มีกิจกรรมประจำกองบรรณาธิการไทยรัฐอยู่กิจกรรมหนึ่งที่น้องๆภายใต้การนำของรองบรรณาธิการบริหาร “คุณแหม่ม” เพ็ชรากรณ์ วัชรพล ปฏิบัติร่วมกันมาหลายๆปีแล้ว ได้แก่ กิจกรรม “ไหว้พระขอพร” เพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งแก่องค์กรที่เรารักและตัวพวกเราทุกๆคนที่อยู่ในร่มเงาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทั้งผู้ใหญ่ ผู้น้อย...อย่างน้อยปีละครั้งจำได้ว่าหัวหน้าทีมซอกแซกไปเข้าขบวน “ไหว้พระขอพร” กับน้องๆด้วย...เริ่มจากครั้งแรกไปกราบ ศาลหลักเมือง เคยนำเรื่องมาเขียนผ่านคอลัมน์นี้เมื่อ 3-4 ปีก่อน แฟนๆรุ่นเก่าคงพอจำได้จากนั้นก็ไป วัดระฆังโฆสิตาราม 9 ทำให้ทราบว่า นอกจาก “สมเด็จโต” หรือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่สร้างและปลุกเสก “พระสมเด็จ” รุ่นต่างๆแล้ว ที่วัดระฆังยังมี พระประธาน ในพระอุโบสถ องค์โปรดของในหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงกล่าวกับข้าราชบริพารว่า “ชอบไปวัดระฆัง เพราะไปทีไร พระประธาน ท่านจะยิ้มให้ทุกทีไม่เหมือนวัดอื่น”ข้าราชบริพารก็นำมาบอกเล่ากันต่อๆและตั้งชื่อใหม่ให้แก่พระประธานของวัดระฆังว่า “พระประธานยิ้มรับฟ้า” ซึ่งหัวหน้าทีมก็ได้นำมาเขียนกราบเรียนท่านผู้อ่านไปแล้วเช่นกันปีถัดมาคณะของเราแวะไปวัดจีนบ้าง...ชื่อ วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่) ที่บริเวณตรอกแห่งหนึ่งของย่าน บ้านหม้อ ตรงข้ามกับศูนย์การค้า ดิ โอลด์ สยาม ซึ่งชาวบ้านแถวๆนั้นมักเรียกขานกันว่า “วัดมังกรเขียว” เพราะมี เทพมังกรเขียว ประทับอยู่ด้วยเมื่อไปถึงจึงทราบว่า...วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสิน ซึ่งพระราชทานพื้นที่บริเวณบ้านหม้อ ซึ่งอยู่คนละฝั่งเจ้าพระยาตรงข้ามกับกรุงธนบุรี และเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของชาวญวน เมื่อสร้างใหม่ๆจึงถือว่าเป็นวัดญวน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัดจีนในรัชสมัย ร.5ปีล่าสุด หรือปีกลาย (2568) คณะของเราไปไหว้ “พระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี” ในพระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ก่อนจะขึ้นไปทำพิธี “ห่มผ้าแดง” แก่บรมบรรพต หรือ “ภูเขาทอง” ช่วงใกล้ๆค่ำซึ่งหัวหน้าทีมซอกแซกได้นำบรรยากาศอันสวยงามยามพระอาทิตย์ตกดิน ณ ภูเขาทองมารายงานให้ท่านผู้อ่านรับทราบไปแล้วเช่นเดียวกันครับก็ขออนุญาตเล่าความถึงที่มาที่ไปของการไหว้พระของพวกเราชาวกองบรรณาธิการ ไทยรัฐยาวหน่อย เพราะทุกๆแห่งที่พวกเราไปล้วนเป็นวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาแล้วทั้งสิ้นสำหรับปีนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 สัปดาห์ที่แล้วนี่เอง คณะของเราเปลี่ยนจากวัดในกรุงไปสู่วัดชานกรุง หรือปริมณฑลกันบ้าง...คือที่ จังหวัดนนทบุรี นี่เองได้แก่ วัดปราสาท ซึ่งตั้งอยู่ ณ ปากซอยบางกร่าง ถนน บางกรวย–ไทรน้อย ตำบล บางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ที่ชาวนนทบุรีรู้จักคุ้นเคยอย่างดียิ่งสายสืบของเรารายงานมาว่าวัดนี้ถือเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางประมาณสมัย สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โดยเจ้าพระยากลาโหม (องค์ไล) ผู้ซึ่งต่อมาขึ้นครองราชย์ในพระนาม พระเจ้าปราสาททอง ท่านที่ท่องจำประวัติศาสตร์ยุคกรุงศรีอยุธยาอย่างขึ้นใจคงจะจดจำพระนามนี้ได้จุดเด่นของวัดนี้คือ พระอุโบสถ หลังไม่ใหญ่นัก แต่ก็สวยงามมาก สร้างแบบ “มหาอุด” หรือโบสถ์ที่ไม่มีหน้าต่างทั้งด้านข้างด้านหลังมีเพียงประตูเข้า 3 ประตู ด้านหน้าเท่านั้น และที่สำคัญรูปทรงพระอุโบสถยังมีลักษณะคล้ายๆ “ท้องเรือสำเภา” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าทรง “ตกท้องช้าง” มีความงดงามอ่อนช้อยไปอีกแบบหนึ่งภายในพระอุโบสถจะประดิษฐานไว้ด้วย “หลวงพ่อใหญ่” หรือ พระพุทธรูปปราสาททอง ในฐานะพระประธานและมีพระพุทธรูปปูนปั้น ฉาบทองนั่งสมาธิอยู่โดยรอบอีก 25 องค์ล้วนเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่เคียงคู่วัดมาประมาณ 400 ปี ซึ่งในปัจจุบันนี้ วัดปราสาท แห่งนี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานแห่งชาติ มาหลายปีแล้วในผนังพระอุโบสถจะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่น ว่าด้วย “ทศชาติชาดก” โดยช่างสกุลชั้นสูงของจังหวัดนนทบุรี และเป็นภาพ เก่าแก่ที่สุด ของจังหวัดนนทบุรีจบเรื่องราวใน ประวัติศาสตร์ อันน่าสนใจของวัดนี้แล้วก็ไปถึงเรื่องทาง ไสยศาสตร์ หรือ “สายมู” กันบ้าง ปรากฏว่าที่ด้านหลังของวัดมีต้น ตะเคียนยักษ์ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอายุกว่า 1,000 ปี มีความยาวกว่า 40 เมตร ที่โค่นลงเอนราบกับพื้นดินอยู่ต้นหนึ่ง (บางส่วนเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว)ถือเป็นต้นตะเคียนศักดิ์สิทธิ์ของชาวนนทบุรี มีผู้คนไปกราบไหว้จำนวนมากก่อนจบคอลัมน์ซอกแซกสัปดาห์นี้ขอกราบมนัสการท่าน พระมหานที ธมฺมธีโร เจ้าอาวาส ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งที่เมตตาให้เวลาแก่คณะของเราเต็มที่ รวมทั้งประพรมน้ำพุทธมนต์จนครบถ้วนทุกคนท่านฝากพวกเรามาด้วยว่า ท่านจะมีพิธีทอด ผ้าป่าสามัคคี เพื่อหาปัจจัยมาบูรณะซ่อมแซมฐานชุกชี บริเวณฐานหลวงพ่อใหญ่และพุทธรูปโบราณ 25 องค์ในวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น.เปิดรับเจ้าภาพผ้าป่าเป็นกองบุญต่างๆ สามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา เข้าดูรายละเอียดได้ใน Facebook พิมพ์คำว่า Wat Prasat Nonthaburi ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือจะแวะไปไหว้พระในโบสถ์เสร็จแล้วออกไปไหว้เจ้าแม่ตะเคียนทองต่อด้วยตนเอง ก็ปักหมุด วัดปราสาท นนทบุรี ได้เลย “กูเกิล” พาไปถึงแน่นอนครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม