หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่หลายสี ยอดจำหน่ายมากที่สุดในประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เมื่อวันก่อน.เพลิงสุริยะ ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน พิบัติภัยไม่มีเวลาให้ หายใจหายคอ ไม่มีเวลาให้ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ที่รีบบินด่วนกลับประเทศ ได้ประโคมพีอาร์ผลงานการเดินทางเยือน ญี่ปุ่น-สหรัฐอเมริกา–อังกฤษ กลับมาก็ต้องหน้าดำคร่ำเครียดกับการบัญชาการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติ จากภัยพิบัติอุทกภัยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ กทม. โซนฝั่งตะวันออก ที่เข้าขั้นวิกฤติมหาอุทกภัย...แม้ สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุฯ จะยืนกรานว่าปริมาณน้ำฝนไม่ถึงขั้นมหาวิกฤติอุทกภัยก็ตาม..เอ้า..เอาตามอธิบดีกรมอุตุฯว่าก็ได้ แต่วิกฤติครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า รัฐบาลอนุทินมือไม่ถึงกับการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติจริงๆ ระบบซิงเกิลคอมมานด์ (Single Command) และการแจ้งเตือนประชาชนล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทั้ง กรมอุตุฯ ปภ. กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร บริหารกันแบบต่างคนต่างทำ เพื่อการศึกษา - ธนณัฏฐ์ โชคธนากาญจน์ พร้อมลูกสาว เยาวนุช สิริอัคคานนท์, ธามน จรูญญาณาธาร และลูกเขย สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล มอบเงิน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี สมบูรณ์–ประวีณา อัสโย มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.ยิ่งช่วงก่อนที่ นายกฯอนุทิน จะกลับมาถึง ยิ่งเห็นถึงความโกลาหลไม่มีใครเป็นตัวหลัก จน นายกฯอนุทิน ต้องมาปรับแก้หน้างาน สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งบูรณาการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม บริหารจัดการไปในทิศทางเดียวกัน.....ภารกิจเร่งด่วนคือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด จัดลำดับความสำคัญเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหนัก ให้กรุงเทพมหานคร ปภ. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้ที่ยังขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น รวมถึงกลุ่มเปราะบางและประชาชนในพื้นที่ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง.....นายกฯอนุทิน ที่ยอมทนฝ่าเสียงด่าทอของผู้ประสบภัย ย้ำว่าจากการลงพื้นที่พบประชาชนเอง เห็นถึงความยากลำบากและความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานเต็มกำลัง พร้อมสั่งเตรียมงบประมาณสำหรับเยียวยาประชาชน...โมเดลเด๊ะๆกับมหาอุทกภัยหาดใหญ่ เบอร์ 5 - เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน มอบโล่แสดงความขอบคุณให้ สึโทมุ คูริฮาระ ในโอกาสที่ไดกิ้นเข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุด แฟนคอยล์ โดยมี ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.ใหญ่ กฟผ. วันก่อน.วิกฤติรอบนี้ น่าจะเป็น ตัวชี้วัด KPI ประเมินผลงานบรรดารัฐมนตรี ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “แก๊ง รมต.ลูกเทพ” ที่โดนสวดหนักก็ กรมอุตุนิยมวิทยา ภายใต้สังกัด กระทรวงดีอี ของ “หัวหน้าแก๊งลูกเทพ” ไชยชนก ชิดชอบ คุณภาพเนื้องานสวนทางกับงบประมาณที่ได้รับ.....จนมีกระแสข่าวจะผลักดันความร่วมมือระหว่าง Tomorrow.io กับกรมอุตุฯ เสนอเข้า ครม. ครม.ขออนุมัติงบประมาณ 497 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศด้วยเทคโนโลยีเทียบเท่า NASA.....แต่ ไชยชนก รีบปฏิเสธว่า เป็นข่าวปลอม อ้างว่าโครงการนี้เป็นเพียงการทำ POC (การวิเคราะห์ความเป็นไปได้) และศึกษาประโยชน์จากดาวเทียมวงโคจรต่ำที่มีเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์และเชื่อมข้อมูล แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ หรือดำเนินโครงการ แค่อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม .....ยอมรับมีนโยบายพัฒนาศักยภาพของกรมอุตุนิยมวิทยา ด้วยการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ยังไม่สรุปว่ารูปแบบใด เบิร์ธเดย์ - ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ และ ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ ภรณี ลีนุตพงษ์ โดยมี พล.ร.ต.หญิง สิริพร พุ่มแก้ว, รศ.ดร.สุวรรณี แสงมหาชัย และ กอบกุล อาภากร ณ อยุธยา มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่ร้าน 80/20 เจริญกรุง 26 วันก่อน.อีกราย พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย สายตรง มท.1 ถูกวิพากษ์วิจารณ์จาก นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมฯ ม.เกษตรฯ กรณี สั่งปิดประตูระบายน้ำเขื่อนขุนด่านฯ ชั่วคราว ขณะยังมีน้ำคงค้าง 93% ทั้งที่เมื่อความจุเกิน 90% ต้องระบายออกสถานเดียว...มีความเสี่ยงที่เขื่อนจะแตก.....พลพีร์ ชี้แจงว่าได้รับการยืนยันจาก ผอ.เขื่อน ว่าน้ำในเขื่อนไม่ถึง 100% มีประมาณ 97% มีน้ำที่เติมจากเขาใหญ่ 20% สามารถชะลอการปล่อยน้ำได้ 2 ชั่วโมง ยังกลับไม่ถึง กทม. เขาก็เปิดประตูระบายน้ำแล้ว.....อืมม...นึกไปถึงคำพูด “โง่แต่ขยัน ต้องเอาไปตัดหัวทิ้ง” ของ พล.อ.ควร์ท ฟ็อน ฮัมเมอร์ชไตน์–เอ็คแวร์ท (Kurt von Hammerstein-Equord) นายทหารกองทัพเยอรมัน ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เลย ฮาลาล - เอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ เปิดงาน “Halal Food Fair 2026” เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการฮาลาลในภาคใต้นำอาหารและสินค้ามาจำหน่าย โดยมี ฉัตร์สุดา ชุมแสง, ซันนี่ ซิดิค และ อรวรรณ ศิริโชติรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่โก โฮลเซลล์ สาขาหาดใหญ่ วันก่อน.นายกฯอนุทิน แถลงผลประชุม ครม.ล่าสุด เห็นชอบให้ใช้งบกลาง (ปี 69) ที่เหลือ มาตั้งสำรองสำหรับช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกว่าราว 4 พันล้านบาท และเห็นชอบ โครงการชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ช่องทางระบายจากแม่น้ำเจ้าพระยา ตามที่ สภาพัฒน์ เสนอ วงเงินกว่า 1.6 แสนล้านบาท ใช้เวลา 8 ปี ซึ่งจะมีเงินกู้ด้วย.....เพลิงสุริยะ ในฐานะชาวบางบาล พื้นที่รับน้ำ ขอแทงสวนสภาพัฒน์ เลยว่า ถึงจะผุด เจ้าพระยา 3–4–5 ขึ้นมาอีกกี่ทาง ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้ายังไม่ยอมยกเครื่องหน่วยงานราชการกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ กรมชล ประทาน.....ข้ามไปดู เนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าจัดการกับน้ำท่วมได้ดีที่สุดในโลก จนกลายเป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำให้แก่หลายประเทศ เคยใช้วิธี “ควบคุมธรรมชาติ” ป้องกันน้ำท่วม ด้วยโครงการวิศวกรรมขนาดใหญ่ “เดลตาเวิร์กส์” (Delta Works) เปลี่ยนมาสู่แนวคิด “การอยู่ร่วมกับน้ำ” ผ่าน โครงการ Room for the River เน้นการคืนพื้นที่ให้แม่น้ำสามารถเอ่อล้นได้อย่างปลอดภัย เช่น ย้ายแนวคันกั้นน้ำ และขุดขยายพื้นที่ลุ่มน้ำ.....พัฒนานวัตกรรมในเมืองอย่าง “วอเตอร์สแควร์” เป็นทั้งพื้นที่สาธารณะและอ่างเก็บน้ำชั่วคราว และอาคารลอยน้ำ เพื่อปรับตัวอยู่ร่วมกับระดับน้ำที่สูงขึ้น.....เพราะการควบคุมธรรมชาติกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.....ทำให้นึกถึงพระราชดำรัส พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ที่ไม่มีรัฐบาล หรือหน่วยงานไหนคิดจะสืบสาน–ต่อยอด ธี่หยด - ดร.วุธรวี จารุวัฒนะ, บุญชัย อัศวฤทธิพรหม์, สุนทร จักษุกรรฐ์, สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ และ เทรซีแอนน์ มาลีนนท์ เปิดตัวภาพยนตร์ “ธี่หยด : สมิงเขาขวาง” สานต่อความสำเร็จของแฟรนไชส์ภาพยนตร์สุดฮิต พร้อมเผยจุดเริ่มต้นของตำนาน ที่โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค วันก่อน.จากมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด และมติเสียงข้างมากประเด็นบัตรบาร์โค้ด 8 ต่อ 1 ไม่มีปัญหาความชอบด้วย รัฐธรรมนูญ เป็นอันว่า กกต.รอดตัว ส่งผลพลอยได้ไปถึง รัฐบาลสีน้ำเงิน ได้ไปต่อ.....แต่ในคำวินิจฉัยยังมี อนึ่ง...แม้การระบุรหัสแท่งบาร์โค้ดไม่มีปัญหา แต่ส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง กกต.ควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตร ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผลการออกเสียงลงคะแนนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น.....ไม่ผิด แต่อย่าทำอีก...ความคลุมเครือที่ยังปกคลุมด้วยม่านหมอกสีน้ำเงินขณะที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่สามารถโยงไปยังข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า แนวปฏิบัติที่มีการเก็บบัตรไว้แยกส่วนกัน ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับในทางปฏิบัติ .....มีการตั้งคำถามให้คิดว่า หากมีเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้ปรากฏอยู่หน้าข่าว แต่ทำงานเป็นเบื้องหลังและนำไปประกอบข้อมูลกัน มีความเป็นไปได้ว่าสุดท้ายอาจจะมีผู้ที่ไม่หวังดีรู้ล่วงหน้า หรือรับรู้ได้ว่าใครโหวตอะไร หรือลงคะแนนอย่างไร คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาอาจดูย้อนแย้ง .....ส่วนหนึ่งบอกว่าลับในทางปฏิบัติ แต่ก็ไม่อยากให้มีอีกในอนาคต ในส่วนพรรคประชาชนมองว่า การตัดปัญหาที่ต้นตอคือการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น กกต. หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ออกคำวินิจฉัยเช่นนี้..... สุดท้ายเตรียมที่ผลักดันให้องค์กรอิสระต่างๆ ทั้งที่มาและที่ไป ให้ต้องยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น...พูดง่ายๆ ต้องปฏิรูปยกเครื่ององค์กรอิสระกันครั้งใหญ่...จบข่าว"เพลิงสุริยะ"คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม