“บิ๊กดุลย์” น้ำตาคลอ แจงปมดราม่า เบรก “เสธ.ทบ.” ไม่ให้ใช้คำไล่ล่ากับโจรใต้ อ้างสื่อสารคลาดเคลื่อน ระบุเป็นทหารมาทั้งชีวิต เสียใจที่เห็นลูกน้องต้องตายเช่นกัน ไม่อยากซ้ำเติมปัญหาด้วยคำพูด ด้านโฆษก ทบ.ยันรูปแก๊งโจรมีลายสักที่แขนว่อนโซเชียล เป็นแค่ภาพ AI ฝีมือแนวร่วมผู้ก่อเหตุปั่นกระแสเบี่ยงเบน ด้าน ผบ.ฉก.นราธิวาส เซ็นคำสั่งเพิ่มอำนาจทหารตามกฎอัยการศึก สามารถตั้งจุดตรวจ เข้าค้นบ้าน จับกุมผู้ต้องสงสัย และใช้อาวุธกับคนร้ายได้ทันที ขณะที่ ผบ.ฉก.ทพ.45 ส่งทหารพรานชุดใหม่ 8 นาย ลงพื้นที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ทดแทนกำลังพลที่สูญเสีย พร้อมเยี่ยมปลอบขวัญชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบสังคมกังขา “5 ทหารพรานผู้กล้าแห่งบูเก๊ะซามี” ส่อตายฟรี หลังถูกกลุ่มโจรใต้ขบวนการ บีอาร์เอ็น นั่งท้ายรถกระบะแต่งกายอำพรางคล้ายเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง และมีผู้ร่วมขบวนการอีกชุดขี่รถ จยย.นำทางคอยคุ้มกัน คนนั่งซ้อนท้ายสวมฮิญาบปลอมเป็นหญิงมุสลิม ซ่อนปืนอาก้าไว้ใต้ผ้าคลุมสีดำ บุกสาดห่ากระสุนกว่า 200 นัด และขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ด่านตรวจทหารพรานที่ 4509 ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ตั้งอยู่ใกล้ตลาดตันหยงมัส ถนนเทศบาล 8 หมู่ 7 เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด อายุ 43 ปี หัวหน้าชุด อส.ทพ.วิมล ดาบทอง อายุ 43 ปี อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา อายุ 34 ปี อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ อายุ 34 ปี อส.ทพ.ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ อายุ 23 ปี เสียชีวิตคาที่ มีชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บอีก 6 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายวัย 10 ขวบ จากนั้นคนร้ายนำรถกระบะไปเผาทิ้งอำพรางในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เหตุเกิดเย็นวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาภายหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญต่อสังคม และสร้างความสะเทือนใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ออกมาตำหนิการทำงานของฝ่ายความมั่นคงว่า “แย่มาก” ต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการป้องกันเหตุและการข่าวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ในฐานะเลขาฯ กอ.รมน. ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ไปตรวจจุดเกิดเหตุยิงถล่มทหารพราน 5 ศพ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า “จะให้คนตามล่าทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา คนที่ให้ที่หลบซ่อน ประเทศที่ให้ที่หลบซ่อน ให้รู้ไว้ว่าเราจะตามล่าจนสุดหล้า ฟ้าเขียว ถึงเวลาที่พวกคุณจะเป็นผู้ถูกล่าแล้ว” หลัง เสธ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ไม่กี่ชั่วโมง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ออกมาให้สัมภาษณ์เบรกแนวคิดดังกล่าวทันควันว่า “อย่าไปใช้คำว่าไล่ล่า ต้องใช้การเจรจา เพราะเป็นผู้เห็นต่างและเป็นคนไทย” ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่สวนทางกันของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคงที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 24 ก.ค. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงปมดราม่าหลังให้สัมภาษณ์ว่าไม่อยากใช้คำว่าไล่ล่ากรณีคนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นายว่า เรื่องนี้ตนเสียใจจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรช้ำใจเท่ากับเรื่องเมื่อวาน ตนเป็นทหาร เป็นผู้พัน เป็นผู้การ เวลาลูกน้องเสียชีวิตจากการสู้รบ ไม่มีอะไรช้ำใจกว่านั้น “สีเขียวจับหนังหัวผมอยู่ตลอด ไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้บทบาทจะเป็น รมว.กลาโหม ยืนยันว่าลูกน้องต้องไม่ตายฟรี และได้บอกกับแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า ให้จับตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ ผมทำเรื่องนี้มาทั้งชีวิต ลูกน้องไม่มีตายฟรี แต่ฐานะและบทบาทของผม ถ้าไปพูดอะไรที่รุนแรงกว่านี้ มันก็เป็นการยกระดับ เอาน้ำมันไปเติม แต่เมื่อจำเป็นต้องพูดความในใจ ก็ต้องพูด ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับถูกหาว่าไม่รักลูกน้อง และเสียใจกับคำพูดที่ไม่ได้สื่อสารออกไปทั้งหมด”พล.ท.อดุลย์ยืนยันว่าไม่ได้โมโหและไม่ได้มีความขัดแย้งกับเสนาธิการทหารบก ได้สื่อสารกันก่อนที่ เสธ.ทบ.จะลงพื้นที่ พร้อมขอโทษที่สื่อสารออกไปแล้ว แต่ไม่ได้สร้างความเข้าใจได้มากพอ “ผมไม่ได้มีวาทกรรมหล่อสวย สื่อถามผมก็ตอบ ไม่ได้คิดว่าผลกระทบจะรุนแรงขนาดนี้ เสียใจกับคำพูดของหลายคนว่าเคยเป็นทหาร พอมาเป็นนักการเมืองก็เปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้หลงใหลได้ปลื้ม ไม่ได้ยึดติดอะไรเลย ถ้าไปอีสาน ถามคนที่ไปได้เลย ผมเป็นคนแบบนี้” พล.ท.อดุลย์กล่าวด้วยท่าทีขึงขัง หนักแน่น และมีน้ำตาคลอเบ้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า รัฐบาลยืนยันว่าแม้เราจะไม่ใช้คำว่าไล่ล่า แต่จะไม่ให้พี่น้องทหารหรือเจ้าหน้าที่ของเราถูกรังแกถึงขั้นเสียชีวิตอย่างนี้เป็นอันขาด ขอพูดเพียงเท่านี้พอ เมื่อถามว่าในพื้นที่นราธิวาส ประกาศใช้กฎอัยการศึก ควบคุมพื้นที่เพื่อไล่ล่าจับกุมผู้ก่อความไม่สงบ นายอนุทินกล่าวว่า อันนั้นเป็นเรื่องที่ทำในพื้นที่อยู่แล้ว แต่สำหรับแนวทางของตน เรื่องนี้ต้องนำความเป็นธรรมกลับมาสู่ครอบครัวของผู้สูญเสีย ตนขอไม่ลงในรายละเอียด และขอไม่ให้ถามแล้วว่าจะทำอย่างไรพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีโซเชียลมีเดียแชร์ภาพรอยสักที่แขนคนร้ายที่ก่อเหตุยิงทหารพรานที่จุดตรวจ จ.นราธิวาส พร้อมตั้งข้อสงสัยถ้าเป็นมุสลิมจะไม่มีรอยสักเพราะขัดต่อหลักศาสนาว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพ AI คาดเป็น แนวร่วมผู้ก่อเหตุพยายามปั่นกระแส เบี่ยงเบนบิดเบือน เพราะลักษณะของภาพ มีนัยตั้งใจปรับแต่งคุณภาพของความชัดเจนมากเกินไป ดูผิดธรรมชาติ เชื่อว่าคนทั่วไปก็ดูออก เป็นวิธีเดิมๆที่เคยใช้ในอดีต แต่ปัจจุบันหลอกสังคมไม่ได้ ประชาชนผู้บริโภคข่าวสารมีวิจารณญาณเพียงพอ ทำให้กลุ่มผู้ที่เผยแพร่จะต้องถูกสังคมตั้งคำถามกลับถึงเจตนาแอบแฝงที่แท้จริง ขอให้คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยกันปกป้องเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ร่วมป้องกันอย่าให้ผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศได้มีที่ยืนในสังคมส่วนในพื้นที่ จ.นราธิวาส พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส เซ็นคำสั่งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 131/2569 วันที่ 22 ก.ค.69 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ในการปิดล้อมตรวจค้น รักษาความสงบเรียบร้อย และเพิ่มอำนาจการปฏิบัติการ ดังนี้ 1.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจตั้งจุดตรวจค้นเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะ ตรวจค้นเคหสถาน ตลอดจนจับกุมและกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบได้ทันที 2.อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธได้ทันทีเมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตรายต่อกำลังพล โดยปฏิบัติตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน3.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ดำเนินการตามยุทธการรักษาความสงบเรียบร้อยและด้านความมั่นคง โดยการใช้อำนาจในการตรวจค้น เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ รุนแรง 4.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และ 5.การมีผลบังคับใช้ตามคำสั่งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นขณะที่ พ.อ.วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ หลังส่งทหารพรานชุดใหม่ 8 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทดแทนกำลังพล 5 นาย ที่ถูกคนร้ายบุกยิงถล่มเสียชีวิต ส่วนกำลังพลอีก 3 นาย ที่เคยปฏิบัติหน้าที่ที่จุดตรวจดังกล่าว และครบกำหนดลาพัก ได้ให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรมฯ เพื่อให้พักผ่อนเยียวยาจิตใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมงานที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขทั้ง 5 นาย ผบ.ฉก.ทพ.45 ยังได้เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าของบ้าน 5 หลัง ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะบ้านของนางฟัรฮะห์ อับรู เลขที่ 248 เนื่องจากคนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ผิดเป้าหมายจนเกิดเพลิงไหม้บ้านเสียหายร้อยละ 40 พร้อมจะจัดส่งทหารมาช่วยเก็บกวาดและซ่อมแซมบ้านที่เสียหายให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดในส่วนของคดี เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีความมั่นคง ทั้งตำรวจภูธร ภาค 9 ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และพนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ เจ้าของคดี ได้แยกย้ายลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนควานหาเบาะแส เชิญตัวบุคคลที่อาศัยอยู่ละแวกเกิดเหตุมาให้ปากคำ นำวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆของจุดตรวจ รวมทั้งภาพ 6 คนร้ายที่นั่งอยู่ในกระบะหลัง และ 2 คนร้ายผู้ขับขี่กับผู้ซ้อนท้ายรถ จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง 1 ในนั้นแต่งกายด้วยชุดฮิญาบ ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญไปทำภาพให้มีความคมชัด เพื่อนำรูปพรรณสัณฐานไปเปรียบกับบุคคลในทำเนียบคดีความมั่นคงว่าตรงกับบุคคลใด รวมทั้งตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ จยย.ว่าเป็นหมายเลขใด เพื่อติดตามตัวมาสอบสวนสำหรับรถกระบะนิสสัน สีดำ คันที่คนร้ายนั่งมาก่อเหตุ และติดแผ่นป้ายทะเบียน ผน 6866 สงขลา จากการตรวจสอบพบว่า เดิมรถคันนี้เป็นสีบรอนซ์เทา ถูกนำมาพ่นสีดำอำพราง และซื้อขายโอนลอยหลายทอด ผู้ครอบครองรถล่าสุดอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ส่วนป้ายทะเบียน 6866 สงขลา เป็นของรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ แต่ถูกนำมาสวมใส่รถกระบะนิสสัน เพื่ออำพรางระหว่างก่อเหตุ ขณะที่การซักถามผู้ต้องสงสัย 1 คน ที่ถูกควบคุมตัวมาจากพื้นที่ ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส ในวันเกิดเหตุ ได้ให้ข้อมูลสำคัญ จนสามารถใช้แกะรอยเชื่อมโยงไปหาบุคคลทั้ง 13 คนที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ได้แล้ว เจ้าหน้าที่กำลังวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งรอผลตรวจปลอกกระสุนปืนทั้ง 3 ชนิด รวม 220 ปลอก มีขนาด 5.56 มม.ใช้กับปืน เอ็ม 16 ขนาด 7.62 มม.ใช้กับปืนอาก้า และขนาด 9 มม.ใช้กับปืนพก ที่เก็บรวบรวมได้ในที่เกิดเหตุว่า ปืนทั้งหมด กลุ่มคนร้ายเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้าง เชื่อมโยงไปยังบุคคลใด เคยมีหมายจับในคดีใดบ้างหรือไม่สำหรับร่างของทหารพรานผู้พลีชีพทั้ง 5 นาย กองกำลัง 3 ฝ่าย ได้จัดพิธีเคลื่อนย้ายร่างส่งกลับภูมิลำเนาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติวีรบุรุษ จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด ส่งไปยังวัดพนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี, อส.ทพ.วิมล ดาบทอง ส่งไปยังวัดจำปาธาราราม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ และ อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา ส่งไปยังวัดมะนาวหวานอารามหลวง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ส่วน อส.ทพ.ซอลา ฮูดิง ปิ และ อส.ทพ.ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ ญาตินำร่างไปฝังยังกุโบร์ตามหลักศาสนาอิสลามเรียบร้อยแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ส.อ.ธีระยุทธ เมื่อปี 2558 เคยได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ต้องสูญเสียไต อาการอยู่ในขั้นโคม่า น้องสาวคือนางศิริวรรณ โสมะเกิด ตัดสินใจบริจาคไตของตนให้พี่ชาย หลังได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไต จ.ส.อ.ธีระยุทธรักษาตัวอยู่นานกว่า 3 ปี จนร่างกายแข็งแรง และได้ขอกลับไปทำหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง กระทั่งมาถูกลอบทำร้ายจนเสียชีวิตในครั้งนี้ ส่วน อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา มีบุตร 2 คน คือ ด.ช.เชลตรี แก้วเสนา อายุ 11 ขวบ ศึกษาอยู่ ร.ร.เทศบาลวัดเสมาเมือง และ ด.ญ.เชอร์ลีน แก้วเสนา อายุ 4 ขวบ ศึกษาอยู่ ร.ร.วัดจันทร์ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ อส.ทพ.วิมล ดาบทอง ชาว จ.สุรินทร์ มีมารดาเป็นผู้พิการ ทันทีที่ศพถูกส่งมาถึงวัดจำปาฯ อ.สังขะ มารดาได้แต่นั่งร่ำไห้อยู่บนวีลแชร์ จ้องมองโลงศพของลูกชายอย่างไม่คลาดสายตา เป็นภาพที่หดหู่ใจอย่างยิ่งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่