ก็เพราะแฟชั่นไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่คือภาษาทรงพลังที่สุดในโลก “Met Gala 2026” จึงไม่ใช่แค่งานเลี้ยงระดมทุนหาเงินเข้าสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน แต่มันคือ “สนามรบเชิงสัญลักษณ์” ในการสร้างภาพลักษณ์สำหรับแบรนด์, ดีไซเนอร์, ดาราคนดัง และผู้ทรงอิทธิพลของวงการแฟชั่น ที่มาแข่งกันด้วย “ภาพจำ” มากกว่าราคาเสื้อผ้า การได้รับเชิญไปปรากฏตัวบนพรมแดง “Met Gala” ถือเป็นการชี้วัดสถานภาพว่าคุณยังมีความสำคัญ และจะได้ไปต่อในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของเม็ดเงินมหาศาล ใครไม่ได้รับเชิญแต่กล้าโผล่มาระวังเจอแบล็กลิสต์!! เป็นธรรมเนียมทุกปีที่งานจะจัดในวันจันทร์แรกของเดือนพฤษภาคม และมีการกำหนดธีมเครื่องแต่งกายให้สอดรับกับนิทรรศการโดยปีนี้มาในธีม “Fashion is Art” แฟชั่นคือศิลปะ สะท้อนแก่นความหมายของนิทรรศการหลัก “Costume Art” ซึ่งมุ่งสำรวจประวัติศาสตร์แฟชั่นยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยเน้นความเชื่อมโยงระหว่างเสื้อผ้า, ร่างกาย และศิลปะ สำหรับคนดังระดับแถวหน้าที่เป็นโฮสต์ร่วมจัดงาน มีอาทิ บียอนเซ่,นิโคล คิดแมน, วีนัส วิลเลียมส์ และประธานกิตติมศักดิ์ตลอดกาล “แอนนา วินทัวร์” หัวหน้าภัณฑารักษ์ “แอนดรูว์ บอลตัน” ผู้รวบรวมวัตถุมาจัดแสดงเกือบ 400 ชิ้น ให้สัมภาษณ์กับโว้กว่า การที่แฟชั่นจะได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะ มักอยู่ภายใต้เงื่อนไขของศิลปะแบบเดิมๆ ที่ปฏิเสธหรือลดทอนบทบาทของร่างกาย และเน้นความงามเชิงนามธรรมเป็นหลัก แต่นิทรรศการ “Costume Art” พยายามนำเสนอในสิ่งที่แตกต่างออกไป ผ่านผลงานแฟชั่นโดดเด่นเคียงคู่ไปกับงานศิลปะที่แสดงออกถึงความงามของร่างกายมนุษย์ได้อย่างชัดเจน หนึ่งในไฮไลต์คือ “หุ่นโชว์เสื้อผ้า” ที่ปีนี้ถูกหล่อขึ้นจากร่างกายจริงของมนุษย์ เพื่อให้เสื้อผ้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น โดย “ซามาร์ เฮจาซี” ศิลปินชาวแคนาเดียนเชื้อสายปาเลสไตน์ ออกแบบหัวหุ่นโชว์ทำด้วยเหล็กขัดเงา ซึ่งจะสะท้อนเงาของผู้ชมลงไปบนหุ่น เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญให้เราได้เห็นตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่มีชีวิต มันคือการสะท้อนประสบการณ์ชีวิตของร่างกายที่เรากำลังมองเห็น เพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจและความเมตตา ทั้งนี้ประเภทร่างกายมนุษย์ที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วยร่างกายแบบคลาสสิกและเปลือยเปล่า, ร่างกายเชิงกายวิภาค และร่างกายที่ไม่ค่อยถูกนำเสนอ เช่น หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ นิทรรศการนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2026 ถึง 10 ม.ค. 2027 ณ หอศิลป์แห่งใหม่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน มหานครนิวยอร์ก “Condé M. Nast Galleries” ย้อนตำนานงาน “Met Gala” เริ่มจัดตั้งแต่ปี 1948 โดย “เอเลียนอร์ แลมเบิร์ต” พีอาร์ด้านแฟชั่นคนดังที่ต้องการระดมเงินช่วยเหลือสถาบันเครื่องแต่งกาย (Costume Institute) เริ่มจัดในรูปแบบงานดินเนอร์การกุศล และขายบัตรเข้างานคนละ 55 ดอลลาร์สหรัฐฯ กระทั่งปี 1972 “ไดอานา วรีแลนด์” เป็นที่ปรึกษาของสถาบันเครื่องแต่งกาย ได้พลิกโฉมเป็นงานกาล่าหรู ที่มีดาราดังมาร่วมสร้างสีสัน “Met Gala” พบจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ “แอนนา วินทัวร์” รับหน้าที่ประธานการจัดงานตั้งแต่ปี 1995 ด้วยแรงหนุนของนิตยสารโว้ก จึงดึงดูดดาราดังและบุคคลแถวหน้าของวงการแฟชั่นให้พาเหรดมาคึกคัก ส่งผลให้ “Met Gala” กลายเป็นพรมแดงประจำปีที่คนทั้งโลกเฝ้าจับตามอง กระนั้น ใช่ว่ามีเงินมีอำนาจจะสามารถเดินพรมแดง “Met Gala” เพราะทุกรายชื่อแขกในงานต้องผ่านการสกรีนจาก “แอนนา วินทัวร์” โดยแต่ละปีมีแขก 450 คน สนนราคาบัตรเข้างานคนละ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แขกยืนหนึ่งทุกปีมี อาทิ บียอนเซ่, จีจี้ ฮาดิด, รีฮานนา, เคนดัล เจนเนอร์, ไคลี เจนเนอร์, คิม คาร์เดเชียน, วีนัส วิลเลียมส์, มาดอนนา รวมถึงผู้บริจาคคนสำคัญ “เจฟฟ์ เบซอส” มหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลก ถามว่าใครถูกแบนจาก “Met Gala” เจ้าแม่โว้กพูดออกสื่อว่า “ประ ธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” คือแขกเพียงคนเดียวที่ไม่เคยเชิญกลับมา ภายใต้ธีม “Fashion is Art” ดูเหมือนเหล่าดาราคนดังจะไม่มีใครยอมใคร บอกเลยว่าแฟชั่นพรมแดงปีนี้ทำถึงมาก!! แข่งกันใช้งาน “Met Gala” ปล่อยพลังสร้างสรรค์ให้โลกจำ นำทัพโดย “ลิซ่า–ลลิษา” สวมชุดแนวเซอร์เรียลฝีมือดีไซเนอร์ดาวรุ่งฮ่องกง “โรเบิร์ต วุน” ที่เพิ่มความพิเศษด้วยรายละเอียดของงานสแกน 3 มิติ ได้แรงบันดาลใจจากท่วงท่ารำไทยสอดผสานเข้ากับผลงานโอต์กูตูร์ตอกย้ำพลังซุปตาร์เอเชียที่กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก เมื่อสมาชิกทั้ง 4 คนของ “BLACKPINK” อย่างลิซ่า, เจนนี่, โรเซ่ และจีซู ปรากฏตัวบนพรมแดงพร้อมกันในฐานะโกลบอลแฟชั่นไอคอน ขณะที่ “คารินา” และ “หนิงหนิง” แห่งวง “aespa” บุกพรมแดง “Met Gala” เป็นปีแรก สานต่ออิทธิพลของศิลปินเอเชีย ผ่านการตีความแฟชั่นในแบบฉบับตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์ เสริมทัพด้วยแม่เหล็กดังจากวงการ K-pop เช่น “อัน ฮโย–ซอบ”, “อี–แจ” เจ้าของเพลง Golden และ “ออเดรย์ นูนา” รวมถึง “ไอลีน กู” นักสกีหิมะเหรียญทองโอลิมปิก ลูกครึ่งอเมริกัน-จีน สวยตะลึงในลุค “Airo Dress” จากดีไซเนอร์หัวล้ำชาวดัตช์ “ไอริส วาน เฮอร์เพน” ร่วมกับศิลปินยุคใหม่ “A.A. Murakami” ตีความผ่านร่างกายมนุษย์ที่เต็มไปด้วยพื้นที่ว่าง ถ่ายทอดเป็นชุดที่ฟูฟ่องไปด้วยฟองอากาศ ภายใต้ชุดแอบซ่อนกลไกอัดแก๊สและระบบเปิดอัตโนมัติ มาพร้อมองค์ประกอบของแก้วใสขึ้นรูปด้วยมือมากกว่า 15,000 ชิ้นด้านแม่งานใหญ่ “บียอนเซ่” มาในโททัลลุคสั่งตัดพิเศษจาก “Olivier Rousteing” สะกดสายตาด้วยโครงชุดคล้ายโครงกระดูกประดับคริสตัลทั่วทั้งตัว เฉิดฉายเข้างานพร้อม “Jay-z” และลูกสาว ฟากซุปตาร์ตัวมัม “นิโคล คิดแมน” อวดลุคโก้สีแดงเพลิงจาก “CHANEL” ประดับขนนกและเลื่อมทั่วทั้งตัว ตามติดด้วย “แอน แฮทาเวย์” เผยโททัลลุคเดรสสั่งตัดพิเศษจาก “ไมเคิล คอร์ส” โดดเด่นด้วยลวดลายเพนต์มือสุดอาร์ตของ “Peter McGough” แมตช์กับเครื่องประดับชั้นสูงจาก “บุลการี” ขณะที่แก๊งคุณหนูไฮโซอย่าง เคนดัล เจนเนอร์, จีจี้ ฮาดิด, ไคลี เจนเนอร์ และเจ้าแม่คิม คาร์เดเชียน เลือกเพลย์เซฟบนพรมแดงด้วยลุคเบาๆ แต่สวยสะกดใจ ส่วน “เบลลา ฮาดิด” ไม่มาร่วมงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพราะไม่ปลื้มนายทุนรายที่ขโมยซีนทั้งงานก็ต้อง “ไฮดี คลุม” มาในลุคประติมากรรมหินอ่อนลือลั่น “Veiled Vestal” ผลงานเลื่องชื่อของประติมากรดังชาวอิตาเลียน “ราฟาเอลเล่ มอนติ” ที่รังสรรค์ไว้เมื่อปี 1847 ต้องยกเครดิตให้ “ไมค์ มาริโน” ที่ทำถึงตามคอนเซปต์แฟชั่นคือศิลปะ ด้าน “รีฮานนา” อวดลุคสุดล้ำของ “Maison Margiela” ดูราวกับอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนตัวอยู่ในเปลือกหอยมุกยักษ์ รุ่นใหญ่ไฟกะพริบอย่าง “มาดอนนา” มาในลุคแม่มดจอมขมังเวทฝีมือ “แซงต์ โลรองต์” ปิดท้ายด้วย “คาร์ดี บี” ไม่ทำให้ผิดหวังกับลุคบับเบิลซีทรูลายดอกทั้งตัวฝีมือ “มาร์ก เจคอบส์” เป็นอีกครั้งที่ตีโจทย์แตกและกล้าท้าทายขนบเดิมๆ.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม