จุดประกายชาวบ้านอาชีพทอผ้า เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำจากกระแสละครดังทำให้คนไทยทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่หันมานิยมแต่งกายชุดไทยอย่างไม่เคอะเขิน อีกทั้งสร้าง ความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ไทยมากยิ่งขึ้น เป็นการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่สานต่องานศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ เฉกเช่นเดียวกับ “โจ-สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์” หนุ่มใต้ที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์และความเป็นไทย จึงขีดเส้นชีวิตตัวเอง ด้วยการเรียนและทำงานในเส้นทางที่ชื่นชอบ พร้อมร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมให้คนไทยยุคนี้ได้เข้าถึงคุณค่าของผ้าไทย ด้วยการนำผ้าไทยมาออกแบบเป็นสินค้าแฟชั่นต่างๆ ในรูปแบบที่ทันสมัยโจ-สุทธิรัตน์ เจ้าของร้าน “Jo’s Bag” ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มของชีวิตการทำงานว่า โจ เป็นคนหาดใหญ่ ที่บ้านมีสวนยาง จึงมีอาชีพกรีดยางขาย แต่ด้วยความที่ชอบประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่เด็กๆ จำความได้ว่า อ่านพงศาวดารสมัยอยุธยาจบตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา เลยตั้งใจที่จะเรียนด้านประวัติศาสตร์ และยังชอบของไทยๆ สมัยที่คุณครูพานักเรียนชั้นประถมจังหวัดสงขลาไปทัศนศึกษา เพื่อนๆ ซื้อของเล่นกลับบ้าน โจ กลับได้ผ้าทอมือเกาะยอ ผ้าขาวม้า และเสื่อทอมือทะเลน้อย ติดมือกลับบ้าน พอเรียนจบจาก ร.ร.หาดใหญ่วิทยาลัย ก็สอบเข้าเรียนที่คณะโบราณคดี ภาควิชาประวัติศิลปะ วิชาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร พอเรียนจบ อยากทำงานที่มิวเซียมสยาม เพราะเขากำลังก่อตั้ง และต้องการคนทำงาน โจก็เดินเข้าไปสมัครเอง โดยที่ไม่ได้รู้จักใคร ได้ทำงานด้านข้อมูลทางวิชาการประวัติศาสตร์ อยู่ 3 ปีครึ่ง จากนั้นจึงได้มาทำงานในตำแหน่งภัณฑารักษ์ ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อยู่ 10 ปี ซึ่งที่นี่ได้ให้ทั้งความรู้และประสบการณ์มากมาย รวมทั้งได้จุดประกายในการสร้างธุรกิจ Jo’s Bag กระเป๋าลายผ้าไทย จนเป็นที่รู้จัก ปัจจุบัน โจ ได้มาเป็นที่ปรึกษามิวเซียมไอคอนสยาม ซึ่งจะเปิดในปลายปีนี้ “ตอนที่ทำอยู่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปอยู่กับชาวบ้านในทุกๆภาค ได้ซึมซับวิธีคิดต่างๆ ในการทำงานของเจ้านายที่ช่วยชาวบ้าน สั่งสอนให้เราช่วยคนอื่น โดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน ด้วยความที่ชอบในเรื่องผ้าอยู่แล้ว พอได้เห็นผ้าชาวเขา ทั้งสีและลวดลายสวยงามมาก แต่ละผืนลายก็ไม่เหมือนกัน เลยเอามาทำเป็นกระเป๋าคลัช ทำใช้เองก่อน แล้วก็ทำแจกเป็นของขวัญปีใหม่ พอเพื่อนๆเห็นก็ชอบ บอกให้ทำมาขาย เลยลองทำกระเป๋าจากผ้าไทย เป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้านด้วย ทำมา 300 ใบ ขายหมดภายใน 1 เดือน ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะทำเป็นธุรกิจ แต่พอขายได้เลยคิดสร้างแบรนด์ จากชื่อของตัวเอง โจทำคอลเลกชั่นแรกเมื่อปี 2556 ได้การตอบรับอย่างดี โดยขายทางอินสตาแกรม ชื่อ Jo’s Bag และตอนนี้มีร้านอยู่ชั้น 2 ห้อง 192-192 A เจเจ มอลล์ จตุจักร สำหรับงานกระเป๋า โจ ก็ศึกษาไปเรื่อยๆ ดูงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานญี่ปุ่น เพราะเขาจะมีความละเอียดลออ จากกระเป๋าก็มาทำแฟชั่นเสื้อผ้า โดยเอาความรู้จากที่เคยทำงานที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯมาใช้ ในการตัดชุดต่อลายผ้าให้สมมาตร ซึ่งจะใช้ผ้าเปลืองกว่า แต่จะได้งานที่มีความสวยงาม นอกจากนี้ยังช่วยออกแบบลายผ้าให้ชาวบ้านทอด้วย ตอนนี้ไปต่างจังหวัด ชาวบ้านก็จะวิ่งมาหา เอาแบบที่ทอมาให้ดู ดีใจที่เรามีส่วนช่วยเขาด้วย ในอนาคต โจ อยากทำงานให้เป็นศิลปะมากขึ้น มาก กว่าการขาย ในลักษณะแกลอรี่ คาเฟ่ มีของไทยๆ รวมอยู่ที่นี่ทั้งขนมไทย ผ้าไทย ฯลฯ”นอกเหนือจากความสุขที่ได้ทำงานที่ชื่นชอบแล้ว โจ ยังบอกว่า มีความภูมิใจที่ได้จุดประกายให้ชาวบ้านที่ทอผ้า ได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำอยู่ และภูมิใจที่ได้จุดประกายให้คนเมืองได้เห็นคุณค่าของผ้าไทยเช่นกัน รู้สึกดีใจที่มีคนกล้าที่จะใช้ผ้าไทยมากยิ่งขึ้น ลูกค้าของ โจ 99% เป็นคนไทย จึงเชื่อได้เลยว่า ผ้าไทยของเรายังมีคนใช้แน่นอน!