“รูพญานาค” วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีความเชื่อศรัทธากันว่าที่นี่เป็นจุดที่พญานาคเจาะขึ้นมาในอดีต เพื่อสักการะและปกปักรักษา “องค์พระเจ้าใหญ่” ในทุกวันพระตามบันทึกที่มาที่ไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความเชื่อศรัทธาข้างต้นตรงกับ สำนวนที่ 1 ที่ว่าเป็นรูที่เจาะมาจากแม่น้ำหมัน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “พญานาค” ที่ขึ้นมาสักการะและปกปักรักษาองค์พระเจ้าใหญ่ส่วน สำนวนที่ 2 ก็ว่า สืบเนื่องจากการสร้างองค์พระเจ้าใหญ่ทับรูพญานาค ทำให้พญานาคไม่สามารถขึ้นมาได้ จึงสร้างรูใหม่ขึ้นมา 3 ครั้ง แต่ถูกปิดด้วยตีนผ้าซิ่นแม่ม่าย สบงจีวรพระ และเหล็กเส้นพร้อมโบกปูนทับ ดังนั้น...ชุมชนจึงร่วมสร้างรูพญานาคจำลองเพื่อเป็นอนุสรณ์ แล้วก็มาถึง สำนวนที่ 3 บันทึกว่า รูพญานาคเกิดจากหลวงปู่เรืองเจ้าหัวพ่อ วัดนาทุ่มนำเงือก (พญานาค) ที่เลี้ยงชื่อ “อ้ายหลาว” ไปปล่อยที่ท่าวังเวิน ทำให้อ้ายหลาวโกรธ จึงได้เอาหางแหย่เจาะรูจากท่าวังเวินขึ้นมาหลังองค์พระเจ้าใหญ่ตำนานเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ “พญานาค” วัดโพนชัยเป็นเช่นนี้ ยังต่อเนื่องไปถึงความศรัทธาความเชื่ออื่นๆอีกที่เกี่ยวโยงไปถึง “ศาลพญานาค” ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวง และมีเรื่องเล่าขานกันว่า...ในวันที่ 2 ของงาน “ประเพณีบุญหลวง” ...และการละเล่นผีตาโขนจะมีนาคชื่อ “นางแอกไคร้” ขึ้นมาร่วมเล่นในงานอย่างสนุกสนาน ซึ่งประเพณีนี้เป็นงานบุญที่รวมบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆในหนึ่งปี โดยรวมเอาบุญพระเวส หรือบุญพระเวสสันดร ซึ่งนิยมทำในเดือนสี่ และบุญบั้งไฟที่นิยมทำบุญในเดือนหกรวมเข้าไว้ด้วยกัน จัดเป็นงานบุญเดียวกัน แต่เลื่อนมาทำในเดือนเจ็ดหรือเดือนแปดประเพณีบุญหลวงเป็นงานสำคัญ มีความเชื่อกันว่าจะเว้นไม่ทำไม่ได้ ถ้าปีใดเว้นจะเกิดเภทภัยต่างๆกับชุมชนด่านซ้าย“รูพญานาค” ด้วยความเชื่อแรงศรัทธาจากผู้มาเยือน เมื่อมาถึงแล้วก็มักจะตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอโชคขอลาภ ขอให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง แล้วก็มีไม่น้อยที่หยอดเหรียญ ธนบัตรลงไปในนี้ ด้วยหวังว่าจะเป็นสิริมงคลกับตัว จะเชื่อไม่เชื่อกันอย่างไร...ก็คงไม่มีใครกล้าที่จะลบหลู่O O O Oผีตามคน...ผีตาคน...ผีขน...ผีตาโม่...เหล่านี้คือคำที่มาของ “ผีตาโขน” งานประเพณีท้องถิ่นที่มีความยาวนานสืบทอดมาจากอาณาจักรล้านช้าง หลวงพระบาง และถือเป็นอย่างหนึ่งของงานบุญหลวง ลักษณะเด่นของผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ก็คือส่วนหัวที่ทำมาจากหวด หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว เป็นการผสมผสานความเป็นพื้นบ้านเข้าไว้กับงานบุญประเพณี ซึ่งการละเล่นผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน “บุญผะเหวด” หรืองานบุญหลวง โดยจะตรงกับช่วงเดือน 7 ทางจันทรคติการละเล่นผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเดินทางออกจากป่ากลับเมือง บรรดาผีป่าทั้งหลายต่างอาลัยต่อการเดินทางจากไปของทั้งคู่ จึงพากันแฝงตัวไปกับชาวบ้านเพื่อทำการส่งเสด็จจึงมีคำที่เรียกว่า...“ผีตามคน” และอาจเพี้ยนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” ในภายหลังกองทัพผีตาโขนออกมาเต้นวาดลวดลายทั่วเมืองด่านซ้าย สร้างบรรยากาศสนุกสนานครื้นเครงและด้วยผีเหล่านี้มีการสวมหน้ากากคล้ายหัวโขน แต่เดิมบางคนจึงเรียกว่า “ผีตาขน”...แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดเจน และเมื่อบวกจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนขณะเข้าทรงว่า “ผีตามคน”ต่อมา...จึงเรียกเพี้ยนเปลี่ยนไปเป็น “ผีตาโขน” ในที่สุดศรัทธาประเพณีงานบุญผะเหวด เพื่อฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์...ถือว่าจะได้อานิสงส์แรงกล้า บันดาลให้พบพระศรีอาริยเมตไตรยในชาติหน้าO O O Oวัดโพนชัยสร้างราวปีพุทธศักราช 2103-2106 มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี“พระเจ้าใหญ่” ในพระวิหารและในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะคล้ายของลาว องค์พระมีหน้าตักกว้าง 79 นิ้ว สูง 115 นิ้ว และมีหน้าตักกว้าง 29 นิ้ว สูง 52 นิ้ว ตามลำดับ ตามบันทึกระบุไว้ด้วยว่า พระวิหารและพระอุโบสถนั้นสร้างบนขุยพญานาคในอดีต ปัจจุบันมีรูพญานาคอยู่ด้านหลังพระเจ้าใหญ่ เข้าไปกราบสักการะด้วยความศรัทธาในหัวใจ ขอให้ท่านคุ้มครอง...แคล้วคลาดปลอดภัย ...ภยันตรายต่างๆทั้งหลายทั้งปวงหมดสิ้น...ไม่มีเคราะห์โศก โรคภัยอย่าได้กล้ำกราย...ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองแล้ว ยังจะมีโอกาสได้ชื่นชมความงดงามของภาพเขียนสีผนังพุทธประวัติอันงดงาม“ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” ถ้ามีโอกาสเชิญแวะไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองที่ “ด่านซ้าย”...ดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี.รัก-ยม