ทับทิมกรอบ ขนมไทยโบราณที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่ทำขนมเลียนแบบลักษณะของทับทิม ผลไม้นำเข้าจากเมืองนอก มีราคาแพงในสมัยนั้น คนไทยนิยมทานทับทิมกรอบในฤดูร้อนเพราะทานแล้วหอมหวานเย็นอร่อย กลิ่นหอมชื่นใจ คลายร้อนได้ดี เม็ดทับทิมกรอบเมื่อเคี้ยวแล้วกรอบมันด้วยรสชาติของแห้ว มีความหวาน จากน้ำเชื่อม มีความมันและกลิ่นหอมจากกะทิสดอบควันเทียนทว่า ผู้ขายบางรายต้องการให้ทับทิมกรอบมีความกรุบกรอบมากขึ้น หรือกรอบได้นาน จึงผสมสารบอแรกซ์หรือผงกรอบลงไปในทับทิมกรอบ ปกติเป็นสารที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ทำแก้ว หรือใช้เป็นสารประสานในการเชื่อมทอง ใช้ชุบ และเคลือบโลหะ แต่อาจพบมีผู้ลักลอบนำมาผสมในอาหาร เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก ทับทิมกรอบ เพื่อทำให้อาหารมีความหยุ่นกรอบ คงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่ายตามกฎหมายของไทย บอแรกซ์เป็นสารที่ห้ามใช้ในอาหาร เพราะ เป็นอันตรายกับทุกอวัยวะภายในร่างกายโดยเฉพาะตับ ไต สมองระบบประสาทส่วนกลาง ระบบย่อยอาหาร และผิวหนังโดยหากร่างกายได้รับบอแรกซ์ปริมาณน้อยอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หากได้รับปริมาณน้อยๆอย่างต่อเนื่องจะทำให้มีอาการ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง หนังตาบวม เยื่อตาอักเสบ และไตอักเสบ แต่หากได้รับปริมาณมากๆอาจทำให้ไตวาย ตับวาย เสียชีวิตได้สถาบันอาหารเก็บตัวอย่างทับทิมกรอบจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ร้านค้า ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์บอแรกซ์ปนเปื้อน ผลปรากฏว่าทุกตัวอย่างไม่พบบอแรกซ์ปนเปื้อนเลยเห็นผลวิเคราะห์อย่างนี้แล้ว ทานทับทิมกรอบกันได้อย่างสบายใจ แต่ไม่ควรทานให้มากนัก เพราะอย่าลืมว่าทับทิมกรอบเป็นของหวานมีน้ำตาลสูง หากชอบทานขอแนะว่าลดหวานลงครึ่งหนึ่งจะดีต่อสุขภาพมากกว่า. ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัยคลิกอ่านคอลัมน์ “มันมากับอาหาร” เพิ่มเติม