“กรวีร์” โต้เดือด “ยิ่งชีพ” ป้ายสี 9 แกนนำ ภท. เอี่ยวฮั้ว สว. ดิสเครดิตการเมือง พรรคให้ฟ้องหมิ่นฯป้องศักดิ์ศรี “ภราดร” อัดซ้ำไอลอว์เป๋เลือกข้างค่ายสีส้ม “พริษฐ์” ปูดหลักฐานใหม่ เฉลยภาพในคลิป “มงคล” ยื่นโพยส่ง กกต. ซัดประธานวุฒิสภาไม่ตอบคำถามสื่อคือคำตอบแบบหนึ่ง ดีเอสไอร่อนหมายเรียก 22 ผู้ต้องหารับข้อหาคดีฟอเร็กซ์ “รุทธพล” โอ่ได้หลักฐานเด็ดเซิร์ฟเวอร์ บ.คิวอาร์เอส มัดเส้นเงิน “ภาวุธ” โอดได้รับหมายเรียกกะทันหัน ส่งทนายขอเลื่อนไปต้น ส.ค. ยันพร้อมแจงทุกปมสอบสวน “ไหม” ลับมีดหั่นงบฯดีอี ซื้อหรือเช่าคลาวด์ซ้ำซ้อน จับตาโซลาร์บาดาลส่งกลิ่นตุ ฉะ มท.สิ้นเปลืองตั้งงบฯหลักสูตรอบรมผู้บริหาร “เสี่ยหนู” มอบรางวัลเชิดชู “เศรษฐา” ขับเคลื่อนแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา ควงคู่ขึ้นตึกไทยฯปิดห้องคุยชื่นมื่นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธใช้กฎหมายปิดปากภาคประชาชน เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาทนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พาดพิง 9 แกนนำพรรค ภท.มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ระบุเป็นการกล่าวหา ดิสเครดิตหวังผลการเมืองภท.ให้ 9 แกนนำฟ้องหมิ่นฯ “ยิ่งชีพ”เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 24 ก.ค.ที่รัฐสภา นาย กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการ อินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พาดพิง 9 แกนนำพรรค ภท.มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ว่า ทราบว่าพรรค ภท.จะให้ทั้ง 9 คนที่ได้รับความเสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี ต้องคุยอีกครั้งว่าจะดำเนินคดีรูปแบบไหน แปลกใจที่นายยิ่งชีพพูดว่าไม่ได้มีหลักฐาน แต่ไปฟังจากคนอื่นเล่าให้ฟังอีกทอด แต่ทำให้คนอื่นเสียหาย นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ ยินดีผ่านกระบวนการตรวจสอบจากสังคมหรือฝ่ายค้าน เราไม่เคยหลบหลีก ยินดีให้ตรวจสอบ แต่ต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง ไม่ใช่ใส่ร้ายป้ายสีหวังผลทางการเมืองและประเด็นที่ไม่มีมูลหรือหลักฐาน มาใส่ความฝ่ายตรงข้ามให้เสียหาย ทำให้สังคมเข้าใจผิดสวดดิสเครดิตหวังผลการเมืองนายกรวีร์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่นายยิ่งชีพนำมายื่นให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เขาบอกเองว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเก่าที่นายพริษฐ์ทำอยู่แล้ว ทั้งการตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการ รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเก่าแล้ว เจตนาออกมาเคลื่อนไหว ทำไปเพื่ออะไร หรืออาศัยเป็นจังหวะการเมืองหรือไม่ ขอฝากภาคประชาชน กระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องดี นักการเมืองควรถูกตรวจสอบมากกว่าบุคคลทั่วไป แต่พื้นฐานการตรวจสอบต้องมาด้วยความชอบ ข้อมูลถูกต้อง ไม่ใช่มีเจตนาการเมืองแอบแฝง ทำให้คนอื่นเสียหาย หลังจากนี้จะหารือกันภายในพรรคจะดำเนินคดีข้อหาอะไรนอกจากข้อหาหมิ่นประมาท ไม่ใช่ใช้อำนาจรัฐไปปิดปากคนเอาความจริงมาเผยแพร่ต่อสังคม เขายอมรับเองว่าไม่มีหลักฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่ทำให้ 9 รายชื่อเสียหาย จำเป็นต้องรักษาสิทธิ์และศักดิ์ศรีตัวเองถูกกล่าวหา “ยิ่งชีพ ยิ่งชั่ว” จะฟ้องไหม“ถ้าหากว่ามีใครสักคนนึงไปกล่าวหาคุณยิ่งชีพ เดี๋ยวจะไปเอ่ยชื่อเขา ยช.แล้วกัน จะยิ่งชีพ ยิ่งชั่ว ลองไปว่ากัน สมมติมีคนไปกล่าวหาเขาในขบวนการเกี่ยวข้องกับ Forex ที่พรรคโน้นเกี่ยวข้องอยู่จะทำอย่างไร หรือถ้ามีคนไปกล่าวหานาย ยช.ว่ามีกระบวนการสมรู้ร่วมคิดไปปลุกปั่นให้เยาวชนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือไปทำให้สังคมเสียหาย เขาไม่ได้ทำ จะรักษาสิทธิ์ตัวเองหรือไม่ พวกผมเหมือนกัน เราเสียหายถูกใส่ร้ายถูกป้ายสี ต้องรักษาสิทธิ์ตัวเองทวงความเป็นธรรม ถ้าพวกผมไม่ออกมาเลย ไม่ตอบโต้ ไม่ดำเนินคดี เดี๋ยวจะบอกอีกนี่ไงเฉย รับใช่ไหม” นายกรวีร์กล่าวและว่าในส่วนของตน ที่ว่าผู้ช่วย สส.รู้จักกับผู้สมัคร สว. เกี่ยวอะไรกับตนถ้าบอกว่าตนขับรถพาไปสมัคร อยู่ในกระบวนการมีคลิปวิดีโอ คลิปเสียง มีหลักฐานโอนเงิน มีส่วนร่วมอยู่ในกระบวนการฮั้ว สว.ว่าไปอย่าง นี่เป็นบุคคลอื่นแล้วพยายามโยงมาให้ถึงตน ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าทั้ง 9 คนอยู่ในกระบวนการ งงว่าสิ่งที่เขาพูดมาเป็นผู้ช่วยของ สส.ไม่เกี่ยวอะไรกับตน ไม่มีเจตนาตรวจสอบให้โปร่งใส ตรงไปตรงมา แต่น่าโยงประเด็นการเมืองมากกว่า“ภราดร” อัดไอลอว์เป๋เลือกข้างค่ายส้มที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ สส.อ่างทอง พรรค ภท. กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายยิ่งชีพ ปกติตนคุยกับเขาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ได้บ่อย รู้จักคุ้นเคยกันพูดคุยกันได้ ส่วนตัวไม่ได้ติดใจ แต่ถ้าพรรคเสียหายต้องเป็นเรื่องของพรรค จะฟ้องหรือไม่ฟ้อง เชื่อว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ระบุตนไปว่าพรรค ปชน.ยัดข้อมูลใส่มือนายยิ่งชีพ ดูถูกมากเกินไป ไม่ได้กล่าวหาแบบนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็บอกว่าไม่ใช่เท่านั้นเอง แต่ที่ผ่านมามันเหมือนจะเป็นอย่างนั้น ไอลอว์เป็นองค์กรทางกฎหมายหลังๆชักจะเป๋ไปนิดหนึ่ง เลือกข้างเหมือนเป็นขาหนึ่งของพรรคการเมือง ทำให้มาตรฐานไอลอว์ดูต่ำลง ตรวจสอบให้ความรู้กฎหมาย ทำดีอยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญสุดต้องไม่เป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง“ไอติม” ปูดหลักฐานใหม่ “มงคล” ยื่นโพยเมื่อเวลา 16.14 น.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “คลิปใหม่ยืนยันชัดเจน 100%: หนึ่งในผู้สมัคร สว.ที่ยื่นโพยให้ กกต.เก็บ คือประธานวุฒิสภามงคล สุระสัจจะ” ใจความตอนหนึ่งว่า เดือนที่แล้ว (15 มิ.ย.) เคยตั้งข้อสังเกตจากหมายเลขและสรีระของผู้สมัครในคลิปการเลือก สว.ระดับประเทศว่า หนึ่งในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต.ระหว่างที่ กกต.เดินเก็บโพยพร้อมตักเตือนผู้สมัครถึงพฤติกรรมเสี่ยงจะไม่สุจริต น่าจะคือนายมงคล สุระสัจจะ ตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา หลังจากนั้นประธานมงคลปฏิเสธจะตอบคำถามสื่อมวลชนถึง 2 ครั้ง (17 มิ.ย./7 ก.ค.) ว่าใช่บุคคลในคลิปหรือไม่ การที่ประธานมงคลไม่ตอบคำถามตรงๆ น่าจะเป็นการยืนยันไปแล้วแบบหนึ่ง แต่วันนี้ได้รับหลักฐานจากคลิปใหม่ที่เห็นหน้าคุณมงคลชัดเจน ยืนยันว่าบุคคลในคลิปนั้นคือคุณมงคล สุระสัจจะ 100% แบบสิ้นข้อสงสัย (ดู 10 วินาทีสุดท้ายของคลิป)ชี้ไม่ตอบคำถามคือคำตอบอีกแบบหนึ่งนายพริษฐ์โพสต์ว่า คำถามที่ไร้คำตอบ คือคำตอบแบบหนึ่ง? การตรวจสอบคดีโกง สว. ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นการเผยแพร่ข้อมูลจากหลายภาคส่วน เช่น คลิป กกต.เดินเก็บโพยจากผู้สมัคร สว. ข้อมูลขบวนการโกง สว.รายจังหวัด ข้อมูลพยานบุคคล 4 คน บนเวทีฝ่ายค้าน 2 สัปดาห์ก่อน ข้อมูลที่รวบรวมโดยไอลอว์ต้นสัปดาห์นี้ประกอบด้วยหลายข้อกล่าวหาที่เจาะจงและพุ่งตรงไปถึง สว.นักการเมืองหรือ กกต.ที่ถูกเอ่ยชื่อชัดเจน แต่แทนที่บุคคลดังกล่าวจะตอบคำถามหรือชี้แจงข้อกล่าวหาสังคม หลายคนกลับเลือกหนีการซักถาม โบ้ย เบี่ยงประเด็น ฟ้องผู้ตั้งคำถามหรือปล่อยข่าวไม่เป็นทางการเพื่อข่มขู่ผู้ตรวจสอบ กรณีประธานมงคลชี้ให้เห็นชัดว่าการที่บุคคลที่ถูกตั้งคำถามเลือก “ไม่ตอบคำถาม” เป็นคำตอบแบบหนึ่ง และหากวันไหนที่หลักฐานต่างๆปรากฏเองต่อสาธารณะ โดยไม่ต้องรอฟังคำตอบจากท่านอีกต่อไป วันนั้นท่านจะตอบคำถามได้ยากขึ้นแน่นอน นายพริษฐ์ยังเเนบลิงก์ชวนลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมในคดีโกง สว. (ภาค 2) ของพรรคฝ่ายค้านในวันอาทิตย์ด้วย“รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” เลื่อนรับข้อหาเมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.มอบหมายทนายความยื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 คดี Forex ต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ได้รับแจ้งจากดีเอสไอว่านายภาวุธขอเลื่อนไป ไม่ทราบสาเหตุไม่ได้แจ้งมา ถือเป็นขั้นตอนกฎหมาย ดีเอสไอคงต้องออกหมายเรียกอีกครั้งหนึ่ง ปกติดีเอสไอออกหมายเรียกได้ 2 ครั้ง ถ้าครบ 2 ครั้งแล้วจะออกหมายจับเลยหรือไม่ ดีเอสไอคงต้องรอดูเหตุผลสมควรหรือไม่ เมื่อถามว่า ถือเป็นการประวิงเวลาหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่ทราบเหตุผลที่เขาขอเลื่อน ถ้าจำเป็นเร่งด่วนไม่สามารถมาพบได้ อยู่ที่ดีเอสไอพิจารณาได้หลักฐานเด็ดเซิร์ฟเวอร์ บ.คิวอาร์เอสเมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบของดีเอสไอ พบเส้นเงินมากกว่า 28 ล้านบาทหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เท่าที่ทราบได้พบเส้นเงิน ที่สำคัญได้รับแจ้งพบเซิร์ฟเวอร์บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด ด้วย เซิร์ฟเวอร์อันนี้เป็นที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด ที่เป็นการทำธุรกรรมของบริษัทดังกล่าว เมื่อถามอีกว่า บริษัทคิวอาร์เอส ใครเป็นเจ้าของ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตรงนี้ต้องให้ทางดีเอสไอได้ดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่า พบหรือไม่ว่าเส้นทางการเงินนี้เชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่ทราบเมื่อเวลา 10.20 น. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 2 โถงดีเอสไอ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 22 ราย คดีซื้อขายฟอร์เร็กซ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ และร่วมกันฟอกเงินฯ มารับทราบข้อกล่าวหา มีนายภิรัช ตรีเพชร ทนายความประจำตัวของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1ทนายชี้กะทันหันมาก ขอขยับไปต้น ส.ค.นายภิรัชเปิดเผยว่าได้รับมอบหมายจากลูกความให้เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ เนื่องจากได้รับหมายเรียกกะทันหันมาก และยังติดภารกิจอื่นอีกด้วย ลูกความได้รับหมายเรียกช่วงบ่ายวันที่ 23 ก.ค. จึงขอให้มาเลื่อนหมายเรียกวันที่ 24 ก.ค. ออกไปเป็นช่วงต้นเดือน ส.ค.แทน พนักงานสอบสวนอนุญาต อีกทั้งยังคงอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ครบทุกประเด็น ยืนยันว่าพร้อมเข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทุกประเด็น เอกสารหลักฐานไม่ว่ารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง ที่ประสานขอกับสถาบันการเงิน หรือการทำธุรกรรมต่างๆตามที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นไว้จะนำมาประกอบการชี้แจง พฤติการณ์การเทรดทองคำที่ดีเอสไอแจ้งข้อเท็จจริง ชี้แจงได้ มีคำชี้แจงไว้ให้อยู่แล้ว แต่รายละเอียดเชิงลึกขอสงวนไว้ให้เป็นเรื่องของคดีและข้อกฎหมายยัน “ภาวุธ” ไม่รู้จักบุคคลในผังสอบสวนนายภิรัชกล่าวว่า ขอยืนยันว่าลูกความไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกับใครที่ปรากฏในแผนผังการสืบสวนของดีเอสไอ รวมไปถึงนักแสดงชายชื่อดังด้วย (นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม) หรือแม้กระทั่งนายมานิตย์ (ผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือไอบี) ลูกความไม่ได้รู้จักหรือสนิทด้วย แม้ข่าวที่ปรากฏหน้าสื่อก่อนหน้านี้จะระบุว่าลูกความเคยเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสด้วยกัน หรืออ้างว่ามีภาพร่วมงานประชุมสัมมนา ยังคงยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายมานิตย์แม้แต่น้อย อาจเนื่องด้วยทั้งคู่ถือเป็นผู้เทรดเหมือนกัน ที่สำคัญลูกความไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นนายมานิตย์ได้ไปประเทศฝรั่งเศสด้วยหรือไม่ เพราะไม่ได้รู้จักกัน แต่การไปเพราะบริษัท (บริษัท QRS) จัดงานแลกของสมนาคุณสำหรับผู้เทรดจึงได้ไปร่วมงาน เป็นไปตามที่ลูกความเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ดาราชายชื่อดัง ที่พนักงานสอบสวนนัดหมายมารับทราบข้อกล่าวหาช่วงบ่ายโมง ยังไม่มีทนายความมาประสานขอเลื่อนหมายเรียก“ภราดร” ให้ขออนุมัติในแพลตฟอร์มที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการดูแลเกี่ยวกับเรื่องการติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐว่า ต้องการยกค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้สูงขึ้นและแก้ปัญหาทุจริต เชิงโครงสร้างให้ได้เบ็ดเสร็จมากที่สุด อนุกรรมการฯจะดูการอนุมัติอนุญาตของหน่วยงานราชการ มีนโยบาย super license รวมการขออนุมัติอนุญาตให้เป็นแหล่งเดียวกัน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ นำการขออนุมัติอนุญาตมาไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายตรวจสอบเห็นขั้นตอนการขออนุญาตไปถึงไหนแล้ว มีกรอบระยะเวลาแต่ละขั้นตอนกี่วัน คณะอนุกรรมการจะเร่งนัดพูดคุยเป็นทางการ มอบหมายภารกิจและวาง KPI กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ชัดเจน หลักใหญ่คือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอียันบัตรคนจนคงสิทธิถึงสิ้น ก.ย.นายภราดรยังกล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.ปรับเพิ่ม 3 เงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาทิ เกณฑ์ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กลุ่มนักศึกษานอกระบบว่า จะคงสิทธิไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการอุทธรณ์ถึงสิ้นเดือน ก.ย. กลุ่มคัดกรองใหม่มีถึง 80% ที่รับโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60:40 อยู่แล้ว ส่วนยอดผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตอนนี้มีกว่า 9 ล้านคน หากทบทวนใหม่จะยังไม่รู้ตัวเลข ต้องรอผลอุทธรณ์ รัฐบาลจะดูแลผู้สมควรได้ คนจนจริงต้องได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากนั้นจะตรวจสอบกลุ่มผู้นำชื่อคนจนไปสวมสิทธิเป็นกรรมการบริษัท บัญชีม้าหรือนำไปลดหย่อนภาษีในฐานะลูกจ้างต่อไป นายกฯย้ำว่าจำนวนและตัวเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ รัฐบาลจัดสรรเงินมาดูแลได้ แต่ที่ทบทวนเพราะได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ไม่ควรได้รับสิทธิจริง แต่กลับได้รับสิทธิ จะอัปเดตข้อมูล เช่น การถือครองรถ คนที่ถูกระบบแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ พอมีรถอยู่ 2 คัน ทั้งที่จริงเป็นรถเก่าหรือไม่ได้ใช้งานแล้ว ปัญหาระบบประเทศนี้คือไม่ได้อัปเดตข้อมูล ถือเป็นโอกาสรีวิวข้อมูลของประเทศปลื้มมิตซูบิชิลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้านเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ต้อนรับนายคาโตะ ทาคาโอะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mitsubishi Motors ประเทศญี่ปุ่น ที่เข้าเยี่ยมคารวะโอกาสเยือนประเทศไทย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายก เปิดเผยว่า นายกฯขอบคุณ Mitsubishi Motors ที่เชื่อมั่นและลงทุนในไทยต่อเนื่องกว่า 65 ปี นายทาคาโอะระบุว่า บริษัทมีมูลค่าการลงทุนสะสมแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท และส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดโลกแล้วกว่า 5 ล้านคัน มีแผนลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยจนถึงปี 73 อีกราว 16,000 ล้านบาท ลงทุนด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า รองรับเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต อยู่ระหว่างศึกษาวางแผนการผลิตและส่งออกรถกระบะ รถยนต์ Pajero ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิต หลังหารือนายกฯเดินมาส่งนายทาคาโอะขึ้นรถ Mitsubishi XFORCE เป็นรถ B-SUV 5 ที่นั่งดีไซน์สปอร์ต ฟูลไฮบริด นายอนุทินทดลองนั่งที่นั่งคนขับ นั่งด้านหลังคู่นายทาคาโอะ ชมภายในรถอย่างสนใจขันนอต หน.ส่วนราชการลุยถึงเกียร์ 10ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 มีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง นายอนุทินมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.68 มีเหตุการณ์มากมาย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจกัน คงไม่สามารถบริหารสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ ตราบจน ผ่านพ้นการเลือกตั้ง ต้องขอชื่นชมชมเชยหัวหน้าส่วนราชการที่วางตัวได้เหมาะสมในการเลือกตั้ง ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกได้เปรียบเสียเปรียบ รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง แข็งแรง มีเสถียรภาพ เข้าใจกัน ในสภาฯเราเน้นภารกิจหน้าที่เป็นหลัก ไม่ได้เน้นการดำรงไว้ หรือดำรงอยู่ของการควบคุมอำนาจของรัฐ การอำนวยความสะดวกประชาชน ให้บูรณาการร่วมกัน อย่าไปมองแบบแยกกระทรวง หรือรักษาผลประโยชน์เฉพาะกระทรวง อายุราชการท่านคือเที่ยงคืนวันที่ 1 ต.ค.69 ไม่ใช่ตอนนี้ ที่บอกว่าเริ่มทดเกียร์ห้า เกียร์สี่ เกียร์สามหรือบางคนปล่อยเกียร์ว่างไม่ได้ อยู่เกียร์ห้าแล้วยังคงต้องทดไปถึงเกียร์สิบ ขอให้พวกท่านตระหนักด้วยว่าหน้าที่ของท่านคือ 24 ชั่วโมงนายกฯหารือ รมว.กห.จีนยกระดับร่วมมือต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินต้อนรับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน รมว.กลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนประเทศไทยเป็นทางการ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนัก นายกฯ เปิดเผยว่า นายอนุทินได้กล่าวถึงการจัดตั้งกลไกการหารือร่วมระหว่าง รมว.ต่างประเทศและ รมว. กลาโหม (2+2) เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคง การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ ด้าน พล.ร.อ.ต่ง จวินระบุว่า ไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ยืนยันจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทย ในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิดและพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งกลไกดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในทุกมิติจากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ได้พบ รมว.กลาโหมจีน ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่จีนส่งไปยังกัมพูชา เป็นเพียงการซื้อขายเชิงพาณิชย์ แต่ไม่ได้ให้มาสู้รบกับไทย สอดคล้องกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้คำยืนยันกับตนตอนเยือนจีน ไม่มีอะไรที่ทำให้ประชาชนไทยต้องกังวล ให้คิดเหมือนว่าประเทศไทยไม่ได้มีอันตราย หรืออยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงข้อขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ยืนยันสถานการณ์ปกติแล้ว ส่วนการเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับการเจรจาหารือต้องให้เป็นไปตามข้อตกลง เป็นเรื่องในอนาคตพา “เศรษฐา” ขึ้นห้องทำงานคุยหนุงหนิงกระทั่งเวลา 15.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบ รัฐบาล นายอนุทินเป็นประธานพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี 69 เชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงาน ที่มีบทบาทสำคัญขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ตอกย้ำเป้าหมายคืนโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึง โดยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ได้รับรางวัลเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อนายเศรษฐามาถึงตึกภักดีบดินทร์เวลา 15.15 น. เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าพบนายอนุทินที่พาขึ้นไปบนห้องทำงาน ต่อมาเดินลงมาด้วยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นายอนุทินกล่าวว่า ตื่นเต้นผู้บังคับบัญชามาเยือนถึงที่ เคยเป็นรัฐมนตรีใน ครม.นายเศรษฐา นายเศรษฐามาเยี่ยมออฟฟิศเก่าถือเป็น สิริมงคล ให้ความเคารพนับถือท่านมาตลอด ท่านยังคงให้คำแนะนำดีๆในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอตลอดมาบอกใกล้ชิดกันตั้งแต่เรียนคุยกันทุกเรื่องจากนั้นเวลา 16.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า นายเศรษฐามารับรางวัลในโครงการที่ท่านริเริ่มมา ในยุคตน ถือเป็นโครงการที่ดีจึงสานต่อ ให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) อดีต รมว.ศึกษาธิการมาดูแล ตั้งแต่ท่านพ้นตำแหน่งมีการพบกันหลายโอกาส เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รู้จักกันตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องปกติที่เราจะพูดคุยกันทุกเรื่องหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ ท่านเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจและธุรกิจ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอดเวลานายเศรษฐากล่าวว่า เข้าทำเนียบฯครั้งแรกในรอบ 2 ปีอบอุ่นดี นายอนุทินต้อนรับอย่างดี เมื่อถามว่าแนะนำแนวทางทำงานให้บ้างหรือไม่ นายเศรษฐา ตอบว่า “ไม่มีหรอก ท่านโอเคแล้ว เป็นพี่น้องมากกว่า”“ไหม” จับตาโซลาร์บาดาลส่อกลิ่นตุเมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ว่า เป็นสัปดาห์แรกของการพิจารณาชั้นอนุ กมธ. ยังมีงบฯบางรายการสูงผิดปกติและขอซ้ำซ้อนกัน เช่น กระทรวงดีอี ได้เพิ่ม 5 พันล้าน แต่ละหน่วยงานซื้อหรือเช่าระบบคลาวด์แยกกันซ้ำซ้อน อนุ กมธ.จะแขวนที่ซื้อหรือเช่าคลาวด์เพิ่มเติม ให้ดีอีรับรองก่อนว่าไม่ซ้ำซ้อนกัน ส่วนกระทรวง พม.งบฯน้อยลง สวัสดิการที่จะถึงมือประชาชนถูกตัดออกไปมาก แต่ ไปได้งบฯบริหารจัดการในหน่วยงาน เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการจะตั้ง Data Center ทำฐาน ข้อมูล ทำห้อง Data Center ซื้อของที่แพงเกินจริง เช่น ประตูหนีไฟ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟ 800,000 บาท เก้าอี้สำนักงานตัวละ 15,000 บาทต้องตัด ส่วนงบฯกลาง การอนุมัติงบฯกลางเตรียมรับมือภัยแล้งวงเงิน 6,500 ล้านบาท ทุกฝ่ายทราบดีว่างบฯมีไม่พอ ต้องโอนงบฯของปี 69 มาสำรองไว้ 10,000 ล้านบาท แต่ยังใช้งบฯเพิ่มเติมโครงการด้านน้ำอีกกว่า 6,000 ล้านบาท โดยเฉพาะ “โซลาร์บาดาล” อาจซ้ำรอยกรณีปี 68 ที่อนุมัติงบฯภัยแล้งและน้ำท่วมวงเงิน 7,500 ล้านบาท ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตผิดปกติสุ่มเสี่ยงทุจริตจนต้องยกเลิก กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างทีโออาร์ ถ้าผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าล็อกสเปกให้เข้าไปแสดงความคิดเห็น ติดตาม จะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนรายใดหรือไม่ เงินนี้มีอยู่อย่างจำกัดแต่รัฐบาลเองอดไม่ได้จริงๆที่ต้องมีโครงการลักษณะนี้ฉะสิ้นเปลืองงบหลักสูตรผู้บริหาร มท.น.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงการพิจารณางบกระทรวงมหาดไทย กมธ.พบว่า โครงการที่เหลืออยู่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง พยายามเกลี่ยงานให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ไม่มีเว้นช่องว่างให้ผู้รับเหมาชั้นรองลงมาแข่งขันเลื่อนชั้นเป็นความผิดปกติ ยังพบปัญหาใช้เงินนอกงบฯและงบฯซ้ำซ้อน โดยเฉพาะหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของ มท.ที่เปิดรับการอบรมปีละประมาณ 300 คน แล้วของบฯส่วนกลางออกไปด้วย เรียกเก็บค่าเรียนสูง เก็บค่าหลักสูตรนักปกครองชั้นสูงถึง 200,000 บาทต่อคน มีคนมาเข้าร่วม 200-300 คน ได้งบฯหลายสิบล้าน แต่ยังมาขอสนับสนุนงบฯอยู่อีก หลักสูตรเหล่านี้เรียนเพื่อขยับตำแหน่งเป็นรองอธิบดีหรืออธิบดี แต่ตำแหน่งมีน้อย สุดท้ายจ่ายหัวละ 3 แสนแล้วเกษียณก่อนได้เลื่อนชั้น สิ้นเปลือง เหมือนเอาเงินกระเป๋าซ้ายจ่ายกระเป๋าขวา“ไอซ์” โยนสื่อถาม “ภาวุธ” เปลี่ยนไปน.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์รายการหนึ่งว่า ไม่สะดวกเข้าร่วมรายการ เนื่องจากกลัวเสียรูปคดี Forex ไม่สามารถให้ข้อมูลในโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้ติดตามใกล้ชิดว่า นายภาวุธ พูดเพียงว่าช่วงนี้ไม่ได้ติดตาม ให้คนที่ติดตามจริงๆ คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ให้ข้อมูลเรื่องนี้ เพราะสมาธินายภาวุธหายไปจากการ ถูกฟ้องร้องคดีต่างๆ จำเป็นต้องเตรียมการต่อสู้คดี เรากำลังติดตามต่อจะมีความเคลื่อนไหวต่อไปน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบฯ กล่าวถึงท่าทีนายภาวุธถอยเรื่องโครงการ TH-AI Passport เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือจนถูกมองมีดีลแลกคดีฟอเร็กซ์ ว่า ถามตนไปไม่ได้คำตอบอะไร คงไม่มีใครตอบคำถามดีเท่านายภาวุธ สื่อมวลชนหาตัวเขาให้เจอ แล้วก็ไปถามเขา พรรค ปชน.คุยกันตั้งแต่แรกว่าธงเราอยากล้มโครงการที่มีพิรุธหรือส่อทุจริตล็อกสเปก เมื่อถามว่านายภาวุธ พูดแต่ความคุ้มค่า จะไปต่อด้วยกันในพรรคได้หรือไม่ น.ส.รักชนกกล่าวว่า อยากให้ลองถามเขา อยากจะฟังคำตอบเหมือนกันว่าจะตอบว่าอย่างไรเล็งยื่นสอบสวนกลาง–ปปง.สาวทุจริตน.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า น่าเสียดายที่ รมว.ดีอี ไม่มาชี้แจง กมธ.3 ครั้ง เรานัดไปหลายครั้งแต่ท่านกลับไม่ร่วมมือ ขอฝากความคิดถึงไปถึงนายไชยชนก ถ้าเชิญครั้งถัดไปวันที่ 13 ส.ค. คาดว่าลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วจะเชิญมาพูดคุยอีกรอบ ถ้าตรงไปตรงมา จริง ไม่เกรงกลัวจริง โปร่งใสจริง ส่งเอกสารกลับมาให้ กมธ.ให้ครบ แล้วมาพูดข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ในโครงการนี้ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.แนะนำให้ไปยื่นเรื่องที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ ปปง.หากเข้าข่ายทุจริต ฮั้วประมูล ประพฤติ มิชอบภาครัฐ จะทำสำนวน หากมีมูลจะถูกส่งไปยัง ป.ป.ช.อัตโนมัติ ระหว่างทำสำนวน กมธ.เรียกตำรวจสอบสวนกลาง และ ปปง.เข้ามาสอบถามความคืบหน้าได้ ป.ป.ช.ไม่จำเป็นต้องรอให้ตนไปยื่นเรื่อง ไม่คิดทำงานเชิงรุกเลย หรือใน กมธ.ติดตามงบฯ ตั้งข้อสังเกตให้ดำเนินคดีกับ 6 หน่วยงาน ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลาง ปปง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง.และ ป.ป.ช. กมธ.จะส่งข้อสังเกตและรายงานการประชุม 3 ครั้ง ให้หน่วยงานเหล่านี้ หวังว่าจะได้รับ ความร่วมมือจากหน่วยงานตรวจสอบ ตรงไปตรงมา1 ปี BM–21 ตกใส่ปั๊มศรีสะเกษไม่คืบเมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ สส.กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ไทรวมพลัง รับหนังสือร้องเรียนจาก น.ส.กมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ ต.บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เสียหายจากจรวด BM-21 กัมพูชาตกใส่เมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 ครบ 1 ปี ยังไม่ได้รับเยียวยาชดเชยจากกระทรวงมหาดไทย นายวสวรรธน์กล่าวว่า ในฐานะ สส.ในพื้นที่ ติดตามมาตลอด ทวงถามทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ยังมีกระทรวงยุติธรรมที่ต้องเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บรอคอย 1 ปี นานเกินไปน.ส.กมนรัตน์กล่าวเสียงสั่นเครือหลั่งน้ำตาว่า ขอวิงวอนภาครัฐเห็นใจความทุกข์ผู้ประสบภัยต้องหาเงินจุนเจือครอบครัว ที่ผ่านมาภาคเอกชนช่วยเป็นหลัก อาทิ บริษัท ปตท.แต่หน่วยงานรัฐยังนิ่งเฉย ไม่มีการเยียวยาตามสิทธิ์ มีเพียงเจ้าหน้าที่ปภ.โทร.มาแจ้งว่าเรื่องถึงสำนักนายกฯแล้วกำลังจะช่วยเหลือ ไม่เคยมีหนังสือยืนยัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า มีกฎหมายอยู่ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเต็มที่ บางทีต้องอาศัยกฎหมาย ที่ต้องไปใช้กับบริษัทประกันภัย เพราะบางทีบริษัทประกันมีข้อยกเว้น เช่น ไม่รวมเหตุจลาจล (Riots) หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องไปดำเนินการอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่