เป็นหนึ่งในผู้บริหารรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง วัชรพล วิมลเฉลา ทายาทคนที่ 2 ของ เนาวรัตน์-ไกร วิมลเฉลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการรับจ้างเหมาบริการ (Outsourcing Services) ด้านการบริหารจัดการบุคลากรและยานพาหนะให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชน ที่ได้รับมอบหมายจากครอบครัวให้เข้ามากุมบังเหียน บริษัท อุตสาหกรรม วินิลเทค จำกัด ผู้ผลิตจำหน่าย พีวีซี คอมเปาต์ เกรดพิเศษและจำหน่ายเม็ดทีพีโอ ทีพีวีและทีพีเอส อีกทั้งยังเข้าไปช่วยงานบริหารที่สยามราชธานี อีกด้วยวัชรพล หรือคนในครอบครัวเรียกว่า “วิกเตอร์” ผู้บริหารหนุ่มวัย 31 ปี มีดีกรีปริญญาตรีเคมี ที่ University of Manchester ประเทศอังกฤษ เล่าถึงสไตล์การทำงานแบบลุยๆของตัวเองว่า เรียนจบมาได้ 2 วันก็ได้งานเป็นคอลเซ็นเตอร์ ได้วันละ 400 บาท ตอนนั้นตนอยากทดลองทำ แต่ทำได้ 2 วันก็ไปได้งานใหม่เป็นบริษัทของออสเตรเลีย ทำอยู่ 1 ปี ก็ไปทำงานกับน้ำมันพืชองุ่น ซื้อขายถั่วเหลืองอยู่ 3 เดือน ที่บ้านก็อยากให้เข้ามาช่วยงานครอบครัว เลยเข้ามาทำที่บริษัท วินิลเทค เป็นผู้จัดการฝ่ายขายสักพัก ได้ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ดูแลงานทุกด้าน ยกเว้นบัญชี ซึ่งหลังจากได้เข้ามาช่วยงานได้ต่อยอดสร้างผลงานเปิดไลน์ธุรกิจใหม่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้แก่บริษัทญี่ปุ่น จนสามารถสร้างยอดขายเป็นหลักหลายสิบล้านต่อปี “ตอนนี้พ่อปล่อยให้ผมทำงานเต็มร้อยแล้ว ไม่ค่อยถามเหมือนก่อน ในยุคเจนฯผม ผมก็วางเป้าหมายอยากทำยอดขายให้ได้พันล้านภายใน 5 ปี โดยเราจะเพิ่มสินค้าให้มากขึ้น ไม่จำกัดแค่เม็ดพลาสติก อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องการอะไร เราสามารถนำเสนอการผลิตได้เกือบหมด” ผู้บริหารคนเก่งเล่าอย่างมุ่งมั่นเมื่อถามถึงแรงจูงใจในการทำงาน วัชรพล บอกว่า ตนไม่ชอบทำงานแบบเดิมๆ ชอบการสร้างอะไรใหม่ๆ ไม่ชอบงานจำเจ จึงกล้าที่จะลงทุนธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจจะมีเจ็บตัวบ้างบางครั้ง แต่ก็เพียงเล็กน้อย แลกกับประสบการณ์ที่ได้รับนับว่าคุ้ม ในการทำธุรกิจยุคนี้ทำงานยากขึ้นทุกวัน การแข่งขันสูง เพราะทุกวันนี้ข้อมูลถึงกันมาก เราจะรู้พอๆกัน ซึ่งการมีข้อมูลในมือทำให้เรามีโอกาสมากขึ้น“ผมเป็นสายลุย ลุยจนได้งาน เพราะบางทีผู้ใหญ่เขาสงสารหางานให้ก็มี ซึ่งเวลาทำงานผมมีหลักว่า อย่ายอมแพ้ ทำไปเรื่อยๆ ความสำเร็จไม่ได้มาชั่ววูบ ไปติดต่ออะไรกับลูกค้าคนไหนไว้ ผมก็จะติดตามไปเรื่อยๆทุกเดือน มีความสม่ำเสมอ ให้เขานึกถึงเรา ทำงานแบบกัดไม่ปล่อย แต่เป็นการกัดแบบน่ารักนะครับ ให้เขารู้ว่าเราขายอะไร ถ้าต้องการก็นึกถึงเรา ให้เขารู้สึกถึงความจริงใจของเรา ประ-กอบกับผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ถ้าพลาดอะไรแล้ว ไม่ผิดหวังมาก เพราะเราถือว่าเราพยายามทำเต็มที่แล้ว แต่ถ้าตรงกันข้าม งานไหนที่พลาดเพราะพยายามไม่เต็มที่ ผมก็จะหงุดหงิดบ้าง แต่จะไม่ท้อ ท้อไม่ได้ครับ”...คีย์ความสำเร็จของผู้บริหารไฟแรงคนนี้.