เสร็จจากสงครามเกาหลี จีนหวังว่าจะได้มีช่วงเวลาสงบเพื่อเริ่มบูรณะประเทศ แต่อเมริกากลับเริ่มทำสงครามเย็นต่อจีน โดยขู่จะทิ้งระเบิดปรมาณูลงในแผ่นดินจีนอย่างไม่มีทางเลือกประธานเหมาจึงจำต้องตั้งโครงการผลิตอาวุธปรมาณูของตนเองเพื่อเป็นการป้องกันการถูกข่มขู่และรุกราน ในช่วงปี 1955 นั้น ประเทศจีนยากจน เต็มไปด้วยปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้ามากมาย เพราะอยู่ในสภาวะสงครามต่อเนื่องยาวนาน ความคิดว่าประเทศจีนจะผลิตปรมาณูนับเป็นเรื่องเสียสติและเพ้อฝันทั้งไม่เห็นโอกาสที่โครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้เลย เพราะจีนไม่มีองค์ประกอบใดๆที่จะเกื้อหนุนโครงการใหญ่ขนาดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนจำนวนมหาศาล นักวิทยาศาสตร์ เครื่องมืออุปกรณ์ องค์ความรู้ต่างๆ มีเพียงวัตถุดิบและคนที่พร้อมเสียสละชีวิตด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการทำให้โครงการนี้สำเร็จเท่านั้น และแล้วโครงการก็เริ่มขึ้นที่พื้นที่กว้างใหญ่ในทะเลทรายแถบทางเหนือของประเทศ ท่ามกลางความอดอยากของประชาชนทั้งประเทศ โครงการนี้ได้รับการจัดลำดับความสำคัญสูงสุด ภาพการเสียสละ อดอยาก อุทิศตน ขาดแคลน ความอดอยากก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก่อตัวและดำเนินไปได้เร็วพอควรความช่วยเหลือจากรัสเซียในระยะแรกจบลงอย่างรวดเร็ว มีนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนผู้รักชาติระดับล่างและกลางจำนวนหนึ่งพากันเดินทางกลับจากอเมริกาและยุโรปเพื่อช่วยสนับสนุนโครงการนี้ แต่ยังขาดนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิ จีนจึงตามตัวนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจชาวจีนที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในอเมริกามาเป็นหัวหน้า แต่ถูกอเมริกาขัดขวางจนเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 ปีจึงสำเร็จโดยจีนต้องเสนอเชลยสงคราม (POW) อเมริกาจำนวนพันกว่าคนไปแลกมาและในที่สุด จีนใช้เวลาประมาณ 5-6 ปี ในการทำปรมาณูเองลูกแรกสำเร็จ (ใช้เวลาพอๆกับโครงการ Manhattan USA ที่ผลิตปรมาณูลูกแรก ถล่มญี่ปุ่น) ความสำเร็จนี้แลกมาด้วยความเสียสละและสูญเสียอีกครั้ง โดยมีชาวจีนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ ทหาร ประชาชน ที่อดอยาก ขาดอาหาร รวมถึงการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสารกัมมันตภาพรังสีเป็นจำนวนมาก เพราะการทดลองระเบิดของจีนต้องกระทำบนแผ่นดินจีน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนจำนวนมากหากผิดพลาด เนื่องจากไม่สามารถทดสอบ ในท้องทะเลเหมือนประเทศอื่นๆ เช่น อเมริกา รัสเซีย ฝรั่งเศส ได้ เนื่องจากอเมริกาสามารถนำกองเรือมาขัดขวางได้ หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี จีนจึงผลิตระเบิดไฮโดร เจนและขีปนาวุธติดหัวปรมาณูได้สำเร็จความสำเร็จนี้ ทำให้จีนหลุดพ้นจากการถูกคุกคามในเรื่องอาวุธจากต่างประเทศได้โดยสิ้นเชิง ทำให้สามารถทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างความเจริญให้ประเทศอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ช่วงปี 1970 เป็นต้นมาหลังสงครามเกาหลีตั้งแต่ปี 1954 เป็นต้นมา ประธานเหมาตระหนักดีถึงปัญหาต่างๆ ของประเทศจีนที่สะสมหมักหมมมานานในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาความอดอยากของประชาชน จึงมุ่งมั่นตั้งใจจะตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสินค้าและของยังชีพประจำวันต่างๆให้แก่ประชาชนให้เพียงพอ แต่เนื่องจากประเทศขาดปัจจัยทุกๆด้าน (ยกเว้นอย่างเดียวคือวัตถุดิบ) ที่จำเป็นต้องใช้เช่น เงินลงทุน รูปแบบเทคโนโลยี และบุคลากรในทุกระดับตั้งแต่วิศวกร ช่าง ผู้เชี่ยวชาญ ประธานเหมาจึงใช้กองทัพมดจากครัวเรือนทั่วประเทศทำการผลิตและหลอมสินแร่ต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งแร่บริสุทธิ์ต่างๆ เช่น เหล็ก ดีบุก ตะกั่ว ทองคำ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ปรากฏว่าไม่ได้ผลผลิตที่คุ้มกับแรงงานและเวลาที่เสียไป ส่วนในเรื่องระบบการแบ่งปันผลผลิตจากการเกษตร ก็เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพขาดแรงจูงใจให้ชาวนาทำงานเต็มที่ เนื่องจากถูกกำหนดให้นำผลผลิตทั้งหมดไปรวมที่คอมมูน ส่วนกลาง แล้วจึงแบ่งกลับลงมาให้บริโภคในครัวเรือนเท่าๆกัน ซึ่งระบบแบบนี้ทำให้คนขี้เกียจและคนขยันได้ส่วนแบ่งที่เท่ากัน ปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลกลางพรรคคอมมิวนิสต์มิได้รับรายงานที่เป็นความจริง เพราะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพยายามปกปิด เพราะกลัวการถูกทำโทษ เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายที่ส่วนกลางกำหนด เหตุการณ์ลักษณะนี้ดำเนินไปเป็นเวลาเกือบ 10 ปีทำให้เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นช้ามาก ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงอดอยากและในช่วงนี้ซึ่งเป็นปลายยุคของประธานเหมาเป็นที่ทราบดีว่า ประธานเหมาเริ่มไม่ค่อยจะฟังคำแนะนำใคร แต่มีความเชื่อมั่นในความคิดตัวเองเป็นหลัก เรื่องผิดพลาดดังกล่าวจึงถูกเก็บไว้ยาวนาน โดยไม่มีใครกล้าแจ้งให้ประธานเหมาทราบจนกระทั่งนายพลที่รบชนะในสงครามเกาหลีทนไม่ไหวต้องเขียนคำร้องแจ้งข้อเท็จจริงต่อประธานเหมา ทำให้ประธานเหมาไม่พอใจ จึงทำการย้ายนายพลผู้ร้องเรียนผู้นี้ออกไปเสมือนเป็นการลดตำแหน่ง และเนื่องจากเริ่มมีเหตุการณ์ลักษณะที่วีรบุรุษนายพลทหารผู้ใกล้ชิดแสดงความเห็นคัดค้านประธานเหมาหลายเรื่อง ทำให้ประธานเหมาระแวงว่ากลุ่มนายพลเกือบ 10 นายกลุ่มนี้ (ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา) กำลังคบคิดแย่งอำนาจจากตนประจวบกับ นางเจียงชิง ภรรยาประธานเหมา คิดวางแผนสืบทอดอำนาจหลังยุคประธานเหมา จึงฉวยโอกาสใส่ร้ายนายพลเหล่านั้นทั้งหมด รวมทั้งเสนอตนเองและพวก (gang of four) ทำการปราบปรามผู้เห็นต่างเหล่านั้น ซึ่งประธานเหมาไม่ได้คัดค้านการกวาดล้างขนานใหญ่โดยอ้างการปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural revolution) จึงเกิดขึ้น ซึ่งกินเวลาทั้งหมดเกือบ 10 ปี (1966-1976) การกวาดล้างครั้งนี้ทำลายคำสอน วัฒนธรรมต่างๆอันมีค่าของจีนไปเกือบหมด ในขณะเดียวกันบรรดานายพลวีรบุรุษสงครามเกือบทั้งหมดถูกกำจัดด้วยวิธีทารุณหลายรูปแบบ คงเหลือโจวเอินไหลและ เติ้งเสี่ยวผิง ซึ่งหลบหนีไปเสฉวน จนสุดท้ายเมื่อ นางเจียงชิงและพวก (gang of four) ถูกจับ เรื่องราวอันเลวร้ายจึงจบลงจีนหลังก่อตั้งประเทศจีนยุคใหม่ หลังจากนั้น เริ่มดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อเปิดความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เป็นการปูพื้นฐานด้านการต่างประเทศใหม่ เพื่อให้มีโอกาสติดต่อการค้าการลงทุนเข้าประเทศจีน ด้วยความสามารถของโจวเอินไหล นักการทููตผู้หาบุคคลอื่นเทียบยาก เป็นผู้เชื่อมสัมพันธ์มายาวนานตั้งแต่ยุคสงครามภายใน ทำให้จีนสามารถเปิดความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอเมริกาได้สำเร็จและทำให้จีนสามารถก้าวเข้าสู่ยุคพัฒนาอุตสาหกรรมได้เต็มตัว สินค้าจีนที่ผลิตในระยะแรกยังไม่มีคุณภาพ เนื่องจากจีนขาดองค์ความรู้ในการผลิต สินค้าอุตสาหกรรมทั้งหลายจึงจำต้องใช้การลอกเลียนแบบจากประเทศตะวันตก เป็นหลักก่อน แต่สามารถพัฒนาได้ดีขึ้นตามลำดับ จนสามารถเทียบเคียงและเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศในระยะต่อมา.หมอดื้อ