หนึ่งในคุณหนูสู้งาน พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา สาวเถากลาง จาก 3 ใบเถาของบ้านศรีกาญจนา ที่ได้เข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว โดยจะยืนเป็นหลักรับไม้ต่อเข้ามาดูแลกิจการร้านอาหารในเครือของบริษัท Narathai Cuisine จำกัด ด้วยไฟที่มีเกินร้อย พร้อมมุมมองใหม่ๆที่จะนำพาธุรกิจก้าวทันยุคสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจเนอเรชันหลังจากที่ชิมลางทำงานองค์กรต่างๆได้พักใหญ่ พิมพ์-พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา ทายาท จุลพยัพ-นราวดี ศรีกาญจนา ได้เข้ามารับตำแหน่ง Corporate Business Manager บริษัท Narathai Cuisine จำกัด อันเป็นธุรกิจร้านอาหารของครอบครัว ได้แก่ ร้าน Narathai Cuisine, Apinara, Lady Nara, Co Limited, Co Unlimited, เตี๋ยวไข่ตะลึง, โจ๊กมังกรฟ้า, Ang Morr และมาดามแม่ โดย คุณพิมพ์ เล่าว่า ได้เข้ามาทำงานที่บริษัทได้ 7 ปีแล้ว ช่วงแรกเป็นการเรียนรู้งานเริ่มจากงานแฟรนไชส์ จากนั้นได้มาดูการตลาด และปัจจุบันได้มาโฟกัสในเรื่องแบรนดิ้งและแบรนด์ครีเอชัน สร้างแบรนด์ใหม่ๆ และดูภาพลักษณ์ของแบรนด์“พอมาทำแบรนด์ทำให้เราได้ทำโปรเจกต์ใหม่ๆ ยิ่งสนุก ที่ผ่านมาได้ทำหลายอย่าง นารา ก็รีแวมป์ (revamp) ปรับปรุง ในช่วงโควิดเป็นโอกาสที่เราได้มาปรับปรุง พอสถานการณ์กลับมา ลูกค้าจะได้รู้สึกว่าเรายังมีความเฟรชใหม่ หรืออย่างโค ลิมิเต็ด (Co Limited) ช่วยกันกับ น้าหมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ในเรื่องภาพลักษณ์ของร้าน และล่าสุดแบรนด์อั้งม้อ (Ang Morr) ที่เป็นร้านอาหารจีนลูกครึ่งฝรั่ง ซึ่งเรามีการรีเสิร์ชก็มาพบกุ๊กช็อป เป็นอาหารลูกครึ่งที่ถือกำเนิดในช่วงรัชกาลที่ 4 เลยอยากเอาภาพเก่าๆ ที่ทุกคนตั้งใจไป เดรสอัปไปขับรถเปิดประทุน ใส่กระโปรงบาน เราอยากเอาบรรยากาศแบบนี้กลับมาเลยทำร้านนี้ อั้งม้อ อยู่ที่สุขุมวิท 38 และมีแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวที่เราเป็นตีตลาดนอกกรุง อยู่ที่เซ็นทรัล วิลเลจ ชื่อเตี๋ยวไข่ตะลึง เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึง เราก็เล่นคำนิดหน่อย แล้วก็มีโจ๊กมังกรฟ้า อันนี้มาจากผลพวงที่เปิดร้านจีน มีเชฟจีนที่เขาทำโจ๊กอร่อย เราเสียดายถ้าไม่ได้เอาออกมาขาย เลยแบรนด์ขึ้นมาเป็นดีลิเวอรีแบรนด์ และมีมาดามแม่ ที่ทำกับพี่วู้ดดี้ค่ะ” สาวเก่งบอกถึงงานที่รับผิดชอบในการทำงานด้าน F&B ที่มีการแข่งขันสูง ผู้บริหารสาวคนนี้บอกว่า เป็นงานที่เหนื่อยแต่สนุก ทำให้สู้ไม่ถอย! งาน F&B มันมีอะไรจุกจิกเยอะ เพราะเราอยู่ในงานบริการ และเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เหมือนคนเข้ามาเยอะ งานนี้สอนให้เราตื่นตัว ต้องมีการสำรวจตลาดว่าอะไรกำลังมา อะไรน่าสนใจ และสถานการณ์โควิดก็สอนเราเยอะมาก อย่างที่ทราบ นารามีจุดแข็งเรื่องลูกค้าต่างชาติ ทั้งที่ตอนแรกก็เริ่มมาจากลูกค้าคนไทย แล้วมาเปลี่ยนไป พอมีโควิดทำให้เราต้องตื่นตัวทำให้ลูกค้าคนไทยคิดถึงเราบ้าง ทำให้หลายๆแบรนด์ที่เราทำขึ้นมา เป็นแบรนด์ที่เรามองลูกค้าไทยเป็นหลัก และต้องลองอะไรใหม่ๆ ต้องเรียนรู้ในเรื่องการดีลิเวอรี ที่เราต้องเซตอย่างรวดเร็ว“สำหรับนารา แบรนด์เราก็แข็งแรงแล้ว ในตลาดต่างประเทศ พอโควิดหมดไป ลูกค้าต่างประเทศกลับมา ก็อยากทำให้แข็งแรงต่อไป แล้วมีแฟรนไชส์เปิดเพิ่มในต่างประเทศอื่นๆอีก เพราะตอนนี้เรามีอยู่ 7-8 ประเทศทั่วโลกแล้ว เราคิดว่ายังไปได้อีก ก็ยังมีคุยกับประเทศอื่นๆที่สนใจ แต่ตอนนี้ลำบากที่เราทำเทรนนิงอะไรไม่ได้ ทุกๆครั้งที่ทำแบรนด์ใหม่ๆ จะคิดเผื่อว่าถ้ามีคนสนใจ เราจะขยายอย่างไร ในการทำงานคุณแม่ไม่สอน แต่คุณแม่ให้ learning by doing จะมีแบบถามบ้าง คิดอย่างไร ทำอย่างไร แต่จะไม่ได้นั่งสอน ซึ่งพิมพ์ก็ได้นำประสบ การณ์ที่ได้ทำทางด้านดิจิทัลมาใช้ เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็ออนไลน์ แล้วตอนนี้บรรยากาศเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเขาสามารถเลือกได้มากขึ้น และอยากเห็นอะไร ไม่เห็นอะไร งานนี้สนุกตรงที่มีไดนามิกมาก การทำร้านอาหารไม่ใช่แค่ออกเมนูแล้วจบ ยังมีงานบริหาร ตั้งแต่เด็กเสิร์ฟ เราเข้าใจเขาไหม ทำอย่างไร ให้เขาอยากมาอยู่องค์กรเรา ถ้าเราให้ใจเขา เขาก็ให้ใจเรา งานบริการต้องทำด้วยใจจริงๆค่ะ”...ผู้บริหารสาวคนเก่ง บอกตอนท้าย.