การใช้เวลาท่องโลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันทว่าผลการศึกษาล่าสุดจาก มหาวิทยาลัยดุยส์บูร์ก–เอสเซน ประเทศเยอรมนี ตีพิมพ์ในวารสารด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ “PLOS One” เผยว่า การใช้งานหน้าจอและแอปพลิเคชันมากจนเกินพอดี มีความเชื่อม โยงโดยตรงกับระดับความเครียดที่สูงขึ้น อารมณ์แปรปรวน ตลอดจนแนวโน้มละเลยกิจกรรมสำคัญและความสัมพันธ์ในชีวิตจริงงานวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ชาวเยอรมัน 900 คน ในปี 2568 ที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต ทั้งการเล่นเกม รับชมสื่อสำหรับผู้ใหญ่ โซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือซื้อสินค้าออนไลน์ อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยจำแนกพฤติกรรมออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ระดับปกติ ระดับเสี่ยง และระดับที่มีปัญหาเข้าข่ายพยาธิสภาพ ซึ่ง 2 กลุ่มหลัง นี้มีพฤติกรรมใช้ออนไลน์มากเกินไปจนกระทบการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือสุขภาพจิตผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การจดจ่ออยู่กับหน้าจอนานเกินไปทำให้ความสุขลดลงจากหลายสาเหตุ ทั้งขาดการเคลื่อนไหว ความล้าทางสายตาและสมอง ปฏิสัมพันธ์เชิงลบบนโลกออนไลน์ การเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับการสร้างภาพของผู้อื่น รวมถึงการสูญเสียมิตรภาพอันลึกซึ้งจากการพูดคุยเจอหน้ากันไม่ใช่หน้าจอพร้อมชี้ว่า การติดอินเตอร์เน็ตคล้ายคลึงกับโรคย้ำคิดย้ำทำและอาการเสพติด แต่สามารถรับมือได้ด้วยการจับสัญญาณกระตุ้นตัวเอง ใช้เทคนิคชะลอการใช้งาน 5 นาที ไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ออกกำลังกาย หรือฟังเพลง และเพิ่มเวลาการรอให้นานมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้ง กำหนดช่วงเวลาปลอดหน้าจอ เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวแม้ความรู้สึกอยากใช้งานอาจไม่หายไปทั้งหมด แต่การหันมา “ตัดขาด” จากโลกออนไลน์ในบางเวลา จะช่วยลดความรุนแรงลง และเปิดโอกาสให้กลับมา “เชื่อมต่อ” กับ ความสุขที่แท้จริงในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม