เสียงระเบิดกึกก้องที่ “เคเคปาร์ค” ยังไม่ทันจาง “พ.อ.หม่อง ชิต ตู่” ผู้นำกะเหรี่ยง BGF จับมือทหาร–ตำรวจเมียนมา ประกาศศึกใหญ่ล้างบางแก๊งสแกมเมอร์ใน “ชเวโก๊กโก่” อ้างเป็นสงครามครั้งสุดท้ายทุบแหล่งบาปริมเมยทว่า...เบื้องหลังฝุ่นควันคือคำถามสำคัญที่ใหญ่ยิ่ง ปราบจริงหรือจงใจ “ระเบิดตึกฝังพยานหลักฐาน” ค้าอวัยวะมนุษย์-สเต็มเซลล์เถื่อน?ข้อมูลเจาะลึกจากทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ไทยรัฐทีวี พบตัวเลขเขย่าขวัญ ขบวนการสแกมเมอร์ในอาณาจักร BGF สร้างรายได้มหาศาล ส่งส่วยหล่อเลี้ยงผู้เกี่ยวข้องรวมกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีการจัดสรรปันส่วนอย่างเป็นระบบ เท็จจริงมากน้อยอย่างไร?...ชวนให้ติดตามพิสูจน์ให้ชัดเจนกันต่อไปทหารกะเหรี่ยง KNU รับส่วนแบ่ง 30%...ทหารเมียนมา รับส่วนแบ่ง 30%...ฝั่งไทย เงินถูกส่งข้ามแม่น้ำเมยมายังข้าราชการและนักการเมือง “สีเทา” ไม่ต่ำกว่า 35 ล้านบาทต่อเดือนคำถามสำคัญมีว่า...เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาลขนาดนี้ เหตุใด BGF จึงยอมหักด้ามพร้าด้วยเข่า? คำตอบหนีไม่พ้น “แรงกดดันระดับโลก” หลังสหรัฐฯ-อังกฤษ-ยุโรป เรียงหน้าประกาศคว่ำบาตร พ.อ.หม่อง ชิต ตู่ และพวกพ้อง ในข้อหาค้ามนุษย์และอาชญากรข้ามชาติรวมถึง...ล่าสุดที่ลามมาถึง “นักธุรกิจไทย” ในแม่สอดแหล่งข่าวลับฝั่งเมียนมาแฉเบื้องหลังสุดสยอง เหตุผลที่ต้องใช้ระเบิดทำลายตึกในเคเคปาร์คแบบไม่เหลือซาก ไม่ใช่เพียงเพื่อโชว์ผลงานปราบปราม แต่คือการ “ทำลายห้องแล็บมนุษย์”“ในเคเคปาร์คมีโรงพยาบาลลับที่ใช้ผ่าตัดขโมยอวัยวะ และปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อขายตลาดมืด เหยื่อจะถูกตรวจเลือดอ้างว่าหาเชื้อ HIV แต่แท้จริงคือการเช็กความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ ใครดวงกุดเนื้อเยื่อตรงกับลูกค้ากระเป๋าหนัก... จะหายสาบสูญไปทันที” หนึ่งในเหยื่อที่คาดว่าสังเวยชีวิตในขบวนการนี้คือ นางแบบสาวชาวเบลารุส วัย 26 ปี ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยมีรายงานว่าศพเหยื่อเหล่านี้ถูกฝังกลบไว้ใต้พื้นที่อาณาจักรที่ไม่มีใครเข้าถึงได้“การระเบิดตึกจึงเป็นการปิดปากหลักฐานนรกนี้อย่างถาวร?”ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ “แหล่งสแกมเมอร์” เหล่านี้ ล้วนเป็นของอาชญากรชาวจีน (เทา) อาจมีข้อมูลบางอย่างที่ไม่อยากให้สหรัฐอเมริการู้หรือไม่ แหล่งข่าวลับรายเดิมตั้งข้อสังเกตอีกทั้งก่อนปราบปราม ทั้งทหารกะเหรี่ยง BGF และทหารเมียนมา ได้โยกย้ายบรรดาสแกมเมอร์ระดับผู้จัดการ และแรงงานสแกมเมอร์ที่มีฝีมือดี ไปยังแหล่งสแกมเมอร์อื่นๆที่ผุดขึ้นเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำเมยส่วนระดับ “บอสชาวจีน” ก็นำไปคุ้มครองไว้สถานที่ที่ปลอดภัยก่อน ส่วนหนึ่งพาไปอยู่ที่บ้านเกิดของ พ.อ.หม่อง ชิต ตู่ ที่ตำบลหล่ายบเว จังหวัดพะอัน ในรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมาพุ่งเป้าประเด็นสะเทือนใจหากเป็นเรื่องจริง กรณีเหตุผลสำคัญในการระเบิดตึกที่เคเคปาร์คเป็นการทำลายพยานหลักฐานในการค้า “อวัยวะมนุษย์” และการ “ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” ที่มีมาตั้งแต่ปลายปี 2564แหล่งข่าวลับยังบอกด้วยว่า ที่ “ชเวโก๊กโก่” ก็มีโรงพยาบาลลักษณะเดียวกัน และจากการแฝงตัวไปเก็บข้อมูล พบว่ามีโรงพยาบาลลักษณะเดียวกับที่เคเคปาร์คนอกจากนี้ ยังมีการผลิต “ยาเสพติด” ในเมืองสแกมเมอร์ทั้ง 2 แห่งนี้อีกด้วย ดังนั้น...เมื่อมีการจัดฉากสร้างภาพปราบปรามแต่ละครั้ง จะมีแค่สมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ระดับล่างที่ถูกจับกุม และปล่อยให้หลบหนีข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทยส่วนระดับหัวๆของแก๊งสแกมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ และบอสจีนเจ้าของบริษัทสแกมเมอร์ จะถูกคุ้มครองอย่างดี โดยพวกนี้จะหอบหิ้วสมาชิกสแกมเมอร์ที่ฝีมือดีออกไปด้วยสำหรับสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ระดับล่างที่หมดประโยชน์แล้ว หรือถูกกดดันให้ปล่อยตัว จะถูกปล่อยให้หลบหนีข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทย ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลไทยพยายามส่งกลับประเทศทันที ไม่นำเข้ากลไกส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM เพื่อแยกว่าคนเหล่านี้เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ หรือเป็นสแกมเมอร์ โดยให้เหตุผล...เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและจะได้กลับประเทศเร็วๆแต่นั่นทำให้ “ไทย” เสียโอกาสที่จะได้ข้อมูลจากคนเหล่านี้ มากำจัดขบวนการนำพาในฝั่งไทย และบรรดาข้าราชการ นักการเมืองไทยเทา ที่รับส่วยจาก “เมืองสแกมเมอร์”เพราะว่า “เหยื่อค้ามนุษย์ต่างชาติ” จำนวนมากถูกหลอกว่ามาทำงานประเทศไทย สุดท้ายเมื่อลงเครื่องบินจะมีขบวนการนำพา ไปรับถึงสนามบินที่กรุงเทพฯ เดินทางไปแม่สอด และพาข้ามแม่น้ำเมยไปยังฝั่งเมียนมาหรือว่า...ทางการไทยเองก็กลัวว่า การซักถามตามกลไกส่งต่อระดับชาติ จะทำให้ปรากฏหลักฐานว่ามีข้าราชการและนักการเมืองไทยคนใด เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ไปยังแหล่งสแกมเมอร์บ้าง?รวมถึงตัวเลขการรับส่วยที่ว่า...ถูกส่งมาถึงฝั่งไทยเดือนละไม่น้อยกว่า 35 ล้านบาท ยังคงเป็นเงื่อนงำสำคัญที่ต้องติดตาม ตรวจสอบให้ชัดเจนกันอย่างกระจ่างชัดต่อไป ขณะที่ภาพหน้าฉากคือการปราบปราม แต่หลังฉากกลับเป็นการ “ย้ายวิมานสแกมเมอร์” สงครามสุดท้ายของ BGF อาจเป็นเพียง “การผลัดใบ” ของมาเฟียข้ามชาติ ภายใต้คำสั่งของจีนที่ต้องการคานอำนาจสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ ขณะที่ “เหยื่อ” และ “พยานหลักฐานนรก” ถูกฝังจมดินไปพร้อมกับแรงระเบิดหรือนี่...เป็นการ “การจัดฉากครั้งใหญ่” เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่ความจริงเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจะเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอำนาจในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย?คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม