อยู่ที่คำตอบ...มติของ กกต.ว่าด้วยเรื่อง 229 ฮั้ว สว. ไม่ว่าจะเลื่อนออกไปก่อน ปลาซิวปลาสร้อยโดนเซฟตัวใหญ่ ปิดเหมาเข่งหรือยกคำร้อง ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม...กกต.จะต้องมีคำตอบที่อธิบายได้ ทำไมต้องเป็นอย่างนั้นเพราะสถานการณ์ ณ วันนี้ มันค่อนข้างจะเปราะบาง พร้อมที่จะระเบิดเมื่อใดก็ได้ หาก กกต.ตัดสินออกมาอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องให้คำตอบได้...ไม่ใช่มั่วไปเรื่อย มิฉะนั้นจะทำให้เหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรง เพราะไม่พอใจที่ กกต.ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตรงกันข้ามกลับไปช่วยผู้กระทำผิดอย่างชัดแจ้งนี่ก็เตือนกันเอาไว้ล่วงหน้า...เพราะอารมณ์สังคมนั้นไม่เข้าใครออกใคร หากถึงจุดเดือดแล้วยังดันทุรังต่อไปไม่สนใจความรู้สึกอะไรก็เกิดขึ้นได้แน่นอนว่า กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงไม่ใช่รัฐบาล เนื่องจากเป็นหน้าที่ตามกฎหมายรัฐบาลเป็นผู้กล่าวหาที่ร่วมขบวนการด้วย...ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร หากชี้ออกมาแล้วผลออกมาบวกก็ดีไป หากผลออกมาลบก็ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้กำหนดมีสิทธิ “ติดคุก” ได้เหมือนกันอย่าลืมว่ามี กกต.บางชุดก่อนหน้านี้ก็เคยติดคุกมาแล้ว เนื่องจากตัดสินเอียงไปทางผู้กระทำผิดหลังถูกจับได้คาหนังคาเขาอยากเดินรอยตามก็ลองดูแน่นอนว่าสถานการณ์ต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นนั้นค่อนข้างล่อแหลม เนื่องจากมีแรงกดดันทั้งในสภาและนอกสภาในสภาฝ่ายค้านได้ออกมาเปิดโปงด้วยการนำข้อมูลที่ได้มาอันแสดงให้เห็นถึงขบวนการที่ร่วมกันกระทำผิดพบเส้นเงิน พบเบาะแสจากมือถือพูดง่ายๆว่าสามารถอธิบายการกระทำผิดได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแต่ยังไม่มีพยานหลักฐานที่จะยืนยันได้นอกจากเป็นพฤติกรรมเท่านั้นนอกสภาก็มีการปลุกระดมเพื่อกดดัน กกต. และให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ หากพบมีการกระทำความผิดจริงไม่ว่าม็อบของพรรคประชาชนและไอลอว์ไม่ว่าม็อบของ “สนธิ ลิ้มทองกุล”หากคำตัดสินที่ออกมาแล้วตอบคำถามไม่ได้โอกาสที่จะ “จุดติด” นั้นมีมากนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” แม้ยังปากกล้าบอกว่าเขาชำนาญในการกู้ระเบิด หมายความว่าแก้ไขได้อีกด้านก็นิมนต์เกจิอาจารย์มาเป่ากระหม่อมลงยันต์แก้เคล็ดต่ออายุแต่อีกด้านก็เหมือนลางไม่ดี เหรียญจากพระอาจารย์ชื่อดังที่ห้อยคออยู่เกิดปัญหาเนื่องจากพระอาจารย์ก่อคดีฉาวปมเงินวัดมั่วสีกามันเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างไปในทางที่ไม่ดี!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม