ถือเป็นสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังจากกองทัพสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กลับมาใช้กำลังรอบใหม่กันอย่างดุเดือด“การหยุดยิง” ไม่มีผลอะไรอีกต่อไป สถานการณ์กลายเป็นว่าใครจะเปิดก่อน เปิดหลัง ที่ไหน เวลาใด ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายสงครามที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ประเทศอิหร่านไม่ได้พ่ายแพ้เหมือนกับชาติอื่นๆที่ถูกสหรัฐฯรุกราน และยังสามารถแสดงพลังตอบโต้ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางเดินเรือสำคัญของเศรษฐกิจโลกพร้อมทั้งมีรายงานยืนยันไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าช่วงการรบ 2 เดือนแรก ทางกองทัพสหรัฐฯอยู่ในสภาพเจ็บหนัก จากปกติแล้วที่จะข่มคนอื่นได้ตลอด แต่มาคราวนี้เจอเอาคืน ศูนย์บัญชาการ โรงเก็บเครื่องบิน ฐานเรดาร์ ระบบต่อต้านอากาศยาน ไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆในภูมิภาค ต่างได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายเป็นจำนวนมากปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นที่มาว่า ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯถึงไม่สามารถ “ปิดดีล” ได้เสียที ในสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ หากเป็นประเทศอื่นที่เพลี่ยงพล้ำไปแล้วและถูกกดดันข่มขู่ว่าจะโจมตี จะทิ้งระเบิดให้ราบ จะทำลายอารยธรรมให้หายไปในคืนเดียว ก็คงต้องจำยอม สหรัฐฯจะกำหนดเงื่อนไขเช่นไรก็ต้องเอาตามนั้น แต่สำหรับอิหร่านกลับตรงกันข้าม เปิดศึกมาก็ตอบโต้กลับไป พร้อมเป็นฝ่ายที่กำหนดเงื่อนไขบีบให้สหรัฐฯดำเนินการเช่นนั้นการปะทะในสัปดาห์นี้มีชนวนมาจาก “เงื่อนไข” สำคัญของอิหร่าน นั่นคือการหยุดยิงในสมรภูมิ “เลบานอน” โดยนับตั้งแต่การหยุดยิงในวันที่ 7 เม.ย. ทางการอิหร่านได้เรียกร้องมาตลอดว่า การหย่าศึกหมายถึงการหยุดปะทะในทุกแนวรบ โดยเฉพาะเลบานอน แต่ในเมื่อสหรัฐฯทำให้ไม่ได้ อิสราเอลยังคงยกระดับการถล่ม ส่งทหารเข้าตรึงดินแดน กองทัพอิหร่านจึงได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพอากาศของอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีเลบานอนโดยตรงสถานการณ์เหมือนจะคลี่คลายหลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯเข้ามาห้ามทัพ โทรศัพท์ด่วนไปหารือกับ “เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกรัฐมนตรีอิสราเอล พร้อมด้วยรายงานข่าวที่ไม่ยืนยันว่า สหรัฐฯได้ขอให้รัฐบาลยูเออีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นำเงินสดขนขึ้นเครื่องบินไปมอบให้อิหร่าน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 96,000 ล้านบาท) ที่กรุงเตหะราน เพื่อขอให้อิหร่านยอมหยุดยิงอิสราเอล แต่เงินดังกล่าวไม่ใช่เงินของสหรัฐฯ เป็นสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯอายัดไว้ตามมาตรการโลกรุมคว่ำบาตรอิหร่านแต่แน่นอนการที่นิ้วได้เข้าไกปืนไปแล้ว การจะยิงอีกไม่ใช่เรื่องยาก จากนั้นไม่ถึง 1 วัน กองทัพสหรัฐฯก็ได้ดำเนินภารกิจลับ ส่งฝูงเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์จู่โจมเข้าไปช่วยพาเรือสินค้าที่สำคัญออกจากช่องแคบฮอร์มุซ จนเป็นเหตุให้เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ถูกอิหร่านยิงตกระหว่างปฏิบัติการ และทางกองทัพสหรัฐฯได้ดำเนินการตอบโต้โดยทันที มีการทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายทางการทหารและโรงผลิตน้ำจืดทางภาคใต้ของอิหร่าน และทางผู้นำสหรัฐฯได้มาประกาศว่า ได้ดำเนินการตามความเหมาะสมแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติมอย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ทำการยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่ฐานทัพของสหรัฐฯในประเทศอาหรับ และได้มีการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในประเทศ “จอร์แดน” เป็นครั้งแรก ได้ส่งผลให้ทางผู้นำสหรัฐฯดูมีความเดือดดาลขึ้นมาทันที แม้ปากบอกว่ายิงกันพอแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการใช้เรือพิฆาตยิงจรวดร่อน “โทมาฮอว์ก” กระหน่ำใส่อิหร่านเป็นจำนวนถึง 49 ลูก ไม่รวมถึงส่งฝูงเครื่องบินรบเข้าโจมตีบางพื้นที่ของกรุงเตหะราน ขอบเขตการโจมตีของสหรัฐฯขยายวงครอบคลุมเมืองหลวงของอิหร่านอีกครั้ง หลังจากช่วงเดือนที่ผ่านมา จะมีการกระทบกระทั่งกันในเพียงพื้นที่รอบๆช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้ มีรายงานเป็นระยะๆว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้ต้องการกลับไป “เล่นใหญ่” เปิดฉากทำศึกจริงจังกับกองทัพอิหร่านรอบใหม่ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียหนัก แต่การโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพอเมริกันในจอร์แดนมีข้อมูลบ่งชี้ว่า สิ่งที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายคือฝูงเครื่องบินรบสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบอเนกประสงค์รุ่น F–15 เครื่องบินขับไล่ F–16 และเครื่องบินรบพรางเรดาร์ F–35 ส่วนการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯในประเทศบาห์เรน ก็มีรายงานฐานเรดาร์ของระบบต่อต้านอากาศยานรุ่นแพทริออทถูกทำลายเพิ่มไปอีกหากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่าสหรัฐฯยอมคืนเงินให้อิหร่านไปก้อนหนึ่งเพื่อขอให้หยุดยิงกับอิสราเอล แต่ต่อมาสหรัฐฯก็ต้องมาเจ็บเอง เสียเฮลิคอปเตอร์ราคาแพง แถมพอเอาคืนในลักษณะสั่งสอน กลับถูกทำให้เจ็บหนักกว่าเดิม เสียยุทโธปกรณ์สำคัญไปอีกมากมาย ขณะที่กระบวนการเจรจาก็รู้ทั้งรู้ว่าเสียเปรียบ ส่งเงื่อนไขอะไรไปอิหร่านก็ขีดฆ่าแก้กลับมา สิ่งที่อิหร่านต้องการไม่มีคำว่าประนีประนอม ผู้นำสหรัฐฯทำได้เพียงออกมาประกาศไปวันๆว่า ข้อตกลงใกล้บรรลุแล้ว เจรจาใกล้ความจริงแล้วรูปการณ์ดูเหมือนว่า “การทำอะไรซ้ำๆแล้วหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป” คือสิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการอยู่ในทุกวันนี้ จึงไม่แปลกที่รัฐบาลสหรัฐฯจะอยู่ในสภาพติดหล่ม ใช้สูตร “หักด้ามพร้าด้วยเข่า” จนเคยชิน พอไม่ได้ผลจึงสับสนไม่เข้าใจและหาทางไปต่อไม่ได้.วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม