“อนุทิน” เข้าทำเนียบเก็บตัวทั้งวัน งดสัมภาษณ์ “เจ็บคอ” “ธรรมนัส” คุย “นฤมล” แล้วไม่มีอะไรในกอไผ่ คิดแต่ล่า “แสงเหนือ” อย่างเดียว ทำใจเลิกยึดติดกระทรวงเกษตรฯ เป็นรัฐบาลไม่ได้ก็ไปขับเคลื่อนงานสภา เดดไลน์ปิดทุกเบอร์ติดต่อ เรียก “อนุดิษฐ์” ถกด่วนรับมือเลือกตั้งใหม่ กล้าธรรมฮึดลุ้นร่วม ครม. โควตา 3 รมว. กับอีก 3 รมช. ปชป.เน้นสอบเลือกตั้งฉาว สำคัญกว่าร่วมรัฐบาล สว.พันธุ์ใหม่ติดเบรก “สีน้ำเงิน” จิ้ม 2 กกต. ประโยชน์ทับซ้อน คดีฮั้ว สว.ชักทะแม่ง อัยการตีกลับสำนวนดีเอสไอ คาดยื้ออีก 3-5 ปีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ทำใจเลิกยึดติดกับกระทรวงเกษตรฯ รับคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกธ.แล้ว ไม่มีอะไรในกอไผ่ เป็นรัฐบาลไม่ได้ก็หันไปขับเคลื่อนงานในสภา เรียก น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ถกด่วน รับมือหากต้องเลือกตั้งใหม่“อนุทิน”เข้าทำเนียบฯตามปกติเมื่อเวลา 09.27 น. วันที่ 18 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ แม้ไม่มีวาระงานที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ นายอนุทินไหว้องค์นรสิงห์จำลองก่อนปฏิบัติภารกิจประจำวันท่ามกลางกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจน ว่าจะนำพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่เก็บตัวทั้งวันงดสัมภาษณ์ “เจ็บคอ”ต่อมาช่วงเที่ยง นายอนุทินเดินทางออกจากทำเนียบไปทำภารกิจส่วนตัว ก่อนกลับเข้าทำเนียบอีกครั้งเวลา 13.40 น. และเก็บตัวอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 16.09 น. จึงเดินทางออกจากทำเนียบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และชี้มายังผู้สื่อข่าวที่รอบริเวณด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนขอสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากผู้นำกัมพูชาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ระหว่างเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) แต่นายอนุทินยกมือขึ้นมาป้องหูเพื่อฟังว่าผู้สื่อข่าวถามว่าอะไร ก่อนทำท่าโบกมือปฏิเสธ และนำมือมาจับที่คอ เพื่อสื่อว่าเจ็บคอไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ และนำมือขึ้นมาปิดปากทำท่าไอ ก่อนออกจากทำเนียบไป“ธรรมนัส”ย้ำยังไม่มีอะไรคืบหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อเวลา 09.35 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพการพูดคุยกันเคร่งเครียดระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรคกธ. ที่ จ.สงขลา ว่า ยังไม่ได้คุยกันกับนางนฤมล พอดีมีงานและกลับบ้านดึก เมื่อถามว่าสัญญาณการพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. แถลง ยังไม่มีอะไรมากกว่านั้น ส่วนวันที่ 19 ก.พ.จะมีประชุมว่าที่ สส.ก่อนบินไปยุโรป ตอนนี้สมองคิดถึงแต่เรื่องแสงเหนือ ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย วางแผนไว้เป็นปีแล้ว ไม่ใช่เพราะสถานการณ์การเมือง ไม่ได้ซีเรียส ให้สัมภาษณ์ก็ชิลๆ ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อนทำใจเลิกยึดติดกระทรวงเกษตรฯผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนแซวว่าไปพักใจ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไปทุกปีช่วงนี้พักผ่อน ยืนยันยังไม่ได้คุยเรื่องร่วมรัฐบาล เพราะยังอยู่ในช่วงบรรยากาศการเลือกตั้ง และการประชุมพรรควันที่ 19 ก.พ. เป็นการประชุมปกติหลังเลือกตั้ง แสดงความยินดีกับคนที่สอบผ่าน และต้องพบสมาชิกพรรคแถว 2-3 ไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สไตล์ตน ยืนยันว่ายังไม่ได้คุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่าหากไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกระทบกับการทำงานของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ถ้าเราเอาใจไปผูกไว้กับตรงนู้นตรงนี้ก็จะคิดมาก แต่การเป็น สส.และพรรคการเมือง เราสามารถขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา มีช่วงที่เป็นฝ่ายค้านและทำได้ดีด้วยเป็น รบ.ไม่ได้ก็ขับเคลื่อนงานสภาเมื่อถามย้ำว่าหากพรรค กธ.ต้องเป็นฝ่ายค้าน จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ความเป็นนักการเมือง ความสำเร็จอยู่ที่การเลือกตั้ง เมื่อวางเป้าไว้เท่าไหร่แล้วเราได้เท่านั้น พูดเสมอว่าจะเป็นตัวแทนของคนฐานรากเข้าไปพูดในสภา ถ้าเป็นรัฐบาลจะนำนโยบายไปขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม แต่หากวันหนึ่งเราไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ เราต้องขับเคลื่อนโดยใช้สภา เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวพรรค กธ.จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล และไปเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมมนัสตอบว่า ทุกอย่างมาจากสื่อ สำหรับตนอยู่ในที่ตั้ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ. ไม่เคยออกหน้างาน ถ้ามีอะไรจะคุยหลังไมค์ สัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของหน้างาน หลังไมค์เชื่อว่ายังไม่มีการคุยอะไรกันลึกซึ้ง เร็วเกินไป สส.บัญชีรายชื่อก็ยังไม่นิ่งควรนิ่งก่อนเดดไลน์ปิดทุกเบอร์หลังบินยุโรปจากนั้น ร.อ.ธรรมนัสถามผู้สื่อข่าวว่าวันนี้จะถามอีกไหม เช้า สาย บ่าย เย็น ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าเอา เผื่อสัญญาณเปลี่ยน มีการยกหูโทรศัพท์ ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า สัญญาณโทรศัพท์เปิดตลอดเวลา ไม่ได้เปลี่ยนไปไหน ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าสัญญาณเปิดทุกเบอร์ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า หลังประชุมพรรควันที่ 19 ก.พ. คงปิดทุกเบอร์ เพราะไปอยู่ยุโรปแล้ว เมื่อถามว่าจะมีโอกาสโทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทินก่อนเดินทางไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “โทร.คุยกันมันไม่เหมือนกับเห็นหน้ากัน”ถกด่วน “อนุดิษฐ์” รับมือเลือกตั้งใหม่ต่อมาเวลา 11.15 น. ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ได้สอบถามนางนฤมลถึงการพูดคุยกับนายอนุทินแล้ว ได้รับรายงานว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้” เมื่อถามถึงข้อกังวลการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.ที่ยังไม่ชัดเจน มีข้อร้องเรียนจากหลายฝ่ายต่อเนื่อง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เฝ้าติดตามและสอบถามคนรู้จักที่อยู่ในวงการที่มีความรู้กฎหมายเลือกตั้ง ยอมรับขณะนี้กังวลการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ รับรองผลการเลือกตั้งไม่ได้ จะยิ่งสร้างความโกลาหล กลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แต่ยืนยันว่าพรรค กธ.พร้อม หากจัดให้มีเลือกตั้งใหม่ แต่หากต้องนับคะแนนใหม่ก็เสียเวลา ส่วนที่เชิญ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรค กธ. เข้าพบ เพราะมีเรื่องต้องปรึกษาหลายประเด็น ช่วงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดวิกฤติ โดยเฉพาะข้อกังวลผลการเลือกตั้ง หากสังเกตแววตาจะรู้ว่าไม่ได้กังวลการร่วมจัดตั้งรัฐบาลส่วนที่ กกต.มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตพื้นที่บ้านเกิด จ.พะเยา เขต 1 ยืนยันไม่กังวล และคุยกันหากมีนับคะแนนในเขตอื่น อาจได้ สส.เพิ่มอีกหลายเขตลุ้นร่วม รบ.คาดโควตา 3 รมว.–3 รมช.มีรายงานจากพรรคกล้าธรรมว่า สถานการณ์ขณะนี้ถือว่ายังมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาล ตามกรอบเวลาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ย้ำให้รอการรับรอง สส.อย่างเป็นทางการ โดยให้นายกฯบริหารจัดการวางตำแหน่งที่เหมาะสม สำหรับพรรคกธ.คาดจะได้ 3 รมว. กับอีก 3 รมช. รวมเป็น 6 เก้าอี้พร้อมวางผู้หญิง 3 คน เข้ามาเป็นรัฐมนตรี คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคมพรรค และ น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนอีก 3 คนเป็นผู้ชาย หนึ่งในนั้นมีชื่อนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ สส.นราธิวาส ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ไม่ขอรับตำแหน่ง จะขอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพรรคอย่างเต็มที่ปชป.มุ่งสอบ ลต.สำคัญกว่าร่วม รบ.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฟอร์มรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญเป็นลำดับรอง เพราะต้องการทราบในความชัดเจนต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่โปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรมมากกว่า หลังจากพบว่ามีหลายกรณีสังคมมีความเคลือบแคลงต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง และภาคส่วนต่างๆ เรียกร้องให้ กกต.พิสูจน์ ขณะที่ กกต.ออกคำสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ นับบัตรลงคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ หลังมีปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง หรือกรณีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ และ สส.เขต เป็นต้น อาจส่งผลให้การเลือกตั้งมีปัญหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ลงนามตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง มีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลพรรคให้ความสำคัญเป็นลำดับรอง สิ่งแรกที่ต้องเน้นคือการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเลือกตั้งถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด เพราะหากไม่เกิดความเชื่อมั่นเชื่อถือ อาจมีผลกระทบทางลบต่อการเมืองไทยตามมาสว.พันธุ์ใหม่เบรกชะลอจิ้ม 2 กกต.ที่รัฐสภา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ แถลงถึงการยื่นญัตติขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กกต. 2 คน ในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26 ก.พ.ว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.เพิ่มเติมอีก 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง แต่การที่ สว.จำนวนมากถูกไต่สวนโดย กกต. ดังนั้นการแต่งตั้ง กกต. ดูเป็นการขัดกันทางผลประโยชน์ ขณะนี้มีวิกฤติศรัทธาการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. จึงควรชะลอการสรรหา กกต. 2 คนไว้ก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการทำหน้าที่ของ กกต.ชุดปัจจุบัน และการวินิจฉัยคดีของ สว.น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธ์ใหม่ กล่าวว่า มี สว. 138 คน ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. การจะให้ความเห็นชอบ กกต.อีก 2 คน น่าจะไม่ชอบ เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ชัดเจนเลือกคนเข้าไปทำคดีของตัวเอง คงจินตนาการออกว่าคดีฮั้วเลือก สว.จะจบอย่างไร“เรืองไกร” กราบลา “ลุง” พ้น พปชร.ที่สำนักงาน กกต. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวภายหลังยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ว่า ได้แจ้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร. ทราบระหว่างร่วมรับประทานอาหารเช้า พล.อ.ประวิตรสอบถามสาเหตุที่ตัดสินใจลาออก แต่ก็เคารพในการตัดสินใจ เส้นทางหลังจากนี้จะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบเรื่องที่ฝ่ายต่างๆทำ ทั้งเรื่องบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด รวมถึงกรณีบริษัท Spectre C รวมถึงติดตามเรื่องการตั้งรัฐบาล จึงขอลาออกมาทำหน้าที่ของประชาชนในการตรวจสอบ ขณะเดียวกันทำให้มีเวลาพักผ่อนกับครอบครัวมากขึ้น ยังไม่ได้มองพรรคการเมืองใดไว้แม้มีหลายพรรคโทร.ติดต่อมาคดีฮั้ว สว.ชักทะแม่งตีกลับดีเอสไออีกเรื่อง ตามที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ส่งคืนสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ฮั้วเลือก สว. ให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พร้อมคำสั่ง 5 ประเด็นให้สอบสวนเพิ่มเติม ล่าสุดวันที่ 18 ก.พ. คณะทำงานดีเอสไอพิจารณาเนื้อหา 5 ข้อคำสั่งดังกล่าวแล้ว เห็นว่าไม่ใช่เป็นการให้สอบสวนเพิ่มเติม แต่เป็นการตีกลับสำนวน โดยเฉพาะข้อสังเกตสำคัญที่ให้ทำสำนวนโดยต้องรอจากทาง กกต.ทำสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.ตามกฎหมายเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อน โดยให้นำความผิดของสมาชิกคณะบุคคลกลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดในสำนวนของ กกต.มาประกอบสำนวนคดีพิเศษนี้ด้วย อย่างไรก็ต้องรอทาง กกต.ที่ค่อนข้างเป็นอุปสรรคสั่งฟ้องนำร่อง 8 ราย ตามหลักฐานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาที่พบขณะนี้คือ กกต.เองก็ไม่รับพยานหลักฐานจากดีเอสไอ เมื่อดีเอสไอประสานขอหลักฐานจาก กกต.ก็ยังไม่ได้รับเช่นกัน ส่วนกรณีที่ต้องสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ฟอกเงินไปก่อนหน้า 8 ราย มี สว.ตัวจริง 2 ราย และเครือข่ายพรรคการเมืองดัง 6 ราย เพื่อนำร่องสั่งฟ้องไปก่อนตามพยานหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน เพราะเชื่อว่าหากต้องรอสั่งฟ้องให้ครบตามจำนวน สว.ตัวจริง 138 ราย ที่เข้ามาเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในคดีฮั้วเลือก สว.อาจทำให้สำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องล่าช้าไปกว่า 3-5 ปีได้ เพราะแทบไม่มีกรอบเวลากำกับไว้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่