ช่วงหลังเทรนด์การใช้รถของนักเลงรถทั่วโลก ได้หันมาใช้รถอเนกประสงค์ประเภท “เอสยูวี” และรถประเภท “ครอสโอเวอร์” แทนรถเก๋งกันมากขึ้นเพราะนักเลงรถต้องการรถที่ให้อรรถประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลาย สมกับที่เรียกว่า “รถอเนกประสงค์”อย่างวันธรรมดา ใช้ขับไปทำงาน ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็เป็นรถครอบครัวไปช็อปปิ้งหรือไปต่างจังหวัดบ้างก็นิยมใช้รถประเภทนี้เพื่อขนข้าวของต่างๆ เพราะเบาะที่นั่งแถวหลังๆสามารถปรับได้หลากหลายอย่างไรก็ดี การบรรทุกสัมภาระข้าวของต่างๆใส่ในรถเอสยูวีนั้น เจ้าของรถควรเรียนรู้การบรรทุกสัมภาระให้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยและจุสัมภาระได้จุใจค่ายเชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ตัวแทนจำหน่ายรถเชฟโรเลตในประเทศไทย โดยอยู่ในเครือเจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) หรือจีเอ็มไทยแลนด์ ซึ่งมีรถเอสยูวีอยู่ในไลน์จำหน่าย อาทิ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ จึงได้แนะเคล็ดลับวิธีบรรทุกสัมภาระสำหรับรถเอสยูวี ดังนี้1.คำนวณน้ำหนักบรรทุกก่อน ผู้ใช้ไม่ควรขนของทุกอย่างใส่จนเต็มรถ ควรคำนึงถึงน้ำหนักในการบรรทุก ซึ่งก็คือความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักสูงสุดของรถ ซึ่งรถแต่ละคันถูกออกแบบให้รับน้ำหนักสูงสุดได้ไม่เท่ากัน2.รักษาจุดศูนย์ถ่วงให้เหมาะสม ควรวางสัมภาระที่หนักที่สุดไว้ด้านล่างสุดของพื้นที่เก็บสัมภาระ โดยวางสัมภาระให้กระจายน้ำหนักทั่วทั้งพื้นที่บรรทุก เพื่อช่วยให้ศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดโอกาสในการพลิกคว่ำโปรดจำไว้เสมอว่า การนำสัมภาระน้ำหนักเยอะๆไว้ท้ายรถ จะทำให้ล้อหน้าลอย ซึ่งจะส่งผลต่อสมรรถนะการบังคับเลี้ยวและการเบรก3.รัดแน่นไว้ปลอดภัยดี เพื่อป้องกันไม่ให้สัมภาระกลายเป็นสิ่งอันตรายเมื่อต้องเบรกกะทันหัน ควรเก็บสัมภาระขนาดเล็กใส่กล่องให้เรียบร้อย ส่วนสัมภาระขนาดใหญ่หน่อยควรทำการรัดไว้ในช่องเก็บของ4.ปรับกระจกให้มองเห็นชัดเจน หลีกเลี่ยงการบรรทุกตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานรถ และปรับกระจกให้มองเห็นชัดเจน เพราะถ้ากระจกมองหลังไม่ชัด ย่อมจะทำให้การขับขี่เป็นเรื่องยากและก่อให้เกิดความเสี่ยงขณะถอยหลัง5.การเก็บสัมภาระไว้บนหลังคา ควรหลีกเลี่ยงการบรรทุกสัมภาระบนหลังคารถยนต์ เพราะมีผลเสียตามหลักอากาศพลศาสตร์และศูนย์ถ่วง ซึ่งส่งผลต่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและการควบคุมรถอย่างไรก็ตาม การติดตั้งแร็กหลังคาอย่างถูกต้องพร้อมราง จะช่วยเก็บสัมภาระให้ปลอดภัยแต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนักบนหลังคารถ พร้อมทำการรัดสัมภาระให้แน่นไม่โยกเคลื่อน6.เก็บสัมภาระที่จำเป็นต้องใช้นั้นให้หยิบง่ายเสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจทุกครั้งว่าเก็บชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน อันได้แก่สายเคเบิลสำหรับจั๊มพ์สตาร์ต โทรศัพท์มือถือ และน้ำดื่ม ไว้ในที่ที่หยิบได้ง่ายเมื่อต้องการใช้7.ตรวจสอบลมและสภาพยางก่อนขับขี่ ควรตรวจสอบยางเพื่อให้แน่ใจว่ายางอยู่ในสภาพดี ไม่สึกหรอ ดอกยางอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีการเติมลมยางอย่างถูกต้องเหมาะสมตามคำแนะนำที่แสดงไว้บริเวณประตูด้านข้างของคนขับ ด้านในฝาน้ำมัน หรือในคู่มือผู้ใช้งานและ 8.อย่าบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็น อย่าบรรทุกสัมภาระเกินน้ำหนักที่รถยนต์สามารถรับไหว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ทนทานอย่างเทรลเบลเซอร์ หรือรุ่นใดๆก็ตาม ถ้ารู้สึกว่ากำลังบรรทุกเกินพิกัด ควรหาวิธีลดสัมภาระจำไว้ว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด!!!อัลคาโปนmotorwars@thairath.co.th