การเดินหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญ เมื่อ CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ยืนยันวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาว พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค ผ่านการเข้าพบนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่นครเฉิงตู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาฉางอานเผยว่าตลอดระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีหลังเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Localization ทั้งด้านการผลิต การจ้างงาน และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศปัจจุบันบริษัทเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่แล้ว 13 รุ่น มียอดจำหน่ายสะสมกว่า 41,000 คัน สร้างรายได้ภาษีกว่า 1,600 ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 1,900 ตำแหน่ง โดยมีบุคลากรชาวไทยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% พร้อมลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทในการจัดตั้งโรงงานที่ จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตแห่งแรกของ CHANGAN Group นอกประเทศจีน และเป็นศูนย์กลางการผลิตสำหรับตลาดอาเซียนและประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวาทั่วโลกปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มผลิต DEEPAL S05 และ CHANGAN Q05 เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยัง 18 ประเทศแล้วแผนธุรกิจระยะ 5 ปีของฉางอานยังสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าเปิดตัวรถยนต์มากกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2573 ภายใต้แบรนด์ DEEPAL, AVATR, CHANGAN NEVO และ CHANGAN LCV พร้อมผลักดันยอดขายสู่ 70,000 คันต่อปี และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามผู้นำตลาดยานยนต์ของไทยควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตโรงงานระยองจาก 100,000 คันต่อปีเป็น 200,000 คัน ฉางอานยังได้ศึกษาการลงทุนระยะที่สอง โดยจะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับภูมิภาค เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 60% ภายในปี 2571 และขยายการจ้างงานบุคลากรไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฮับการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกฉางอานยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยในวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยเตรียมเปิด “CHANGAN Battery and E–Drive Service Center” ศูนย์บริการแบตเตอรี่และระบบอี–ไดรฟ์ที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง CHANGAN และ NING Service ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับโลกจากเครือ CATL นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเฉพาะทางสำหรับการซ่อมแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และระบบควบคุมการขับเคลื่อนอย่างครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยี Modular Repair หรือการซ่อมแซมแบตเตอรี่เฉพาะจุดมาใช้ ช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลาการซ่อม และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการได้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ต้องรอการนำเข้าชุดแบตเตอรี่ทั้งชุดเป็นเวลานาน ก็สามารถเปลี่ยนหรือซ่อมเฉพาะโมดูลที่มีปัญหาได้ทันทีการขยายการลงทุนด้านการผลิตควบคู่กับการพัฒนาระบบบริการหลังการขายครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นของฉางอานที่มีต่อตลาดประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “มอเตอร์วอร์ส” เพิ่มเติม