ่งมารู้ตอนเกิดเรื่อง ที่ผ่านมา พูดคุยผ่านไลน์มาโดย ตลอด และมีข้อความตอบกลับมาแบบแปลกๆ เช่น “รู้สึกสงสารพ่อหรือป่ะ ต่อไปจะดูแลพ่อเอง” รู้สึกแปลกใจ เพราะข้อความอาจไม่ใช่ของน้องนิต้าส่งมา กระทั่งเกิดเหตุลูกสาวถูกทำร้าย ได้ติดต่อให้ญาติที่อยู่กรุงเทพฯช่วยดูแล พ่อน้องนิต้ากล่าวต่อว่า จากการพูดคุยทางโทรศัพท์ น้องนิต้าพยายามพูดแบบเข้มแข็งเพื่อให้พ่อสบายใจ พร้อมให้กำลังใจกันและกัน ตนไม่ได้ บังคับจิตใจลูก เขารักแฟนหนุ่มคงเป็นเพราะความผูกพัน ทั้งนี้ อยากให้ผู้ก่อเหตุรับโทษทางกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากยาเสพติด ส่วนกรณีแฟนหนุ่มอ้างว่า น้องนิต้านำหุ้น 40 ล้านบาทไปขาย เคยสอบถามน้องนิต้าว่ามีเงินในบัญชีอยู่เท่าไร น้องนิต้าโชว์ ให้ดูบอกว่ามีอยู่ 7-8 พันบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตามแปลกใจว่าแฟนหนุ่มลูกสาวอายุ 26 ปี ซื้อคอนโดหรูในราคาล้านกว่าบาทด้วยเงินสดได้อย่างไร คิดว่าน้องนิต้าคงตกเป็นแพะ ต่อจากนี้ต้องให้ตำรวจสอบปากคำและให้แพทย์รักษาให้หายเป็นปกติก่อนถึงจะเดินทางไปเยี่ยมวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กล่าวหลังรับมอบเอกสารร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงของนายชัยชนะ ศิริชาติ หรือเอ็ม แอดมินเพจโกลบอล เอฟเอ็กซ์ อินเวสเมนท์ เปิดสอนคอร์สเรียนฟอเร็กซ์หุ้น คอร์สละประมาณ 15,000 บาท ว่า มีผู้เสียหายหลายรายรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นพบผู้เสียหายประมาณ 500 ราย จ่ายเงินค่าเรียน ซื้อคอร์สประมาณ 15,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท แต่จากการสอบปากคำนายชัยชนะ รวมทั้งการตรวจสอบบ้านพัก ไม่พบว่านายชัยชนะ มีทรัพย์สินมูลค่าหลักล้าน พบเพียงหนังสือเอกสารหรือตำราเกี่ยวกับการเทรดหุ้นเท่านั้น ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือจบการศึกษาด้านนี้โดยตรง เชื่อได้ว่านายชัยชนะมีพฤติกรรมการหลอกลวง เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อ มีความผิดเข้าข่ายฐานฉ้อโกงประชาชน และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จลงในโซเชียลมีเดีย หรือระบบคอมพิวเตอร์ ขอให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายในกรณีนี้ แจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ หรือพื้นที่ที่ได้จ่ายหรือโอนเงินให้นายชัยชนะเพื่อดำเนินคดีต่อไป หากมีผู้เสียหายจำนวนมาก และกระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ จะเสนอไปยัง ผบ.ตร.โอนย้ายคดีมา บก.ป.