ในปี พ.ศ.2561 สาวนักสะสมงานศิลปะชื่อ ลอรา ยังก์ เข้าไปจับจ่ายซื้อของที่ร้านกู๊ดวิลล์ ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา และบังเอิญไปเจอรูปปั้นทำจากหินอ่อนน้ำหนักเกือบ 24 กิโลกรัม ชิ้นหนึ่งบนพื้นใต้โต๊ะที่ติดป้ายราคา 34.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,200 บาท หลังจากซื้อรูปปั้นครึ่งตัวนั้นมา เจ้าตัวก็สังเกตพบว่ามันดูเก่าและทรุดโทรมมาก เธอจึงอยากรู้ประวัติและที่มา ของประติมากรรมชิ้นนี้ โดยในอีก 2-3 ปีต่อมาเธอได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน และเจ้าหน้าที่สำนักงานประมูลทั่วสหรัฐอเมริกาเพื่อหาคำตอบเมื่อเร็วๆนี้ สาวนักสะสมงานศิลปะก็ได้คำตอบ เมื่อที่ปรึกษาของสำนักงานประมูลชื่อดังอย่างโซเธบีส์ ได้ระบุว่า รูปปั้นครึ่งตัวชิ้นนี้ ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในเยอรมนีเมื่อหลายสิบปีก่อน และช่วยให้เธอติดต่อกับทางการเยอรมนี โดยปรากฏว่ารูปปั้นครึ่งตัวนี้เป็นของกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 แห่งบาวาเรีย ซึ่งมีพระชนม์ชีพ เมื่อ พ.ศ.2329-2411 แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รูปจำลองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากเครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าประติมากรรมนี้มาถึงสหรัฐอเมริกาได้อย่างไรทั้งนี้ สำนักงานการบริหาร พระราชวัง สวน และทะเลสาบของรัฐบาวาเรีย ในเยอรมนี เผยว่า รูปปั้นครึ่งตัวสมัยโรมันนี้จะถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะซานอันโตนิโอ ในเท็กซัส ไปจนถึง 21 พ.ค.2566 หลังจากนั้นก็จะส่งกลับคืนสู่เยอรมนี.