เป็นมนุษย์เงินเดือนอีกคนที่ฝันอยากกลับไปสร้างงานสร้างธุรกิจที่บ้านเกิด กาญจน์สิตา ติ๊บอุด ได้ทำฝันให้เป็นจริงได้กลับไปสร้างธุรกิจของตนเอง เริ่มต้นจากโฮมสเตย์เล็กๆ “สายหมอกบอกรัก” พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยโครงการใหม่ “สะปันกลางนา” ศูนย์รวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนทั่วทั้ง จ.น่าน คุณกาญจน์สิตา ติ๊บอุด ผู้บริหารและเจ้าของ สายหมอกบอกรัก เป็นโฮมสเตย์ที่หมู่บ้านสะปัน จ.น่าน ท่าม กลางธรรมชาติที่สวยงาม ได้เล่าถึงธุรกิจตัวเองว่าด้วยที่ออกจากบ้านไปเรียนและทำงาน พอโตก็มีความตั้งใจอยากจะกลับมาอยู่บ้านดูแลครอบครัวในเวลาที่เหมาะสม เมื่อ 8 ปีที่แล้วจึงเริ่มทำเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ที่หมู่บ้านสะปันชื่อ สายหมอกบอกรัก ตอนนั้นหมู่บ้านสะปันยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เราทำเป็นรุ่นแรกๆ ของหมู่บ้าน เราวางคอนเซปต์ไว้ว่า อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสของธรรมชาติจริงๆ ปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นบริษัทสายหมอกบอกรักน่าน จำกัด และมีการขยายธุรกิจออกมา ชื่อ “สะปันกลางนา” สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย แต่อยากสัมผัสกลิ่นอายของจังหวัดน่านอย่างครบถ้วน “สายหมอกบอกรัก เราเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ซึ่งอยู่ภายในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กของ จ.น่านคือ หมู่บ้านสะปัน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม มีอากาศดีตลอดทั้งปี ตั้งแต่ปี 2559 เราตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ ที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย มีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม ทุกคนจะได้ชื่นชมความเขียวขจีของเทือกเขาหลวงพระบางอันสูงใหญ่ที่กั้นระหว่างไทยและลาวไว้ แล้วตอนนี้เรายังทำ “สะปันกลางนา” ที่เป็นศูนย์รวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนทั่วทั้ง จ.น่าน อาหารพื้นเมืองดั้งเดิม และเครื่องดื่ม ที่มาจากวัตถุดิบชุมชนของจ.น่าน อย่างเกลือโบราณ หรือกาแฟจาก ดอยให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมเลือกซื้อในจุดเดียว โดยไม่ต้องเดินทางไปหลายที่ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวน่าน ต้องการสนับสนุนชุมชน อยากรับประทานอาหารที่มีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เป็นร้านบรรยากาศดี มีธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งมีแพลนจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ค่ะ” คุณกาญจน์สิตา ยังเล่าต่อว่า รายได้จากการทำ “สะปันกลางนา” บางส่วนจะทำเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนสินค้าชุมชน ที่ยังไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้วอยากทำ โดยจะเข้าไปสนับสนุนเงินทุนบางส่วนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน “เราน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจภายใต้การรู้จักตน ประมาณตน มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกันค่ะ เราเป็นธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนแบบสมดุล ไม่ใช่เพียงแค่ “การมุ่งหาผลกำไร” แต่เป็นการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ แบ่งปัน และพร้อมจะโอบอุ้มชีวิตผู้อื่นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปกับเรา โดยส่งเสริมให้ชุมชน สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน โดยที่มีเราเป็นผู้คอยเชื่อมโยงและสนับสนุนในส่วนของธรรมชาติ เราลดการใช้พลาสติก เน้นให้ใช้วัสดุธรรมชาติ และเน้นการ Reuse Recycle ของวัสดุ อุปกรณ์ให้หมุนเวียนนำกลับมาใช้ได้อีกด้วยค่ะ”...ผู้บริหารสาวเก่งคนนี้เล่าถึงการทำงาน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่