ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี “โตโยต้า ไฮลักซ์” ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะ “เพื่อนคู่ใจ” ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน งานเชิงพาณิชย์ หรือการลุยงานหนักในทุกภูมิประเทศ ไฮลักซ์ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้ให้ชาติอย่างต่อเนื่องและในวันนี้ โตโยต้าได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว TOYOTA HILUX TRAVO–e รถกระบะไฟฟ้าล้วน 100% รุ่นแรกที่ทำตลาดจริง ภายใต้คอนเซปต์ “Greater Together สู่ความยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนจิตวิญญาณของไฮลักซ์ที่เติบโตเคียงข้างคนไทย พร้อมเดินหน้าไปสู่อนาคตพลังงานสะอาด โดยยังคงยึดมั่นในความแข็งแกร่ง ทนทาน และใช้งานได้จริงแบบกระบะตัวจริง ที่สำคัญ ไฮลักซ์ ทราโว่-อี ยังได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ธุรกิจ และการเดินทางในโอกาสพิเศษ HILUX TRAVO-e ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด MULTI-PATHWAY ซึ่งเป็นการมองอนาคตของยานยนต์อย่างรอบด้าน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงานรูปแบบเดียว แต่เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริง รถคันนี้จึงถูกวางตำแหน่งเป็นกระบะไฟฟ้าที่ “คิดเพื่อทุกคน” คิดเพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ และคิดเพื่อการเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกันในด้านจุดขาย HILUX TRAVO-e ถือเป็นกระบะไฟฟ้ารุ่นแรกในตระกูล Hilux ที่ผสานความอึดแบบไฮลักซ์เข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าได้อย่างลงตัว วางจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวคือ Double Cab 4TREX เพื่อเน้นสมรรถนะและความครบเครื่องสูงสุด HILUX TRAVO–e ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ Dual Motor มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ All–Wheel Drive ให้กำลังรวมสูงสุด 196 แรงม้า (144 กิโลวัตต์) มอเตอร์หน้า ให้แรงบิดสูงสุด 205 นิวตันเมตร และมอเตอร์หลัง 269 นิวตันเมตร ส่งกำลังได้ทันทีตามสไตล์รถไฟฟ้าพลังงานมาจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 59.2 kWh รองรับระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน NEDC สูงสุด 315 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุด 10 kW และ DC สูงสุด 125 kW ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง หนึ่งในหัวใจสำคัญของ HILUX TRAVO-e คือระบบ “DIAMOND GUARD” เทคโนโลยีปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานแบบกระบะอย่างแท้จริง โตโยต้าเสริมแผ่นป้องกันทั้งด้านหน้าและใต้ท้องรถ พร้อมยึดแบตเตอรี่เข้ากับเฟรมย่อยในรูปทรง Diamond Shape ช่วยลดความเสียหายจากการบิดตัวของแชสซีส์ เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกรอบทิศทางการออกแบบนี้ทำให้ TRAVO-e สามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 70 เซนติเมตร และใช้งานออฟโรดได้จริง ต่างจากรถไฟฟ้าทั่วไปที่มักถูกจำกัดการใช้งานหนักสนนราคาอยู่ที่ 1,491,000 บาท!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม