ศึก “อเมริกา-อิสราเอล-อิหร่าน” ย่างเข้าวันที่ 3 ไฟสงครามขยายวงกว้าง ลุกลามไหม้ประเทศรอบ อ่าวเปอร์เซีย “เซนต์คอม” เผย ทหารสหรัฐฯดับ 3 นาย สาหัส 5 นาย ปฏิเสธเรือบรรทุกเครื่องบิน “ลินคอล์น” ถูกถล่ม ยอมรับเครื่องบินรบ F-15 ถูกยิงตก 3 ลำ หลังกองทัพคูเวตทำผิดพลาด “ทรัมป์” ลั่นยังไม่ใช่เวลาพูดคุย สั่งรบต่อเนื่อง อ้างจมเรืออิหร่านแล้ว 9 ลำ สังหารแกนนำระดับสูง 48 คน คุยโวฆ่าแถว 2 แถว 3 เกลี้ยง “อิหร่าน” ย้ำไม่เจรจาเด็ดขาด พร้อมตอบโต้ปกป้องอธิปไตย เรียกร้องยูเอ็น-ทั่วโลกรุมประณาม ดึง “เฮซบอลเลาะห์” เข้าร่วมลุย ย้ำชัดไม่ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ล่าสุด อิหร่านถล่มโรงกลั่นน้ำมันของซาอุฯสถานการณ์โลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลัง “อเมริกา-อิสราเอล” บุกโจมตี “อิหร่าน” สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด หวังเปลี่ยนระบอบการปกครอง อ้างอิหร่านสนับสนุนก่อการร้ายและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เป็นภัยต่อความมั่นคงอเมริกา ขณะที่อิหร่านไม่ยอมโดนถล่มฝ่ายเดียว ส่งขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศพันธมิตรรอบอ่าวเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็นอิรัก บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน อิสราเอล หรือเป้าหมายใหม่อย่างเกาะไซปรัสในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายหลังจากที่รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้อเมริกาใช้ฐานทัพอากาศในการปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้ไฟสงครามลุกโชนลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางถล่ม 3 วันติด-ทหารมะกันดับ 3สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่าจากการปฏิบัติภารกิจภายใต้รหัส “มหากาพย์แห่งความพิโรธ” (Epic Fury) ที่เป็นการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน เข้าสู่วันที่ 3 หลังเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 5 นาย มีกำลังพลอีกหลายนายที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดและอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งตัวกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ปัดเรือบรรทุกเครื่องบินถูกยิงกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง เผยด้วยว่า เครื่องบินรบสหรัฐฯและกองเรือพิฆาตได้ยิงถล่มเป้าหมายในอิหร่านไปกว่า 1,000 จุด รวมถึงการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ แบบพรางเรดาร์รุ่น B-2 หย่อนระเบิด 2,000 ปอนด์ใส่ฐานกักเก็บขีปนาวุธใต้ดินของอิหร่านเมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค. พร้อมยืนยันว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ไม่ได้ถูกโจมตีจากขีปนาวุธที่อิหร่านยิงออกมา และไม่มีขีปนาวุธลูกใดเฉียดเข้าใกล้ตัวเรือด้วยซ้ำทรัมป์สั่งรบต่อ-ไม่คุยตอนนี้ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเดลีเมลของอังกฤษว่า ปฏิบัติการทหารของสหรัฐฯอาจใช้ระยะเวลาถึง 4 สัปดาห์ จากการ ที่เราเคยคิดกันไว้ว่า 4 สัปดาห์น่าจะมีความเหมาะสม เนื่องจากอิหร่านเป็นประเทศใหญ่ ส่วนตัวยังคงเปิดโอกาสให้รัฐบาลอิหร่านเจรจา แต่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ทราบคือฝ่ายอิหร่านอยากเจรจา แต่ตนมองว่าคุณมีโอกาสคุยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่ใช่สัปดาห์นี้ นายทรัมป์ยังเปิดเผยอีกว่า สถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปอยู่ในขณะนี้ ทางการอิหร่านได้สูญเสียแกนนำระดับสูง ไปทั้งหมด 48 คน กองทัพสหรัฐฯยังประสบความสำเร็จในการจมกองทัพเรืออิหร่านไป 9 ลำ และอยู่ระหว่างไล่ล่าส่วนที่เหลือปลุกคนอิหร่านเปลี่ยนรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ยังออกแถลงผ่านคลิปวิดีโอ ในบัญชีโซเชียลมีเดีย ประกาศความสำเร็จของปฏิบัติการ “มหากาพย์แห่งความเดือดดาล” (Epic Fury) ต่ออิหร่านว่า ปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินต่อไปอย่างเต็มกำลังจนกว่าจะบรรลุภารกิจ ขอเรียกร้องอีกครั้งให้ชาวอิหร่านผู้รักชาติกล้าที่จะทวงประเทศตัวเองคืนมา สร้างความเปลี่ยนแปลง และอเมริกาจะยืนเคียงข้าง ขอสัญญาในวันนี้ว่าเราพร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่ที่เหลือควรเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวอิหร่านคุยโวฆ่าแถว 2 แถว 3 เกลี้ยงประธานาธิบดีทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับเอบีซีนิวส์ว่า รายชื่อตัวเก็งที่สหรัฐฯเล็งไว้ว่าจะให้ขึ้นมาปกครองอิหร่านแทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี กลับถูกสังหารไปพร้อมกับการโจมตีครั้งใหญ่ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทรัมป์ เอ่ยถึงการสังหารคาเมเนอีว่า “ผมจัดการเขาก่อนที่เขาจะจัดการผม พวกเขาพยายามฆ่าผมถึงสองครั้ง แต่ผมจัดการเขาก่อน การโจมตีครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนสามารถกำจัดบุคคลระดับผู้นำที่เป็นแคนดิเดตเตรียมขึ้นสู่อำนาจในอนาคตได้เกือบทั้งหมด ไม่มีใครที่เราเคยคาดการณ์ไว้ได้ก้าวขึ้นมา เพราะพวกเขาทั้งหมดตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกอันดับสองหรือสามก็ไม่เหลือ”ยันไม่มีแผนบุก “ภาคพื้นดิน”นายทอม คอตตอน วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน และประธานคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองของวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ซีบีเอส ยืนยันว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่มีแผนส่งกำลังทหารบุกเข้าไปในอิหร่าน และปฏิบัติการ ที่กำลังดำเนินอยู่ขณะนี้ มีความเสี่ยงที่เครื่องบินรบสหรัฐฯจะถูกยิงตก เรื่องนี้นายทรัมป์ยืนยันแล้วว่าจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง หากมีนักบินดีดตัวในอิหร่าน จำเป็นต้องส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าไปในอิหร่านเพื่อช่วยเหลือพานักบินกลับมาอิหร่านลั่นไม่เจรจาเด็ดขาดความเคลื่อนไหวของรัฐบาลอิหร่าน หลังแต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี ประธานศูนย์บริหารจัดการสำนักสอนศาสนาอิสลามแห่งชาติอิหร่าน วัย 67 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดรักษาการ พล.อ.อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้ล่วงลับ ให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงสร้างอำนาจกรณีแกนนำในรัฐบาลและกองทัพเสียชีวิตได้แถลง การณ์ตอบโต้ว่า นายทรัมป์เป็นคนสร้างความปั่นป่วนแก่ภูมิภาค ภายใต้แนวคิดเพ้อฝันและความทะเยอทะยาน ส่วนตัว ทรัมป์กำลังเปลี่ยนนโยบายอเมริกามาก่อน ให้เป็นอิสราเอลมาก่อน นำทหารอเมริกันมาตาย วันนี้ชาวอิหร่านกำลังปกป้องตัวเอง เราจะไม่เจรจากับสหรัฐฯเด็ดขาดโอ่ศึกษากลศึกกว่า 2 ทศวรรษขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า เรามีเวลากว่าสองทศวรรษในการศึกษาความพ่ายแพ้ของกองทัพสหรัฐฯในประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน ทั้งทางภาคตะวันออกและตะวันตก (อัฟกานิสถานและอิรัก) เรากำลังนำบทเรียนเหล่านั้น มาประยุกต์ใช้ ปฏิบัติการทิ้งระเบิดต่อกรุงเตหะรานย่อมไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อความสามารถในการทำสงครามของอิหร่าน ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศอิหร่านแบบกระจายศูนย์จะเปิดทางให้เราเป็นฝ่ายเลือกว่าจะทำสงครามเช่นไร และจะจบสงครามเช่นไรชี้ “ยิว-มะกัน” ละเมิดกฎ “ยูเอ็น”รัฐบาลอิหร่านยังออกแถลงการณ์ผ่านสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านทั่วโลก รวมถึงสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ระบุใจความว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้ละเมิดมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ได้ก่ออาชญากรรมต่อชาติอิหร่านและกระทำการป่าเถื่อนอย่างชัดเจน ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของประเทศอิหร่าน การกระทำของสหรัฐฯและระบอบไซออนนิสต์นี้ไม่มีฐานทางกฎหมายหรือเหตุผลรองรับใดๆ และถือเป็นการก่ออาชญากรรมแห่งการรุกราน ขอเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมประณามการกระทำนี้สังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ 200 ชีวิตแถลงการณ์อ้างว่า ในช่วงชั่วโมงแรกของการปฏิบัติการที่ก้าวร้าวนี้ โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ (Minab) ทางภาคใต้ของอิหร่าน ตกเป็นเป้าหมายและถูกทำลาย ส่งผลให้เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์เกือบ 200 คนเสียชีวิต การรุกรานครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการเจรจาเหล่านั้นเป็นเพียงการหลอกลวง และการตัดสินใจโจมตีอิหร่านได้ถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางไปเยือนสหรัฐฯกร้าวระดมสรรพกำลังตอบโต้แถลงการณ์ระบุอีกว่า สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดในการรุกรานครั้งนี้ คือการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ยิ่งใหญ่ ถือเป็นการละเมิดหลักการทางศีลธรรมของสังคมมนุษย์และกฎบัตรสหประชาชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน กองทัพอิหร่านได้ลุกขึ้นด้วยอำนาจเต็มพิกัดเพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน การตอบโต้การรุกรานนี้เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของอิหร่านตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ กองทัพอิหร่านได้เตรียมพร้อมด้วยสรรพกำลังเพื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานที่ชั่วร้ายนี้“เตหะราน” ชุลมุนวุ่นวายหนักขณะที่การสูญเสียผู้นำสูงสุดอย่างอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ทำให้ประชาชนอิหร่านส่วนหนึ่งเศร้าโศกหนัก ออกมาชุมนุมไว้อาลัยที่จตุรัสใจกลางกรุงเตหะราน พร้อมประกาศด้วยความโกรธแค้นจะล้างแค้นทหารสหรัฐฯและอิสราเอล การชุมนุมเป็นไปอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความมืด เนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับ สัญญาณอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือถูกตัด สลับกับเสียงระเบิดเหนือท้องฟ้าในบางช่วง บรรยากาศของกรุงเตหะรานเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ประชาชนที่มีอยู่ราว 10 ล้านคน ต่างเร่งอพยพออกนอกเมืองไปหาที่ปลอดภัยถนนทุกสายมุ่งอพยพขึ้นเหนือรายงานระบุว่า ถนนขาออกทุกเส้นจากกรุงเตหะราน คับคั่งไปด้วยรถยนต์ตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. และภายในกรุงเตหะรานประชาชนต่อแถวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมัน รอเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ให้เต็มถัง เพื่อเดินทางออกนอกเมือง ประชาชนจำนวนมากมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยัง 3 จังหวัดที่อยู่ใกล้กับทะเลแคสเปียน ส่วนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง ประกาศหยุดการเรียนการสอนทันที“มือถือ–อินเตอร์เน็ต” โดนตัดรายงานระบุอีกว่า การโจมตีระลอกแรกในกรุงเตหะรานพุ่งเป้าไปที่ย่านปาสเตอร์ ใจกลางเมืองหลวง เป็นที่ตั้งของสำนักงานหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง ภาพถ่ายดาวเทียมและวิดีโอจากพื้นที่แสดงให้เห็นว่า กลุ่มอาคารที่เป็นที่ตั้งสำนักงานของผู้นำสูงสุด ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี ไม่กี่นาทีหลังสงครามเริ่มต้นขึ้น ทางการอิหร่าน เริ่มปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน แม้การเชื่อมต่อมือถือบางส่วนจะกลับมาใช้งานได้ แต่การปิดกั้นอินเตอร์เน็ตกลับถูกขยายครอบคลุมทั่วประเทศ การเข้าถึงส่วนใหญ่ถูกบล็อกเกือบทั้งหมด เหลือเพียงการเชื่อมต่อผ่านพร็อกซี บางส่วนที่ยังสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตโลกภายนอกได้“เรซา” โพสต์ยินดี “คาเมเนอี” ดับขณะที่อดีตมกุฎราชกุมารเรซา ปาห์ลาวี แห่งราชวงศ์อิหร่าน วัย 65 ปี ที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความยินดีต่อข่าวการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล เรซาระบุว่า คาเมเนอี ทรราชกระหายเลือดแห่งยุคสมัย ผู้สังหารลูกหลานผู้กล้าหาญของอิหร่านนับหมื่นคน ได้ถูกลบไปจากหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ด้วยการตายของเขา สาธารณรัฐอิสลามถึงจุดจบอย่างแท้จริง ในไม่ช้าจะถูกทิ้งไว้ในถังขยะแห่งประวัติศาสตร์ ความพยายามใดของกลุ่มที่เหลืออยู่ของระบอบการปกครองที่จะแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากคาเมเนอี ย่อมล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น ฝากถึงเหล่าทหาร เจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมาย และกองกำลังรักษาความปลอดภัย นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะเข้าร่วมกับประเทศชาติเพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าอิหร่านจะเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตประวัติ “อาราฟี” รักษาการผู้นำสำนักข่าว ISNA รายงานว่า อยาตอลเลาะห์อาลีเรซา อาราฟี ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกฝ่ายนิติศาสตร์ในสภาผู้นำ (Leadership Council) ของอิหร่าน เป็นการชั่วคราว แทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ จากเหตุโจมตีของสหรัฐฯ ตามรายงานระบุว่า ปัจจุบัน อาราฟี อายุ 67 ปี เป็นนักการศาสนาและนักการเมืองระดับสูงของอิหร่าน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และเคยเป็นสมาชิกของ “สภาผู้พิทักษ์” อีกหนึ่งสถาบันที่ทรงอำนาจที่สุดในอิหร่าน มีอำนาจตรวจสอบผู้สมัครเลือกตั้ง และกฎหมายของรัฐสภา นอกจากนี้ยังเป็นหัวหน้าเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามของอิหร่าน และเป็นผู้นำละหมาดวันศุกร์ ของเมืองกุม อาราฟีได้รับความวางใจจากกลุ่มผู้มีอำนาจในอิหร่าน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด เขาถูกมองว่าเป็นผู้มีศักยภาพที่จะสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดอย่างถาวร เนื่องจากอิทธิพลของเขาที่มีต่อสถาบันทางศาสนาและการศึกษาเผยโฉมขีปนาวุธใหม่อิหร่านความคืบหน้าของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ในวันที่ 2 มี.ค. กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศการโจมตีระลอกใหม่ต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า มีรายงานการโจมตีนครดูไบ สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ กรุงโดฮาของกาตาร์ กรุงมานามาของบาห์เรน เช่นเดียวกับกรุงเยรูซาเลมในอิสราเอล ภาพหลักฐานคลิปวิดีโอว่า กองทัพอิหร่านเริ่มนำขีปนาวุธรุ่นใหม่มาใช้ เป็นขีปนาวุธที่สามารถปล่อยเป้าหมายหลอกระบบจรวดต่อต้านขีปนาวุธ แต่ยังไม่ทราบรุ่นที่ชัดเจนแฉใช้กลยุทธ์ป่วนระบบป้องกันส่วนนักวิเคราะห์ความมั่นคงในสหรัฐฯ เผยกับหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีทเจอร์นัลว่า มีความเป็นไปได้ที่กองทัพอิหร่านกำลังใช้วิธีโจมตีตอบโต้ตลอด 24 ชั่วโมง กำหนดเวลาให้หน่วยรบต่างๆผลัดกันโจมตี เพื่อสร้างความเหนื่อยล้าและความปั่นป่วนแก่ระบบป้องกันของสหรัฐฯในภูมิภาค มีเป้าหมายให้สหรัฐฯใช้จรวดต่อต้านขั้นสูงอย่างแพทริออท (Patriot) หรือธาด (THAAD) ในระดับที่สิ้นเปลืองไปเรื่อยๆ เพราะจรวดเหล่านี้ยากที่จะหามาทดแทนได้ในเวลาอันสั้น“เฮซบอลเลาะห์” เข้าร่วมลุยศึกขณะเดียวกัน กองกำลังติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ ในประเทศเลบานอน ที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน ยังเปิดแนวรบทางตอนเหนือของอิสราเอล เริ่มปฏิบัติการยิงจรวดโจมตีต่อดินแดน และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล เมื่อช่วงดึกวันที่ 1 มี.ค. ทำให้กองทัพอิสราเอล (IDF) ตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดสังหารแกนนำกลุ่มติดอาวุธในกรุงเบรุตและพื้นที่ต่างๆของเลบานอน เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตในเลบานอนอย่างน้อย 30 ศพ บาดเจ็บเกือบ 150 คน ขณะที่สำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซียรายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้นำระบบเลเซอร์ต่อต้านจรวดรุ่นใหม่ “ไอเอิร์น บีม” มาใช้ในการสกัดกั้นจรวดแบบไม่นำวิถีของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์เป็นครั้งแรก โดรนพิฆาตถล่มโรงกลั่นน้ำมันส่วนกองกำลังไออาร์จีซีของอิหร่าน ยืนยันเรื่องนี้ว่า เครื่องบินรบของสหรัฐฯที่ตกในคูเวต ได้บินเข้ามาทิ้งระเบิดในอิหร่าน และพยายามหลบหลีกระบบจรวดต่อต้านอากาศยานของอิหร่าน นอกจากนี้ มีรายงานว่าโดรนพิฆาตของอิหร่านพุ่งชนโรงกลั่นน้ำมันบริษัทอารามโค เมืองราส ทานูรา ประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่สื่อท้องถิ่นของซาอุฯ รายงานต่อมาว่า เกิดความเสียหายเล็กน้อยต่อโรงกลั่น และระบบต่อต้านอากาศยานยิงสกัดโดรนได้ 2 ลำย้ำชัดไม่ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ”ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากกองกำลังไออาร์จีซีของอิหร่าน ได้ประกาศเตือนให้เรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันอย่าแล่นผ่านช่องแคบ เนื่องจากสถานการณ์สงครามก่อนมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำ ถูกโจมตีด้วยจรวดไม่ทราบรุ่น ในจำนวนนี้มี 2 ลำได้รับความเสียหาย แต่ลำที่ 3 จรวดได้ระเบิดในระยะใกล้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เรือน้ำมัน 1 ลำในจำนวนนี้เป็นเรือที่ถูกสหรัฐฯ ตีตราว่าแอบขนน้ำมันให้อิหร่าน ส่วนนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ชี้แจงว่า รัฐบาลอิหร่านในตอนนี้ไม่มีแผนที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่อย่างใดสองชาติสูญเสียเจ็บตายเพียบหน่วยงานกาชาดสภาเสี้ยววงเดือนในอิหร่าน เปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอล ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วอย่างน้อย 555 ศพ ภายใน 131 เมืองของอิหร่าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100,000 คน เร่งให้ความช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย ด้านกระทรวงมหาดไทยอิสราเอลแถลงว่า การโจมตีของกองทัพอิหร่านส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 777 คน ในจำนวนนี้ 86 คนอยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ยืนยันว่า มีชาวจีน 1 คนเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลในกรุงเตหะรานบินรบ F–15 ทัพมะกันตก 3 ลำต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การโจมตีตอบโต้ระลอกใหม่ของกองทัพอิหร่านสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง มีรายงานพบเห็นควันพวยพุ่งจากฐานทัพสหรัฐฯ ในกรุงมานามาของบาห์เรน ในช่วงค่ำวันเดียวกัน กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ออกแถลงยืนยันเหตุเครื่องบินรบสหรัฐฯ รุ่น F-15 ถูกยิงตกในประเทศคูเวต ระบุว่า ฝูงบิน F-15 จำนวน 3 ลำของกองทัพสหรัฐฯ อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจทางทหาร รวมถึงการยิงสกัดกั้นขีปนาวุธ โดรนพิฆาตและการต่อสู้กับฝูงบินรบอิหร่าน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพคูเวต ส่งผลให้เกิดการยิงพวกเดียวกันเอง และเครื่องบินรบ F-15 ตก 3 ลำ แต่นักบินสหรัฐฯทั้ง 6 นายปลอดภัยดีโจมตีสถานทูตมะกันในคูเวต สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคูเวตซิตี้ ประเทศคูเวต ว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำคูเวต สั่งห้ามประชาชนเดินทางมายังสถานทูตเด็ดขาด ขณะที่บุคลากรทางการทูตของสหรัฐฯ หลบอยู่ในสถานที่ปลอดภัย หลังมีรายงานเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นในสถานทูต จากการโจมตีของอิหร่าน แถลงการณ์ระบุว่ายังคงมีภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าของคูเวตต่อเนื่อง ด้านกระทรวงกลาโหมคูเวต แถลงว่า สามารถสกัดกั้นโดรนจำนวนหนึ่งที่รุกล้ำน่านฟ้า แต่มีรายงานว่าเศษซากจากการสกัดกั้นหรือการโจมตีบางส่วน สร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐาน มีผู้เสียชีวิตในคูเวตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 30 คน อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่