คงไม่มีช่วงเวลาไหนของปี ที่สิงคโปร์ประเทศซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็กๆ มีพื้นที่เพียง 721.5 ตารางกิโลเมตร จะสว่างไสวไปด้วยโคมไฟแสงสี ที่ต้องบอกว่าทั้งยิ่งใหญ่และอลังการงานสร้างแบบสุดๆงานเทศกาลโคมไฟ หรือ River Hongbao เป็นงานอีเวนต์ใหญ่ลำดับต้นๆของสิงคโปร์ในรอบปี เป็นงานรื่นเริงประจำปีที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 จัดขึ้นที่จัตุรัส NS Square เวทีลอยน้ำในย่านมารีน่า เบย์ ที่ส่วนหนึ่งถือเป็นการฉลองเทศกาลตรุษจีนหรือปีใหม่ของชาวจีนด้วย แต่ที่ได้เพิ่มขึ้น คือ เป็นงานที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนหรือเชื้อสายจีน แวะเวียนไปชมความสวยงามตระการตาของโคมไฟที่สว่างทั่วทั้งเกาะ และการแสดงแสง สี เสียง บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ได้อย่างตื่นตาตื่นใจ เสียงอึกทึกครึกครื้นและความสนุกสนานทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีมานานกว่าสี่ทศวรรษแล้ว โดยเป็นวิธีการเฉลิมฉลองแทนการจุดประทัดที่ถูกทางการสั่งห้ามเราเริ่มต้นจากมารีน่า เบย์ ซึ่งเป็นจุดใหญ่ของการจัดงาน ปีนี้นอกจากจะมีโคมไฟขนาดใหญ่ตระการตาสร้างสรรค์ให้เป็นรูปตัวละครต่างๆในตำนานจีน โดยช่างฝีมือจากเมืองจีนให้ตื่นตะลึงแล้ว สำหรับชาวจีนที่เชื่อในเรื่องของเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโดยเฉพาะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ความสำเร็จ ความร่ำรวย ปีนี้เขามีการประดับตกแต่งโคมไฟเป็นรูปเทพเจ้าต่างๆ รวมถึงรูปสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ปี 12 นักษัตรของจีนให้ได้ชมกันแบบเพลินตาเพลินใจด้วยงานนี้นอกจากได้สัมผัสกับการตกแต่งโคมไฟอย่างสวยงามเรียงรายตลอดเส้นทาง ยังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองในเทศกาลตรุษจีนทั่วทั้งเกาะ การกราบไหว้บูชาเทพเจ้า สลับกับเสียงเชิดสิงโตเป็นที่สนุกสนานครื้นเครง มีคนบอกว่า การได้มีโอกาสมาร่วมงานเทศกาลโคมไฟหรือ River Hongbao ถือเป็นการเริ่มต้นของความโชคดี เหมือนมาเติมไฟ เติมแสงสว่างให้กับชีวิต เป็นช่วงที่คนสิงคโปร์เองก็จะแต่งตัวสวยงามออกมาเที่ยวกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชุดสีแดง ซึ่งเป็นทั้งสีโปรดและสีมงคลของชาวจีนครอบครัวชาวจีนจะมอบซองแดงหรืออั่งเปาให้เด็กๆ หรือญาติพี่น้องที่อายุน้อยกว่า และเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกบ้านจะช่วยกันทำความสะอาดตกแต่งที่พักอาศัยด้วยสีแดงแทบทุกที่ มีการแขวนโคมไฟสองดวงไว้ที่ประตู และผูกริบบิ้นสีสันสดใสไว้กับต้นส้มจี๊ด ไม้ผลที่เป็นสัญลักษณ์ของ ทอง หรือความรุ่งเรืองเป็นช่วงเวลาที่ทุกๆบ้านจะกลับมาอยู่พร้อมหน้า พร้อมตากัน ตกเย็นก็จะเลือกสรรอาหารดีๆมาสังสรรค์ รับประทานร่วมกัน คนสิงคโปร์รุ่นเก่าๆ อาจจะกินข้าวที่บ้าน ส่วนคนรุ่นใหม่บางครั้งก็พาพ่อ แม่ อาม่า อากง ลูก หลาน ออกไปกินข้าวกันที่ภัตตาคาร เป็นการเฉลิมฉลอง ถือเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้อยู่พร้อมหน้ากันและสังสรรค์กัน พูดถึงเรื่องสีแดง ที่คนจีนนิยมใช้เป็นสีเครื่องแต่งกายในช่วงตรุษจีน ได้มีโอกาสคุยกับซินแซ หรือที่บ้านเราเรียกว่า ซินแส ได้ความว่า ตามตำนานของจีน เหนียน หรือปิศาจร้ายในตำนาน มักออกมาอาละวาดและทำร้ายผู้คนในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี การจะขับไล่ปิศาจตัวนี้ไปต้องใช้สีแดงและเสียงดังเท่านั้น เป็นที่มาของการใส่ชุดสีแดง ติดโคมไฟแดง และจุดประทัดเสียงดัง...จริงๆก็คือ เพื่อไล่ปิศาจร้ายออกไป ให้มีแต่สิ่งดีๆในปีใหม่นั่นเองนอกจากจะมีเกม การละเล่นต่างๆในงานเทศกาลโคมไฟแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้ในงานนี้ คือ เรื่องกิน...ใช่เลย งานเทศกาลโคมไฟเป็นอีกงานที่จะมีอาหารอร่อยขึ้นชื่อนานาชนิดของสิงคโปร์มาจำหน่ายให้ทั้งคนสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวได้ช็อปและชิมกันอย่างจุใจอย่างแรกที่แนะนำเลย คือ บัคกวา หรือหมูแผ่นหวาน ที่ใครไปเที่ยวสิงคโปร์ก็มักจะมีคนฝากซื้อ หรือซื้อมาเป็นของฝาก แต่สำหรับงานนี้ เขาทำกันสดๆมาให้ชิม แบบอุ่นๆร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร ตามด้วย แฮ่กึ๊นกุ้ง ที่กุ้งทั้งสด ทั้งกรอบอร่อย ปิดท้ายด้วยขนมหลากหลายชนิดทั้ง ทาร์ตสับปะรด, เค้กลูกพรุนร้อยชั้น, คุกกี้สิงคโปร์, ขนมกูเอห์ บังกิต หรือคุกกี้มะพร้าว ที่เคี้ยวแล้วละลายในปาก...ที่รับรองว่า คุณจะหยุดตัวเองไม่อยู่...ค่อยกลับมาลดน้ำหนักเอาทีหลังก็ละกันและบอกเลยว่า นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของอาหารที่วางขายในช่วงเทศกาลนี้ ยังมี ยัง เตาฟู, ราดหน้าปลาเต้าซี่ เป็ดย่าง และอีกสารพัด ที่ทำให้คุณอิ่มแปล้...แบบมีความสุขนอกจากไฟแสงสีแล้ว สิ่งที่เป็นไฮไลต์ของงานอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด คือ การชมการแสดงขบวนพาเหรด ที่เรียกว่า ชินเกพาเหรด ที่ถือว่าเป็นการแสดงที่มีชีวิตชีวาด้วยมรดกวัฒนธรรมอันหลากหลายของสิงคโปร์ จัดเป็นการแสดงบนท้องถนนและขบวนรถพาเหรดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่รวมไว้ทั้งการเชิดมังกร คนเดินบนไม้ต่อขา และชุดการแสดงของชาวสิงคโปร์หลากหลายเชื้อชาติ เช่น จีน มาเลย์ อินเดีย และยูเรเชียงานเทศกาลโคมไฟปีนี้ นอกจากเป็นงานประจำปีแล้ว ยังถือเป็นการรำลึกถึงความเป็นมาของสิงคโปร์ครบรอบ 200 ปี นับตั้งแต่ เซอร์สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ ได้ก่อตั้งประเทศเล็กๆแห่งนี้มา ซึ่งในงานนี้มีการแสดงแสง สี เสียง บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยแม้จะเป็นเพียงแค่ 2 คืนแต่ก็ประทับใจกับงานยิ่งใหญ่บนเกาะเล็กๆที่ชื่อว่า... สิงคโปร์แห่งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว...