เจาะเทรนด์โลก 2026 โดย TCDC ปีนี้มาในธีม “MAZE OF CHAOS” วงกตแห่งความยุ่งเหยิง ปี 2026 หลายคนจะโหยหาการเชื่อมต่อระหว่างกันมากขึ้น พื้นที่ส่วนตัวในชีวิตจริงมีความสำคัญสุดๆ ขณะที่แสงแห่งความสุข และเรื่องเล็กๆน้อยๆ ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นเครื่องฮีลใจช่วยต่อสู้กับสารพัดความท้อแท้ “ฮอลลี เฟรนด์” นักอนาคตวิทยาและนักยุทธศาสตร์ด้านวัฒนธรรม ชี้ว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้แค่มองกลับเข้าไปภายในเท่านั้น แต่ยังมองออกไปรอบนอกด้วย พวกเขากำลังกำหนดทุกสิ่งด้วยเงื่อนไขของตัวเอง โดยที่อัตลักษณ์, การเติบโต, ความสัมพันธ์ และครอบครัว ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่ความคาดหวังแบบเดิมๆ หรือตีตราด้วยความสำเร็จแบบเก่า อำนาจซื้อกำลังอยู่ในมือของ “ชาวมิลเลนเนียล” หรือ “เจน Y” (เกิดระหว่างปี 1981-1996 อายุ 44-29 ปี) พวกเขามีศักยภาพการใช้จ่ายต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นส่วนแบ่งการตลาดบนอีคอมเมิร์ซถึง 62% คาดว่าภายในปี 2030 ชาวมิลเลนเนียลจะมีกำลังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี และมีอิทธิพลต่อการใช้จ่ายรูปแบบ Buy Now, Pay Later (BNPL) ในทุกแพลตฟอร์ม ชาวมิลเลนเนียลขับเคลื่อนโซเชียลมีเดียไม่แพ้ “เจน Z” (เกิดระหว่างปี 1997-2012 อายุ 28-13 ปี) ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย มิลเลนเนียล 47% หวนคิดถึงชีวิตที่เรียบง่ายยุค 90 และปี 2000 จึงนำเทรนด์แฟชั่น Y2K กลับมาอีกครั้ง และแพร่กระจายไปยังกลุ่มเจน Z ในปี 2026 อุตสาหกรรมบันเทิงที่นำพาประสบการณ์ในอดีตกลับมา จะสามารถทัชใจและได้รับการตอบรับที่ดีมากถึง 46% ในกลุ่มมิลเลนเนียล เช่น แพลตฟอร์ม TikTok ที่อัปโหลดเพลงจากยุค 70, 80 และ 90 มาใช้บนแพลตฟอร์ม โดยใช้ความคิดถึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลอบประโลมใจจากความเหนื่อยล้า ถามว่าเทรนด์ไหนครองใจชาวมิลเลนเนียล ก็ต้องยกให้ “สไตล์มินิมอล” เทรนด์นี้อยู่คู่เจน Y มานานนับศตวรรษ และทุกวันนี้ชาวมิลเลนเนียลยังคงอินกับสินค้า, ผลิตภัณฑ์ และของตกแต่งในสไตล์มินิมอล โดยใส่ใจเรื่องชุดสีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งห้อง การแต่งตัว หรือการสร้างคอนเทนต์บนโลกโซเชียล เจนนี้มักใช้สีที่เรียบหรู ดูมีสุขภาพดี อาจใช้กลุ่มสีเอิร์ธโทนและสีแนวเรโทร เพื่อบ่งบอกตัวตนสายมินิมอล ผ่านสิ่งของที่ชอบ และคุมโทนด้วยสีคลาสสิกที่ใช่ เจาะลึกพฤติกรรม “เจน Z” บ้าง พวกเขาสร้างรหัสทางวัฒนธรรมขึ้นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 2 โหมด โหมดแรกคือ “Dark Mode” โหมดออฟไลน์ เพื่อใช้เวลากับพื้นที่ส่วนตัวในกิจกรรมที่ปล่อยจอย ซ่อนรสนิยมความชอบให้เห็นเฉพาะเพื่อนที่รู้ใจ ในคอนเซปต์ “Only If You Know” โหมดที่สองคือ “Chronically Online” โหมดออนไลน์แบบตะโกน ใช้พื้นที่ออนไลน์แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์และการเข้าสังคมในกลุ่ม ถ้าอยากมัดใจคนเจน Z ต้องคำนึงถึง 4Cs คือ Content, Culture, Commerce และ Community โดยมองหาความแปลกใหม่จากการคอลแล็บสินค้าข้ามขั้ว หรือเปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าให้สนุกขึ้น เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่แตกต่าง ซึ่งจะกลายเป็นค่านิยมใหม่ที่รับรู้กันเฉพาะกลุ่ม เจน Z ชาวอเมริกันและยุโรป 93% ใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกินงบเมื่อต้องออกไปทานอาหารนอกบ้าน สำหรับพวกเขาการทานอาหารนอกบ้านจำเป็นต้องวางแผนอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ความคุ้มค่าของประสบการณ์กลุ่ม, ความอร่อย และคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ โดย TikTok เป็นแพลตฟอร์มแนะนำร้านอาหารยอดนิยมของชาวเจน Z พวกเขายังชอบแบ่งปันสูตรอาหารแบบง่ายๆ ชื่นชอบการท่องเที่ยวที่ใช้ชีวิตเสมือนคนท้องถิ่น และเริ่มรับหน้าที่เป็นคนวางแพลนท่องเที่ยวของครอบครัว ชาวเจน Z ไม่ยึดถือค่านิยมการทำงานบริษัทเดียวจนเกษียณ แต่เลือกบ่มเพาะทักษะใหม่ๆ ยอมทำงานแบบพาร์ตไทม์ เพื่อจะได้มีเวลาออกท่องโลก และทำกิจกรรมที่อยากทำ เวิร์กไลฟ์บาลานซ์คือสิ่งสำคัญที่ต่อรองไม่ได้.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม