ส่งแรงใจในเทศกาลปีใหม่ให้ทหารหาญชายแดน...หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.ท.มาโนชญ์ จันทรศร นำ พล.อ.กานต์นาท นิกรยานนท์ ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อสมทบทุนมูลนิธิสายใจไทย เมื่อวันก่อน.“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน...ในห้วงที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ฉลองเทศกาลปีใหม่ ด้วยความสุข ชื่นมื่น แต่ในขณะเดียวกันสถานการณ์บริเวณ แนวชายแดนไทย–กัมพูชา แม้จะสงบลง ไม่มีเสียงปืน เสียงระเบิด ในห้วง เทศกาลปีใหม่ หลังจาก ไทย และ กัมพูชา บรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่ ทหารแนวหน้า ก็ยังต้องตรึงกำลัง เตรียมพร้อม รับมือสถานการณ์ที่ยังสุ่มเสี่ยง จาก ฝ่ายกัมพูชา ที่อาจลอบโจมตีครั้งใหม่ได้ทุกเมื่อ เพราะ กัมพูชา ยังมีความเคลื่อนไหวเสริมกำลังและอาวุธ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผอ.สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (ผอ.สมท.กอ.รมน.) ระบุว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณ แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในห้วงที่ผ่านมาได้ตรวจพบ อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของกำลังพล และการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่แนวหน้า ดังนั้น การเตรียมความพร้อม ด้านวัสดุและอุปกรณ์ เพื่อเสริมแนวกำบัง การพรางตัว และ การป้องกันภัย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยง และ เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย...ทาง กอ.รมน. โดย สมท.กอ.รมน. ขอเชิญชวน ประชาชน ภาคเอกชน และเครือข่ายมวลชนทุกภาคส่วน ร่วมสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อเสริมความปลอดภัยและปกป้องชีวิตของ เจ้าหน้าที่ และ กำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลแนวหน้าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ปราบให้หมด อนัคพล อิงคะกุล ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในโอกาสร่วมงานสัมมนาแนวทางการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย และ นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ มาร่วมสัมมนาด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.สำหรับ วัสดุและอุปกรณ์ ที่มีความจำเป็นเพื่อใช้ในการป้องกันภัย เสริมแนวกำบัง และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่แนวหน้า ได้แก่ บังเกอร์สำเร็จรูป หรือ วัสดุประกอบบังเกอร์ ท่อคอนกรีต เหล็ก H–Beam และ เหล็กโครงสร้าง สำหรับเสริมแนวกำบัง ตาข่าย อวน และ แห สำหรับการพรางตัวและเสริมแนวป้องกันในพื้นที่ เป็นต้น...โดยนำมาบริจาคได้ที่ กอ.รมน. ส่วนกลาง ส่วนวัสดุขนาดใหญ่ หรือมีน้ำหนักมาก สามารถนำส่งมอบโดยตรงที่หน่วยในพื้นที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 2 หรือ กอ.รมน. จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว ...ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ร่วมบริจาคสามารถติดต่อประสานรายละเอียดได้ที่ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. 10300 โทร.06-1456-5656 และ 0-2241-2051...พี่น้องประชาชนแนวหลังสมควรร่วมใจสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และ ความสุขปีใหม่ ให้แก่ พี่น้องทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ชายแดน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ดีใจด้วย พญ.อภิรมย์ เวชภูติ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญในโอกาสได้เป็นตุลาการศาลทหารสูงสุด โดยมี สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ผศ.นพ.วรพล อร่ามรัศมีกุล และ พญ.อนงค์ศิลป์ พิทักษ์สิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.อืม...สำหรับการรับสมัครเลือกตั้ง สส. ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัคร สส.ระบบเขตและ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ วันที่ 31 ธ.ค.2568 เป็นวันสุดท้าย...ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงสรุปภาพรวมการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.ว่า ข้อมูลตามการปิดการรับสมัครเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการ มียอด ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต รวม 3,526 คน จาก 60 พรรคการเมือง และ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 1,570 คน จากทั้งหมด 57 พรรคการเมือง โดยมี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้งหมด 94 คน ที่เสนอจาก 43 พรรคการเมือง รองเลขาธิการ กกต. ยังระบุด้วยว่า หลังการปิดรับสมัคร สส.แล้ว สำนักงาน กกต. จะส่งข้อมูลผู้สมัครไปตรวจสอบคุณสมบัติผ่าน 26 หน่วยงาน อาทิ ศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น โดยจะตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนจะประกาศ รายชื่อผู้มีสิทธิสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภายใน 7 วัน หรือภายใน วันที่ 7 ม.ค.2569... ที่สำคัญ กรณีที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่ครบ หรือมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังลงสมัคร หรือให้พรรคเสนอบัญชีรายชื่อถือเป็น ความผิดเฉพาะตัว จะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ระวางโทษ จำคุก 1–10 ปี ปรับสูงสุด 20,000–200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่ง เพิกถอนสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง มีกำหนด 20 ปี ชื่นมื่น ประยุทธ–สุวิมล มหากิจศิริ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่กับครอบครัว โดยมี อุษณีย์ มหากิจศิริ, ปิยพัฒน์ วรวณิช, เฉลิมชัย มหากิจศิริ, อุษณา มหากิจศิริ และ กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี พร้อมหลานสาวหลานชายมาร่วมฉลองกันอย่างชื่นมื่น ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.รองเลขาธิการ กกต. ยังสำทับด้วยว่า กรณีที่ พรรคประชาชน ส่ง เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.กทม. ลงสมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 33 บางพลัด-บางกอกน้อย แทน บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินยาเสพติด สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากพรรคการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัครได้ กรณีที่ ผู้สมัครตาย ขาดคุณสมบัติ หรือ มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งในกรณีที่มีลักษณะต้องห้าม แม้ถูกจับกุมแล้ว แต่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด และ บุญฤทธิ์ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว จึงทำให้ ขาดคุณสมบัติ ในการลงรับสมัครเลือกตั้ง สส. จึงถือว่า ขาดคุณสมบัติ เพราะลาออกจากการเป็น สมาชิกพรรค แล้ว ทั้งนี้ ตามระเบียบกำหนดให้ผู้สมัครที่มาสมัครแทน และผู้สมัครที่เหลือจากพรรค การเมืองอื่น ยังคงใช้หมายเลขผู้สมัครตามเดิมงานนี้ถือว่าชี้แจงชัดเจนในมุมของ กกต. แต่ก็ไม่ได้ เป็นการ การันตี ว่า จะไม่มีพวกนักร้อง ไปยื่นร้องคัดค้าน หรือ ร้องเรียน ให้มี การตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนต่อไป... ส่วน ผู้สมัครรายอื่นๆ ก็เช่นกัน ยังต้องรอการตรวจสอบจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ประวัติผู้สมัคร ที่อาจ มีคดีความติดตัว ขัดต่อคุณสมบัติลงสมัคร สส. ดังนั้นผู้สมัครแต่ละคนยังต้องรอลุ้นว่าจะผ่านด่านตรวจสอบหรือไม่...ขอให้ โชคดี ได้ลงสนามเลือกตั้งกันทุกคนนะจ๊ะ ช่วยผู้ป่วย ดร.สุนทร–ดร.อารยา อรุณานนท์ชัย มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้รศ.นพ.อัตถพร บุญเกิด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมี จุฑาทิพย์ อรุณานนท์ชัย และ ดร.จุฑามาศ อรุณานนท์ชัย มาร่วมมอบด้วย ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี วันก่อน.เฮ้อ...สิ่งที่หนีไม่พ้นในช่วงวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่ ทุกปี ก็คือ ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน แม้จะมี การรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลต่างๆกันทุกปี แต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มี ผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทุกปีเช่นกัน...สำหรับช่วง เทศกาลปีใหม่ 2569 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ (ศปถ.) ปี 2569 ภายใต้การรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ระหว่าง วันที่ 30 ธ.ค.2568–5 ม.ค. 2569 รวม 7 วัน หรือที่เรียกกันติดปากว่า 7 วันอันตราย ได้แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำวันที่ 31 ธ.ค.2568 ซึ่งเป็น วันที่สอง ของการรณรงค์...โดย ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการ ศปถ. ระบุว่า วันที่ 31 ธ.ค.2568 เกิดอุบัติเหตุ 271 ครั้ง บาดเจ็บ 262 คน เสียชีวิต 53 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์...ขณะที่ อุบัติเหตุทางถนนสะสม ในช่วง สองวันของการรณรงค์ คือ วันที่ 30–31 ธ.ค.2568 เกิดอุบัติเหตุรวม 469 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 452 คน เสียชีวิต 86 คนเลขานุการ ศปถ. กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลสถิติเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2568 พบว่า พฤติกรรมการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เป็นสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุ และทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง ศปถ. จึงได้กำชับให้กวดขันพฤติกรรม ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ เน้นให้ด่านชุมชนป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุโดยเฉพาะ กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ให้สวมหมวกนิรภัยและไม่ขับขี่ด้วยความคึกคะนอง เสี่ยงอันตราย สะดวกมาก พรภัทร์ รอดโพธิ์ทอง บุญถนอม, อวิรุทธ์ ทองเนตร, ดร.ทวารัฐ สูตะบุตรและ วัฒนชัย วินิจจะกูล เปิดให้บริการยืม-คืนหนังสืออัตโนมัติ “TK Mini” เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการอ่านแก่ประชาชน ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ วันก่อน.เพียงช่วงเริ่มต้นเทศกาลปีใหม่ สองวันแรก ของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เกิดอุบัติเหตุ ตายไปแล้วเกือบ 90 ศพ บาดเจ็บเกือบครึ่งพัน กว่าจะครบ 7 วันอันตราย ตัวเลขคงพุ่งสูงจนน่าใจหาย แต่โทษใครไม่ได้ เพราะสาเหตุหลักมาจากความประมาท คึกคะนอง ไม่เคารพกฎจราจรของ ผู้ขับขี่เอง เกือบทั้งสิ้น...จบข่าวสังคมทั่วไป...ศพ พ.ต.อ. (พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ ตั้งสวดศาลา 5 วัดตรีทศเทพฯ 18.30น. ถึง 5 ม.ค. พระราชทานเพลิง 6 ม.ค. 15.30 น."ธนูเทพ"คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม