ในสนามพระตอนนี้ คนคุยแต่เรื่องสงคราม ว่าจะจบเมื่อไหร่ และใครชนะ ส่วนใหญ่บอกว่าไม่น่ายืดเยื้อยาว สุดท้ายต้องจบด้วยการเจรจาต้าอวย เพราะที่รบกันเนื่องจากคุยกันแล้วไม่โอเค เลยต้องเอาชนะด้วยกำลังแสนยานุภาพ แต่สักพักเมื่อต่างฝ่ายเห็นว่าไม่สามารถเอาชนะได้เด็ดขาด ไม่ใครก็ใครก็ต้องอ่อนข้อกลับมาคุยกันใหม่ แทนที่จะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หมดงบกันเป็นแสนๆล้านพอคุยเรื่องสงคราม ชาวพระรุ่นเก่า ก็พูดถึงยุค ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) สมัย รัชกาลที่ ๕ ที่สยามถูกฝรั่งเศสข่มขู่ ส่ง เรือรบ ๒ ลำ ผ่านป้อมพระจุลจอมเกล้า เข้ามาจอดปิดน่านน้ำ และพร้อมยิง จึงเกิดปะทะกัน โดย พระยาชลยุทธโยธินทร์ แต่เราแพ้ เพราะอาวุธไม่ทันสมัย เรือปืนสู้เขาไม่ได้ และขาดการสนับสนุนจากอังกฤษ ทำให้ไทยต้องยอมอ่อนข้อต่อฝรั่งเศสอย่างไม่มีเงื่อนไข จึงต้องยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงคือลาวบางส่วนให้ฝรั่งเศส และจ่ายเงินค่าเสียหายอีก ๓ ล้านฟรังก์ ตอนนั้นคนไทยก็อกสั่นขวัญแขวน ต้องยึดสิ่งศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งพระเครื่องคุ้มครอง ซึ่งด้วยอานุภาพมงคลต่างๆ ต้องบอกว่า เป็นปาฏิหาริย์หนึ่งที่ทำให้ไทยไม่เสียเอกราช ซึ่งหวุดหวิดมาก เข้าสนามไปดูว่ามีอะไรกัน องค์แรก พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ซึ่งมีการตกกรุหลายครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๒๕, พ.ศ. ๒๔๓๖, พ.ศ.๒๔๕๙ หลังสุดช่วงก่อน สงครามอินโดจีน ซึ่งเรียก กรุเก่า ที่ “เนื้อจัด” มวลสารมาก คราบฝ้ารากรุบางเบา องค์นี้ของ เสี่ยฐิการ ศุภวิรัชบัญชา ซึ่งเป็นพิมพ์อกครุฑ สภาพเพอร์เฟกต์ ทั้งฟอร์มทรง พิมพ์พระ ผิวเนื้อ มวลสารเข้มข้น “ครบสูตร” ระดับพระ “องค์ครู” ที่เรียนรู้ได้ถึงแก่นพระแท้ทุกอณู พระนางพญา พิมพ์พิเศษ วัดนางพญาของอิทธิ ชวลิตธำรง.องค์ที่สอง พระนางพญา พิมพ์พิเศษ กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ที่แตกกรุจากองค์พระปรางค์เจดีย์วัดนางพญา ตอนวัดปรับพื้นที่รับเสด็จ ร.๖ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๔๒-๔๔ เป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผา ผสมว่าน รูปทรงสามเหลี่ยม ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางมารวิชัย พุทธศิลป์สมัยอยุธยา มีหลายพันองค์ แยกพิมพ์เป็น พิมพ์ใหญ่ เข่าโค้ง เข่าตรง อกนูน ส่วนพิมพ์เล็ก มีสังฆาฏิ อกนูน อกแฟบ (เทวดา) และพิมพ์พิเศษ ขนาดใหญ่ พุทธศิลป์ต่างยุค อย่างองค์นี้ของ เสี่ยเพชร อิทธิ ที่มีศิลปะผสมอู่ทองอยุธยา เนื้อพระมีอายุความเก่ามากกว่าพิมพ์อื่น สภาพสวยสมบูรณ์ จึงเจรจานิมนต์จากรังใหญ่สายตรง ที่ให้ด้วยความเกรงใจ ในราคามิตรภาพ พระปิดตาจัมโบ้ ๒ เนื้อผงใบลาน หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ของเสี่ยภูมิ สองสี่เก้า.ต่อด้วย พระปิดตาจัมโบ้ ๒ เนื้อผงใบลาน หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ พระปิดตายอดนิยมอันดับสอง สกุลหลวงปู่โต๊ะ ที่เป็นพระปิดตายุคหลังปีกึ่งพุทธกาล ที่นิยมสูงสุด สร้างไว้หลายรุ่น หลายแบบพิมพ์ เช่น ๑.พิมพ์จัมโบ้ ๑ เนื้อเกสร เนื้อผงใบลาน ๒.พิมพ์จัมโบ้ ๒ เนื้อเกสร เนื้อผงใบลาน ๓.พิมพ์ปลดหนี้ เนื้อผงเกสร ผงใบลาน ๔.พิมพ์หลังยันต์นะทะนะ ๕.พระปิดตามหาเสน่ห์ เนื้อผง ฯลฯ ราคาพิมพ์เบอร์ต้นๆ หลักแสน ตามสภาพ องค์สวยแชมป์เคยทะลุหลักล้าน เบอร์รองหลักหมื่นหลักแสน องค์นี้ของ เสี่ยภูมิ สองสี่เก้า ซึ่งนิยมพระหลัก ขั้นแชมป์ เป็น พระพิมพ์จัมโบ้ ๒ เนื้อผงใบลาน ที่นอกจากจะมีสภาพสมบูรณ์สวยแชมป์ยังเป็นพิมพ์สร้างพิเศษ ตะกรุด ๓ ดอก ที่มีเพียง ๕ องค์ รูปเหมือนพระครูวิสัยโสภณ (อ.ทิม) เนื้อกะไหล่ทองรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๐๘ วัดช้างให้ ของสมชาย สัญญรัตน์.อีกรายการเป็นรูปเหมือนอาจารย์ทิม เนื้อกะไหล่ทอง รุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๐๘ วัดช้างให้ ปัตตานี สร้างออกในงานฉลองสมณศักดิ์ที่ พระ ครูวิสัยโสภณ พร้อม เหรียญเสมาเลื่อนสมณศักดิ์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ เป็นเนื้อโลหะผสม เทหล่อโบราณ (ก้นกลวง) องค์นี้ของ เสี่ยสมชาย สัญญรัตน์ เป็นเนื้อกะไหล่ ทอง สภาพสมบูรณ์เต็มร้อยเดิมๆแบบนี้ พบน้อยหายาก ราคาว่ากันหลักแสนกลาง ภาพถ่ายพระครูญาณวิลาศ (แดง) อายุ ๙๐ ปี วัดเขาบันไดอิฐ ของทนันท์ ยอดศรีมงคล.ต่อไปเป็นภาพถ่ายบูชา หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐเพชรบุรี ภาพถ่ายพระเกจิฯ ยอดนิยม ที่มีผู้แสวงหามากโดย เฉพาะที่ทันอายุ อย่างภาพนี้ ที่บอกอายุ ๙๐ ปี มีลายมือจารอักขระยันต์ครูล้อมรอบครบสูตร ด้านหลังมีผ้ายันต์แดง ที่สร้างชื่อตอนเกิดโรคระบาด วัวควายล้มตาย เมื่อเอาผ้ายันต์ไปแขวนในคอก ทำให้ทุกตัวรอดจากโรคระบาดจนเป็นที่เลื่องลือ ทำให้นิยมหาใช้บูชา พอๆกับพระเครื่องของขลัง ผ้ายันต์เก่าพร้อมกรอบเดิมๆแบบนี้ ราคาอยู่ที่หลักหมื่น ตะกรุดทองคำลงยาราชาวดี ศิลป์สมัย ร.๓ ของเพชร อิทธิ.สุดท้ายเป็น ตะกรุดทองคำลงยาราชาวดี ฝีมือช่างชั้นสูง (ช่างหลวง) อายุสมัย ร.๓ ซึ่งศิลปะลวดลายบอกชัดว่าเป็นเครื่องรางของชนชั้นเจ้านาย บอกได้ถึงความเคารพศรัทธาต่อองค์พระเกจิฯผู้สร้าง ซึ่งมักเป็นพระอาจารย์มีชื่อเสียงแห่งยุค เสี่ยเพชร อิทธิ ซึ่งชอบวัตถุมงคลทรงค่า พอสืบความจนมั่นใจในสตอรี ถิ่นที่มา และประวัติผู้ครอบครอง ผู้สืบทอดว่าเป็นตะกรุดของหลวงปู่เอี่ยม วัด หนังฯ ก็ขอย้ายวิกมาเลยต่อด้วยเรื่องปิดท้าย ที่ศูนย์อาหาร ห้างฯใหญ่ชานเมือง ที่ เจ๊ดา ร้านข้าวแกง มีคู่แข่งมาเปิดร้านใหม่อยู่หน้าห้างฯ ดึงลูกค้าไปเยอะ จึงไปปรึกษา เจ๊เฮียง แม่ค้าข้าวมันไก่ ว่ามีอะไรช่วยได้ช่วยบอกที เพื่อนบอกว่า ฉันสังเกตดูที่หน้าร้านเขามีแม่นางกวักตั้งอยู่ น่าจะศักดิ์สิทธิ์จริงจึงเรียกลูกค้าได้มาก เธอต้องหาของ ขลังมาสู้ แต่ เจ๊ดา บอกว่าฉันไม่รู้เรื่องของขลังเลย เธอช่วยหาให้ด้วยนะ อีกวัน เจ๊เฮียง อุ้มองค์บูชาเจ้าแม่กวนอิม มาให้ เจ๊ดา ก็ถามว่า จะสู้ นางกวัก เขาได้ป่าว เจ๊เฮียง หัวเราะลั่นบอกว่า ช่วยได้แน่นอน เพราะ นางกวัก ร้านโน้น มีแค่มือเดียว--จะสู้ เจ้าแม่กวนอิมพันมือ ได้ไง เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่าง