แม้สงครามยูเครนจะดำเนินมากว่า 4 ปี แต่ยูเครนยังคงยืนหยัด ไม่ย่อท้อต่อการรุกรานของรัสเซีย และเพื่อให้ชาวไทยได้รับฟังสถานการณ์จริงจากฝั่งยูเครน นายวิคเตอร์ เซเมนอฟ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย ได้เชิญผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างๆเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงอุปทูตเริ่มต้นด้วยการเท้าความถึงประวัติศาสตร์ ภาษา วัฒนธรรม และประเพณีของยูเครนที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรเคียฟรุสในศตวรรษที่ 10 ไม่ได้ไร้ซึ่งอัตลักษณ์ประจำชาติและไม่ได้เริ่มต้นในปี 2534 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในการชี้แจงครั้งนี้ นายเซเมนอฟย้ำว่า สงครามในยูเครนไม่ได้ดำเนินไปตามที่รัสเซียคาดหวัง แม้กองทัพรัสเซียจะสามารถยึดพื้นที่ของยูเครนได้ประมาณ 990 ตร.กม. นับตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ยูเครนสามารถยึดพื้นที่คืนได้ถึง 820 ตร.กม. นอกจากนี้ แม้รัสเซียจะได้รับการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ พร้อมเดินหน้ากดดันแนวรบมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถยึดเมืองหลักๆทางตะวันออกของยูเครนได้ ขณะที่จนถึงประมาณเดือน ส.ค. กำลังพลรัสเซียได้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 155,000 นายอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยูเครนกังวลอย่างมากคือยุทธวิธีการสู้รบของรัสเซีย ซึ่งมีการโจมตีพื้นที่พลเรือนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันแรกของสงคราม อาทิ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 ส.ค. รัสเซียส่งโดรนพิฆาตมาโจมตีห้างสรรพสินค้าในเมืองครีวีรีห์ของยูเครน ก่อนจะโจมตีซ้ำอีกครั้งในเวลา 30 นาทีต่อมา หลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางเข้าถึงพื้นที่ ตามข้อมูลของสหประชาชาติ พลเมืองชาวยูเครนต้องถูกสังเวยชีวิตไปจำนวนมาก โดยในเดือน ก.ค.เพียงเดือนเดียว มีผู้เสียชีวิต 437 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,600 คนอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของรัสเซียคือ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเมื่อวันที่ 27 ส.ค. รัสเซียได้ทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าในเมืองเคียร์ซอน ส่งผลให้อุปกรณ์ผลิตความร้อนและกระแสไฟฟ้าภายในทั้งหมดถูกทำลาย รัสเซียกำลังกดดันก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง ทั้งนี้ ทางการยูเครนจึงขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ รวมถึงประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว และในวันพรุ่งนี้ เราจะมาติดตามกันต่อถึงความเสียหายอื่นๆ และความช่วยเหลือที่ยูเครนต้องการ.สาริศ วรรณะเลิศคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม