“อนุทิน” เปิดเวทีล้อมวงคุย “เจ้าสัว-CEO” ประกาศต้องร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต่างคนต่างไปไม่ได้ หวังผนึกอาเซียนสร้างพลังต่อรองขั้วอำนาจโลก ย้ำทุกความสำเร็จคือชัยชนะของทุกคน เด้งรับข้อมูล กกร.จัดท็อปเทนหน่วยงานเรียกรับสินบน “ปกรณ์” ผนึก กกร.ปิดช่องคอร์รัปชัน ยกเป็นวาระแห่งชาติ ปธ.หอการค้าชี้เข้า OECD ไม่ได้เหนื่อยแน่ ACTย้ำเหตุดัชนีโปร่งใสตกต่ำ อธิบดี คพ.ฉุนตกที่นั่งเบอร์1 รับสินบนจี้ กกร.เปิดข้อมูลวิจัย “อรรถพล” กร้าวฟันไม่เลี้ยง จนท.มีเอี่ยว กรมป่าไม้แถลงโต้ไม่มีนโยบายหนุนโกง เลขาฯอย.ยกระบบตรวจสอบย้อนหลังเข้ม รัฐสภาไฟเขียวก.ม.ค้างท่อ 34 ฉบับ ฝ่ายค้านรุมฉะ รบ.มุ่งรักษาผลประโยชน์พวกพ้อง “พริษฐ์” เย้ยปกป้อง รธน.60 ปุ๋ยชั้นดี “ตั๋วสีน้ำเงิน” “มาร์ค” สับเมินเจตนารมณ์คนลงประชามติ “ภราดร” อ้างจริงใจ จ่อชงร่างแก้ รธน.ฉบับใหม่ “ชัชชาติ” ลั่นลาออกลงชิงผู้ว่าฯรอบสองเจ้าสัว—CEO ตบเท้าเข้าทำเนียบ ล้อมวงคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย สะท้อนแนวคิดเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมปัญหาข้อติดขัดของกลุ่มผู้ประกอบการ ขณะที่ผลสำรวจคอร์รัปชันของ กกร.และเพื่อนไม่ทน ทำหลายหน่วยงานที่ติดท็อปเทนเดือดจัด จี้เปิดข้อมูลการวิจัยให้ละเอียด“อนุทิน” เรียกสภาพัฒน์รายงาน ศก.เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าพบเพื่อรายงานสภาพเศรษฐกิจประเทศไทยช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ต่อมาเวลา 10.00 น.ที่ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา (อาคารอำนวยการ) สำนักงานพระคลังข้างที่ เขตดุสิต กทม. นายอนุทินกล่าวเปิดโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” ประเภทเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัยครั้งที่ 3 ปี 2569 ว่า เป็นโครงการที่มีคุณค่าสะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชาติ เยาวชนจะได้เรียนรู้ผ่านบทเพลง เหล่านี้ ผ่านความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ถือว่าพวกเราทุกคนทำงานนี้แล้วเจริญรุ่งเรืองทุกคน ถามปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ จะไปไม่ไปแหล่แต่พอมาอยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่ จากนั้นนายอนุทินขึ้นเวทีร่วมร้องเพลงขอพบในฝันของนายชรินทร์ นันทนาครดัน “ชุดไทย” สู่มรดกภูมิปัญญาโลกจากนั้นเวลา 15.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายคอลิด อะห์มัด อัลอะนานี อะลี อิซ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ที่เข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือระหว่างไทยกับยูเนสโกในหลายด้าน ทั้งวัฒนธรรม เทคโนโลยี การศึกษา และการพัฒนาที่ยั่งยืน นายอนุทินยืนยันพร้อมผลักดัน “ชุดไทย” สู่มรดกภูมิปัญญาโลก ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางธรรมาภิบาล AI ระดับนานาชาติ และเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติบุคคลสำคัญของไทยร่วมกับยูเนสโกขอรับฟังแนวคิด—ข้อติดขัดเจ้าสัวนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การจัดเวทีพูดคุยกับกลุ่มเจ้าสัวในวันนี้ รัฐบาลต้องการรับฟังนำความคิดเห็นข้อชี้แนะ เพื่อให้การประกอบธุรกิจเกิดประโยชน์ สูงสุดกับทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และประเทศ เมื่อถามว่าจะนำความคิดเห็นเหล่านั้นไปต่อยอดขับ เคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไร นายอนุทินตอบว่า เราจะรับฟังว่าแต่ละภาคส่วนเป็นอย่างไร คาดหวังอะไรที่จะให้รัฐบาลสนับสนุน ทำให้เขาขยายกิจการได้ สร้างงานสร้างรายได้ให้ประเทศหรือตรงไหนติดขัด ภายใต้การบริหารรัฐบาลที่ตนเป็นหัวหน้า ต้องการให้ขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจไปด้วยกัน อยากให้ผู้ประกอบการที่ส่วนใหญ่รู้จักกันสนิทแนบแน่นอยู่แล้ว มาพูดเปิดอกกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำทุกอย่างให้เศรษฐกิจแข็งแรงมีศักยภาพ มีอนาคต มีความยั่งยืน ผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้าไป ให้เศรษฐกิจได้ขับเคลื่อนขยายตัวเตรียมสั่ง ครม.สอบผลสำรวจโกงนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยข้อมูล 10 หน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนว่า ต้องไม่มีหน่วยงานไหนทําเช่นนั้นได้ เรารับฟังจากภาคเอกชน วันนี้ได้พบกับอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่เป็นหนึ่งในนั้น บอกว่าเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้มีเรื่องการอนุญาตอะไรเลย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตรวจ เมื่อถามว่ามีเสียงสะท้อนเช่นนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า จะนำเรื่องนี้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงทราบ ให้ไปติดตามว่าเป็นอย่างไร สอบหน่วยงานที่จัดอันดับว่าไปศึกษาหรือวิเคราะห์กันมาอย่างไร เขาบอกว่าใช้ดัชนีความรู้สึกในการถาม คิดว่ามันไม่พอ เชื่อว่าหลายปีที่ผ่านมาเราใช้หลักธรรมาภิบาล เพราะมีองค์กรอิสระคอยตรวจสอบ แต่อาจเป็นความรู้สึกที่มีมานาน เป็นสิ่งที่เราต้องล้างตราบาป ไม่เช่นนั้นจะฝังไปในจิตใจคน ถามกี่ครั้งก็บอกว่าโกงเปิดเวทีล้อมวงคุย “เจ้าสัว—CEO”กระทั่งเวลา 17.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว. มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน ในเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” แนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ มีผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ รวม 35 คน เข้าร่วม อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม King Power น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ฯลฯ โดยมีคณะรัฐมนตรีนั่งสลับพูดคุยขับเคลื่อน ศก.ต่างคนต่างไปไม่ได้นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เป้าหมายคือรัฐบาลต้องการรับฟังความคิดเห็นของทุกท่าน เพื่อให้เราสามารถส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการตรงความ ต้องการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศร่วมกัน ต่างคนต่างไปไม่ได้ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินระหว่างประเทศ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ที่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรค เสริมศักยภาพให้กับภาคเอกชน ทั้งการแก้ปัญหาด้านกฎระเบียบต่างๆ ขั้นตอนการอนุญาตที่ซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นต้นทุนแฝง ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่กำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกผนึกกับอาเซียนสร้างพลังต่อรองนายกฯกล่าวต่อว่า ในที่ประชุมวงนี้ทุกคนถือว่าเป็นหัวโต๊ะ จึงแทรกให้รัฐมนตรีหลายท่านนั่งแซมด้วย สัปดาห์ก่อนไปประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เสนอผลักดันการให้ความสำคัญกับด้านพลังงานโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางอาหาร ย้ำว่าอาเซียนต้องพูดด้วยเสียงเดียวกันมากขึ้น เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันและเกิดพลังต่อรอง เป็นการยกระดับความสำคัญของอาเซียนในทางภูมิศาสตร์ด้วย ทุกประเทศพูดถึงเรื่องพลังงานสะอาด โลจิสติกส์ ความมั่นคงทางอาหาร เหมือนกันไม่ได้นัดหมาย เน้นใน 3 ประเด็นนี้ คิดว่าประเทศไทยเรามีความแข็งแรงและมีศักยภาพมากใน 3 ประเด็นนี้ ที่จะขับเคลื่อนให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางทำให้โลกทั้งใบมาให้ความสำคัญ และประเทศไทยของเราเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ฉะนั้นโอกาสในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจมากขึ้น พูดง่ายๆเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นทุกความสำเร็จคือชัยชนะของทุกคนนายอนุทินกล่าวว่า รัฐ เอกชนต้องไปด้วยกัน และในความเป็นรัฐบาลชุดนี้เราพร้อมอำนวยความสะดวกทุกอย่าง วันนี้เราไม่ยึดติดอยู่กับบริบทเดิมๆ ไม่ยึดติดกับกฎหมายเก่าๆเละเทะ ขั้นตอนที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ทุกท่านมีโอกาสประกอบธุรกิจ ดำเนินธุรกิจ ธุรกรรม ว่าจ้างแรงงาน เสริมสร้างศักยภาพให้ประเทศให้กิจการของท่าน เพราะรัฐบาลถือว่าถ้าเราจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งได้ เราจะขาดพวกท่านไม่ได้ จึงขอให้มีการจัดการพบปะกันในวันนี้ เพื่อรับฟังความเห็นจากท่านทั้งหลาย เพื่อที่เราจะได้นำมาประยุกต์ และนำมาทำให้ความต้องการและความคาดหวังทั้งหลายของท่าน ได้เป็นส่วนที่จะทำให้ท่านบรรลุเป้าหมาย เมื่อท่านประสบความสำเร็จ ประเทศไทยก็ประสบความสำเร็จ ทุกคนถือว่าเป็นผู้ชนะ นี่คือวัตถุประสงค์ของวันนี้ เพื่อใช้ทุกแนวทางและทุกข้อมูลที่ได้ ทำประโยชน์ให้ประเทศไทยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้จัดมื้อดินเนอร์เป็นเมนู “ไทยฟิวชัน”หลังการหารือร่วมนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง นายอนุทินได้เชิญกลุ่มผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชน ร่วมถ่ายภาพหมู่ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนทั้งหมดจะเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกสันติไมตรี เพื่อร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ภายในงาน จัดอาหารในรูปแบบ Thai Fusion Set อาทิ ทาร์ตยำส้มโอ กุ้งหวานแตงโม ข้าวสามสีผัดพริกเกลือ ปลาย่างสมุนไพร เป็นต้น ผู้สื่อข่าวถามถึงผลการหารือเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทินร้องโอ้โหพร้อมกล่าวว่า “คิดดู คนระดับนี้ 2 ชั่วโมงกว่า ไม่ได้มาคุยเล่น” เมื่อถามย้ำว่าบรรยากาศพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทินหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “หูชาเลย” ทั้งนี้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ครั้งหน้ารัฐบาลเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้บริหารสถาบันการเงิน ไฟแนนซ์ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจการเงิน ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อไป“ปกรณ์” ถก กกร.ปิดช่องคอร์รัปชันวันเดียวกัน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน ประกอบด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย พร้อมตัวแทนหน่วยงานอื่น เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ภายหลังผลสำรวจภาคเอกชนพบว่ากว่า 89% มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้คณะทำงาน Zero corruption มีข้อเสนอนำเรียนนายกฯพิจารณาขับเคลื่อนในเชิงนโยบาย 3 ประเด็น คือ 1.การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ ประกอบด้วย 1) ประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ จัดตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ มีนายกฯเป็นประธาน และจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อต่อต้านการทุจริตและฟอกเงิน 2) ประกาศนโยบายใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปิดช่องโกง 3) ยกระดับ 4 หน่วยงานเป็นต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ครบถ้วน และเข้าระบบ e-Government Procurement ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็นสร้างระบบความซื่อตรงภาครัฐ 2.สร้างระบบความซื่อตรงภาครัฐ เพื่อต่อต้านคอร์รัปชันในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD และ 3.แก้ไขปัญหาอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าสมัยจากแผนงาน Reinvent Thailand ที่ กกร. และภาคการเงินริเริ่มสร้างให้เกิด Impact (ผลกระทบ) ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคธุรกิจด้านการเกษตรและอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ สุขภาพและการแพทย์ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และธุรกิจสร้างสรรค์ โดยต้นเดือน มิ.ย. กกร.จะนำเสนอข้อกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองที่ต้องการให้รัฐบาลปรับปรุงแก้ไข เพื่อลดอุปสรรคประกอบธุรกิจต่อไปรับปฏิรูป ก.ม.7 กลุ่มอุตสาหกรรมจากนั้นนายปกรณ์แถลงว่า แนวทางการต่อต้านทุจริตของ กกร.ตรงกับรัฐบาล คือต้องการปราบปรามการทุจริต ไม่ได้ขัดแย้งกัน กกร.จะเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ และปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัยใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการที่เราจะเป็น Open Government (รัฐบาลเปิด) กับรัฐบาลดิจิทัล ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ เมื่อถามว่ามีการรายงานผลสำรวจพบหลายหน่วยงานทุจริต นายปกรณ์ตอบว่า เรื่องนี้ได้คุยกัน เป็นผลการวิจัยของ 2-3 สำนักวิจัย ว่ามีหน่วยงานไหน อย่างไรบ้าง เข้าใจกันดี เพียงแต่มาไล่ดูว่ามันจริงหรือไม่จริงอย่างไร ถ้าจริงก็ปรับปรุงแค่นั้น ไม่มีอะไรก็จัดการกับคนไม่ดี เมื่อถามว่าต้องลงไปตรวจสอบหรือไม่จากรายงานที่ออกมา นายปกรณ์ตอบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปดู เพราะถ้ามีข้อห่วงใยมาอย่างนี้เราคงปล่อยไว้ไม่ได้“พจน์” ชี้เข้า OECD ไม่ได้เหนื่อยแน่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะทำงาน Zero corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องเอาจริงเอาจังและเป็นรูปธรรมชัดเจน เพราะวันนี้กระแสโลก กรอบการเจรจาทั้งหมดกับทวิภาคี หรือพหุภาคีทั่วโลกเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราพยายามที่จะเข้าองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ให้ได้ ถ้าเอาเข้าไม่ได้เหนื่อย โดย 1 ในเงื่อนไขของ OECD คือคอร์รัปชัน ต้องทำทุกทางเพื่อดึงเรตติ้งขึ้นมาให้ได้ACT ย้ำเหตุคะแนนโปร่งใสตกต่ำนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาวิกฤติระดับชาติที่ต้องใส่ใจแก้ไขปัญหาร่วมกัน ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนร่วมมือภาครัฐ ทุกข้อเสนอนายปกรณ์ให้การตอบรับทั้งหมด และจะนำไปเสนอต่อนายกฯ ตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่คณะทำงาน กกร.และเพื่อนไม่ทน เปิดผลสำรวจความคิดเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐใดบ้างที่เรียกรับสินบนจำนวนมาก เปิดเผยไปแล้ว 26 หน่วยงาน และจัดอันดับให้เห็น 10 อันดับแรกที่เรียกรับสินบนสูง สิ่งที่อยากเห็นไม่ได้หวังว่าจะเกิดการนำมาใช้ต่อว่า บั่นทอน หรือตำหนิ แต่หวังว่าทุกหน่วยงานจะยอมรับความจริงแล้วนำไปดำเนินการแก้ไข เพราะสินบนเป็นต้นทุนที่ทำให้ประเทศไทยเสียศักยภาพการแข่งขัน เสียชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้คนไทยรู้ นักธุรกิจรู้ และคนต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยก็รู้ ซึ่งเขาไม่ชอบ และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คะแนนของไทยตกต่ำคพ.ฉุนตกที่นั่งเบอร์ 1 รับสินบนนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงชี้แจงหลังถูกพาดพิง คพ.เป็นอันดับ 1 ใน 10 หน่วยงาน ที่ถูกชี้ว่ารับสินบนมากที่สุดต่อครั้ง 102,160 บาทว่า ไม่สบายใจ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ยินดีที่ กกร.ตรวจสอบทุจริต หลังมีข่าวได้ประชุมกับหน่วยงานส่วนกลางและต่างจังหวัดทันที เพื่อสอบถามความรู้สึก มุมมอง และผลสรุปทุกคนให้ฉันทามติว่าจะทำจดหมายเปิดผนึกถึง 3 หน่วยงาน เพื่อขอทราบข้อมูลทั้งหมด เพราะผลสำรวจดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อมั่น และกำลังใจเจ้าหน้าที่ คพ.ที่เป็นหน่วยงานวิชาการทำงานตามหลักวิชาการ ไม่มีอำนาจอนุญาตให้กับภาคเอกชน ข้าราชการทำงานเต็มที่ ทำงานเหมือนทหารพราน ซุกในหญ้าในพงหลายวันเพื่อเอาข้อมูลมา แต่แทบเข่าทรุดที่ถูกพาดพิงว่าทำเพื่อรับสินบน ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการรู้สึกไม่สบายใจ และไม่อยากให้ผลสำรวจนี้มาบั่นทอนขวัญกำลังใจคน คพ.จี้ กกร.เปิดข้อมูลหลักฐานทำวิจัยนายสุรินทร์กล่าวว่า ต้องการทราบกระบวนการทำวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ กกร.ไปสอบถาม เพราะผู้ที่ตอบเป็นบุคคลที่ 3 ตอบถูกหน่วยงานหรือไม่ มีคำถามต่อ กกร.ว่าผู้ประกอบการคนใดจะยอมแลกเงิน 102,160 บาท มาแลกจ่ายค่าปรับแค่ 30,000-60,000 บาท อีกทั้งเงินค่าปรับก็นำเข้างบประมาณ ไม่ได้เข้ากระเป๋าใคร นอกจากนี้ กระบวนการตรวจโรงงานอุตสาหกรรมต้องส่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ใช่อำนาจ คพ.ที่เป็นยักษ์ไม่มีกระบอง ขอให้ กกร.แจ้งผล และจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้ คพ.ทราบภายใน 7 วัน หาก กกร.ไม่มีข้อมูลเอกสารหลักฐาน การแถลงข่าวของ กกร.ทำให้ คพ.ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงยากแก่การเยียวยาแก้ไข กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ตลอดจนขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน เราต้องการคืนศักดิ์ศรี ขอให้ กกร.แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ คพ. ทั้งนี้ หลังการแถลงนายสุรินทร์พร้อมทีมผู้บริหารได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า คพ.ยึดมั่นเป็น “องค์กรแห่งความโปร่งใส”“อรรถพล” กร้าวฟันฉับ จนท.เอี่ยวนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 9 จาก 10 หน่วยงาน มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง 68,000 บาท กล่าวว่า กรมอุทยานฯให้ความสำคัญสูงสุดต่อข้อมูลดังกล่าว และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนงานที่ติดต่อกับภาคเอกชนทันที ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รายใดกระทำผิดวินัย หรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด ทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต กรมอุทยานฯพร้อมให้ความร่วมมือและประสานขอข้อมูลกับ กกร. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานความโปร่งใสให้เกิดขึ้นจริงกรมป่าไม้โต้ไม่มีนโยบายหนุนโกงขณะที่กรมป่าไม้ที่ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 10 ออกแถลงการณ์ว่า กรมป่าไม้ไม่มีนโยบายสนับสนุน หรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ กรมป่าไม้ให้ความสำคัญกับการบริหารราชการด้วยความถูกต้องเป็นธรรม ตรวจสอบได้ ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรม หากตรวจพบการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ กรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัย รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ บุคลากรทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารงานที่โปร่งใสเลขาฯ อย.ยกมีระบบการตรวจสอบด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 6 ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งหนังสือไปยัง กกร. เพื่อขอข้อมูลผลการสำรวจอย่างละเอียด ยืนยันว่า อย.มีระบบการตรวจสอบ และการอนุมัติต่างๆเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด มี e-Submission แทร็กย้อนกลับข้อมูลต่างๆตรวจสอบได้ทั้งหมดระบบการจ่ายเงินดำเนินการขึ้นทะเบียนใดๆตรวจสอบได้หมด และยังทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ขอให้มั่นใจ อย.มีระบบตรวจสอบ มีความโปร่งใสในการดำเนินงานรัฐสภาถกร่าง ก.ม.ค้างท่อ 34 ฉบับช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 147 วรรคสอง ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าเนื่องจากมีร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมี พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 ต่อมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. และวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมาพิจารณาและมีมติขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจำนวน 2 ญัตติ รวมทั้งสิ้นจำนวน 34 ฉบับต่อไป“เท้ง” ฉะ รบ.เอาแต่รักษาประโยชน์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า อยากได้ยินคำชี้แจงที่ชัดเจนจากรัฐบาล มีเหตุผลอะไรที่ปัดตกกฎหมายหลายฉบับ เช่น ร่างกฎหมาย PRTR ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดิน ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร โดยเฉพาะร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กติกาสูงสุดของประเทศในขณะนี้กำลังเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาลให้กับระบอบสีน้ำเงินของท่านหรือไม่ หรือจริงๆแล้วกฎหมายฉบับใดที่จะไปแตะเรื่องโครงสร้างอำนาจของท่าน ที่อาจไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนที่กำลังมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาล คิดว่านี่เป็นคำถามใหญ่และสำคัญ ที่อยากฟังคำตอบจากตัวแทนรัฐบาลมากกว่าเทคนิคกฎหมายเย้ยป้อง รธน.60 ปุ๋ยชั้นดี “ตั๋วน้ำเงิน”นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. อภิปรายว่า จากผลการออกเสียงประชามติชี้ชัดว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหา จะแก้ไขเพียงบางมาตราไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องจัดทำฉบับใหม่ เสียงประชาชนชัดเจนขนาดนี้แต่รัฐบาลกลับทำนิ่งเฉย ปฏิเสธความรับผิดชอบ และอ้างเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา ข้ออ้างที่นายกฯหรือรัฐบาลหยิบยกมาฟังไม่ขึ้นแม้แต่ข้อเดียว มาถึงวันนี้ได้ข้อสรุปว่าเหตุผลที่รัฐบาลไม่จริงใจเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาปากท้องก่อน แต่เหตุผลที่แท้จริงเป็นเพราะนายกฯ รัฐบาล และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 60 ที่เป็นปุ๋ยชั้นดีและแหล่งบ่มเพาะระบอบตั๋วสีน้ำเงิน ที่เป็นปัญหาของการเมืองไทยอยู่ทุกวันนี้ นายกฯได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ จากกติกาการได้มาซึ่ง สว.ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน เปิดช่องให้เกิดการฮั้ว หรือการมี กกต.ที่ไม่ว่าจะจัดการเลือกตั้งแย่แค่ไหน จะเป่าคดีหรือไม่อย่างไรประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ และการมี ป.ป.ช.ที่พร้อมจะปกป้องเครือข่ายและพรรคพวกท่าน ฝ่ายค้านก็ทำอะไรกับ ป.ป.ช.ยาก เพราะเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.จะไปไม่ถึงศาล หากประธานรัฐสภาไม่อนุญาตประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่าหากรัฐบาลชุดนี้ไม่ฟังคำสั่งของประชาชน แล้วกำลังฟังคำสั่งของใคร“มาร์ค” สับเมินเจตนารมณ์ ปชช.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการผลักดันงานด้านนิติบัญญัติ เราพร้อมสนับสนุนกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลยืนยันให้เดินหน้าต่อ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลเลือกไม่ยืนยัน สะท้อนแนวคิดและทัศนคติ โดยเฉพาะร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่พยายามกันมากว่า 10 ปี และเกิดความหวังขึ้นหลังผ่านการทำประชามติ รัฐบาลควรเคารพเจตนารมณ์ประชาชน แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ยืนยัน ต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ทั้งที่สภาชุดก่อนเริ่มมีทางออกเชิงประนีประนอมแล้ว แต่การให้เริ่มต้นใหม่อาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองกลับมาอีกครั้ง การไม่ยืนยันในครั้งนี้จึงเท่ากับไม่เคารพข้อตกลงเดิม ไม่เคารพเสียงประชาชน และเสี่ยงทำให้การแก้รัฐธรรมนูญกลับเข้าสู่วังวนความขัดแย้งอีกครั้งก.ม.ภาคประชาชนถูกตีตกเกลี้ยงนายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการรายงานมลพิษ ที่ภาคประชาชนรวบรวมรายชื่อเสนอ และยังสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่รัฐบาลประกาศต้องการเข้าร่วม เพียงเพราะกฎหมายนี้มาจากภาคประชาชน แต่กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อนักการเมืองกลับได้รับการผลักดัน ขณะที่กฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนเรื่องที่ดินทำกินกลับถูกปัดตก ส่วนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ ที่รัฐบาลไม่ยืนยันเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาลมองข้ามผู้ใช้แรงงาน ที่เป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับร่างกฎหมายเกี่ยวกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเลือกตั้งทุกคนรัก อสม. แต่พอเลือกตั้งเสร็จ กฎหมายที่เคยรับปากผลักดันกลับถูกทิ้ง“ภราดร” ย้ำจริงใจจ่อชงร่างฯใหม่ต่อมานายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงยืนยันรัฐบาลจริงใจ มีเจตจำนงชัดเจนเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรค ภท.จะให้มีการแก้ไขมาตรา 256 เปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ขึ้นมา กำลังดำเนินการร่าง เหตุที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างเดิมเพราะเห็นว่าควรให้รัฐสภาเป็นคนเริ่มเกม วันที่ 19 พ.ค.นี้ จะประชุมพรรคย้ำว่าถ้าไม่มีเหตุขัดข้องใดๆ จะมีมติและเสนอร่างต่อประธานรัฐสภาต่อไป นี่คือเจตจำนงที่ชัดเจน ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนทั้ง 21.6 ล้านเสียง ออกเสียงประชามติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ลุกขึ้นย้ำอีกรอบว่า จับตาดูว่าร่างที่พรรค ภท.จะเสนอเข้ามาสัปดาห์หน้า จะแก้ปัญหาเรื่องเสียงสว. 1 ใน 3 อย่างไร ย้ำว่า ครม.นอกจากไม่ยืนยันร่างเดิมแล้ว ก็ไม่เคยมีคำมั่นสัญญาว่าจะเสนอร่างใหม่เข้ามา กระทั่งเวลา 16.20 น. หลังเสร็จการอภิปราย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จำนวน 34 ฉบับ ตามที่ ครม.เสนอมา“โรม” ปธ.กมธ.กฎหมายตามคาดวันเดียวกัน มีการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะ เป็นนัดแรก เพื่อเลือกตำแหน่งประธาน และกำหนดกรอบแนวทางการทำงาน มีรายชื่อประธาน กมธ.ที่น่าสนใจ อาทิ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.เกษตรและสหกรณ์ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.คมนาคม นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.ตำรวจ“ไอซ์” คุมชุดติดตามงบประมาณน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.ปกครอง นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.กระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.พลังงาน น.ส.ภคมนหนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจกมธ.เอาใจคอหวยชงเพิ่มรางวัลด้านนายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย รองประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.ว่า แนวทางการทำงานของ กมธ.จะมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ส่วนตัวจะผลักดันการเพิ่มรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม กมธ.ในวันที่ 21 พ.ค. มีแนวคิดคือเพิ่มรางวัลเลขท้าย 2 ตัว จาก 2,000 บาท เป็น 5,000 บาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัว จาก 4,000 บาท เป็น 10,000 บาท และรางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท เรื่องนี้ถือว่าอยู่ในขอบข่ายการทำงานของ กมธ. เป็นข้อร้องเรียนจากประชาชนในฐานะผู้บริโภค กองสลากได้กำไรมหาศาลแต่ละปี จึงควรทบทวนเงินรางวัลเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกใจประชาชน เพราะคนไทยเสี่ยงโชคเยอะ ยืนยันว่าไม่ได้มอมเมาประชาชน ถือเป็นเรื่องทางการค้า และยังช่วยแก้ปัญหาหวยใต้ดินได้ด้วย“แสวง” ติวเข้มเลือกตั้ง กทม.–พัทยาที่โรงแรมทรี ซิกตี้ไฟว์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 1 “การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา” เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.เตรียมความพร้อมเต็มที่ โดยเฉพาะการคัดเลือกและอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ให้เข้าใจระเบียบและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการฝึกอบรมและซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น ความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญ กปน.ต้องเปิดรับฟังข้อทักท้วงจากประชาชน และบันทึกข้อร้องเรียนไว้เพื่อตรวจสอบ จะช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตั้งเป้าหมายการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ให้เกิดความผิดพลาดโอดครวญคนคาดหวังกับ กกต.มากนายแสวงยังกล่าวเปิดใจถึงการทำงานที่ผ่านมาว่า ทุกการเลือกตั้งมีคนคาดหวังกับ กกต. มีคนวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกับว่าต้องปฏิรูปองค์กรอิสระ จนช่วงการทำประชามติมีการเอาการปฏิรูปองค์กรอิสระเป็นเงื่อนไขรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนมากวิจารณ์ กกต.ไม่ยึดโยงกับประชาชน หรือตั้งคำถามว่า กกต.เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้หรือไม่ บางครั้งความถูกใจทางการเมืองคือต้องการชนะ มีอยู่แค่นี้ นักการเมืองเวลาจะทำอะไรมักอ้างประชาชน เคยเป็นหัวหน้าทีมงานร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็บอกว่าเรามีรัฐธรรมนูญที่ดีมาก แต่พอรัฐธรรมนูญ 2560 บอกเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่ดัชนีคอร์รัปชันของเราร่วงไปอันดับที่เท่าไหร่ การเมืองก็ยังอยู่ที่เดิม การคอร์รัปชันไม่ได้ดีไปกว่าเดิม สรุปแล้วอยู่ที่คน ผ่านรัฐธรรมนูญมา 3 ฉบับ คนที่มาจดทะเบียนทางการเมืองเป็นคนหน้าเดิม 100% ผู้สมัครก็คนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปไหน เปลี่ยนแต่กฎหมาย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็เหมือนเดิม“ชัชชาติ” ลั่นลาออกลงชิงรอบสองขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ก่อนครบวาระในวันที่ 21 พ.ค.นี้ เนื่องจากมีกำหนดเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อไปรับปริญญานายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือแสนดี บุตรชาย ในวันที่ 22 พ.ค. เมื่อถามว่าเงื่อนไขส่วนหนึ่งคือไม่ต้องรักษาการ นายชัชชาติตอบว่า เป็นส่วนหนึ่ง เพราะหากรักษาการก็ไม่แฟร์ และการไปรับลูกไม่ควรเอาเวลาราชการไป จึงมีเงื่อนไขที่ทำให้ต้องตัดสินใจก่อน “ผมมีเงื่อนไขนิดนึง ลูกชายผมรับปริญญา โป๊ะเชะพอดี” เมื่อถามว่าแนวโน้มจะลาออกก่อนวันที่ 21 พ.ค. นานไหม นาย ชัชชาติตอบว่า แนวโน้มน่าจะไม่นาน ใกล้ๆกัน ยืนยันลงสนามชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. รอบ 2 แน่นอน จะไม่สังกัดพรรคการเมือง และไม่ส่งผู้สมัคร สก.ในนามตัวเอง แต่พร้อมทำงานกับ สก.อิสระทุกกลุ่มผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติเตรียมหนังสือลาออกไว้เพื่อยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในวันที่ 18-19 พ.ค.นี้ จากนั้นจะบินไปอเมริกาเพื่อแสดงความยินดีบุตรชายรับปริญญาและวันที่ 28 พ.ค.จะกลับมาสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมเปิดตัวทีมงานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่