ดีลสันติภาพสะดุด “อิหร่าน” ขู่ตอบโต้แรงหลังสหรัฐฯละเมิดข้อตกลงหยุดยิง อ้างเหตุป้องกันโจมตีคลังเก็บขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดอิหร่านพังยับ IRGC กร้าว กองทัพสหรัฐฯอ่อนแอลงแต่อิหร่าน ยังแข็งแกร่ง พร้อมเปลี่ยนทะเลอิหร่านเป็นสุสานผู้รุกราน ด้าน “อรรถวิชช์” จี้ทบทวนส่งออกน้ำมันเครื่องบิน แฉ ขรก.พลังงานสวมหมวก 2 ใบ หวังฟันกำไรเพิ่มสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน กลับมาตึงเครียดและเสี่ยงต่อการเกิดสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มคลังเก็บขีปนาวุธและเรือที่จะวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อ้างว่าเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองและคุ้มครองทหารจากภัยคุกคาม ทางการอิหร่านออกมาประณามสหรัฐฯละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามประกาศกร้าวพร้อมตอบโต้ ส่งผลให้ดีลเจรจาสันติภาพส่อแววล่มเมื่อวันที่ 27 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีแบบกะทันหันที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามอิหร่าน การประชุมครั้งนี้เดิมทีมีกำหนดจัดขึ้นที่แคมป์เดวิด บ้านพักตากอากาศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ บริเวณเทือกเขาคาโตคติน รัฐแมรีแลนด์ แต่ต่อมานายทรัมป์ได้โพสต์ผ่านทรูธโซเชียลว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย การประชุมคณะรัฐมนตรีจะจัดขึ้นที่ทำเนียบขาวแทน ส่วนกำหนดการเดินทางไปแคมป์เดวิดจะถูกเลื่อนออกไปก่อน และช่วงหลายวันที่ผ่านมากรุงวอชิงตันเผชิญกับฝนตกหนัก มีการคาดการณ์ว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะดำเนินต่อไปอีกหลายวันอย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมดังกล่าวนายทรัมป์ได้ประกาศไว้ว่า ข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดและอาจเกิดการสู้รบในทุกเมื่อ ทั้งนี้ ในวันที่ 25 พ.ค.กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวัน ออกกลาง (CENTCOM) เปิดเผยด้วยว่าสหรัฐฯได้โจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่เครื่องยิงจรวดและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านพร้อมระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปกป้องทหารอเมริกัน และยับยั้งการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะมีการโจมตีเกิดขึ้น แต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ด้านกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ระบุว่าโอกาสที่จะเกิดการเผชิญหน้ากับ สหรัฐฯอีกครั้งมีน้อย เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอลง กองทัพอิหร่านยังคงเตรียมพร้อมอยู่เสมอและพร้อมที่จะเปลี่ยนทะเลทางตอนใต้ของประเทศ ตั้งแต่เมืองชาบาฮาร์ไปจนถึงเมืองมาห์ชาห์รให้กลายเป็นสุสานของผู้รุกราน สมาชิกสภาความมั่นคงสูงสุดอิหร่าน (SNSC) ยังยืนยันจุดยืนที่จะไม่หยิบเอาประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านมาพูดในการเจรจากับสหรัฐฯ แม้นายทรัมป์จะระบุชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่อนุญาตให้อิหร่านครอบครองยูเรเนียมซึ่งมีน้ำหนักรวม 440 กิโลกรัม แม้ว่ายูเรเนียมของอิหร่านจะมีค่าเสริมสมรรถนะอยู่ที่ร้อยละ 60 ไม่เข้มข้นพอที่จะพัฒนาเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้ อย่างไรก็ตาม ค่าเสริมสมรรถนะดังกล่าวสามารถเพิ่มไปถึงระดับร้อยละ 90 เข้มข้นพอจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็วขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าได้สังหารนายโมฮัมหมัด โอเดห์ ผู้นำกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา หลังจากที่หน่วยข่าวกรองติดตามการเคลื่อนไหวของนายโอเดห์และผู้เกี่ยวข้องมานานหลายเดือน นายโอเดห์เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของฮามาสก่อนขึ้นเป็นผู้นำกองกำลังกอสซัมแทนนายอิซซ์ อัล-ดิน อัล-ฮัดดาด ถูกกองทัพอิสราเอลสังหารเมื่อวันที่ 16 พ.ค. นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังเปิดเผยว่านายโอเดห์มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 โดยทำหน้าที่วางแผนประสานงานการแทรกซึมและการโจมตีเป้าหมาย เหตุดังกล่าวนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และนำไปสู่ปฏิบัติการตอบโต้ของอิสราเอลในฉนวนกาซาส่วนผลกระทบจากสงคราม เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงคัดค้านส่งออกน้ำมันเครื่องบิน JET A1 ว่า สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประกาศส่งออก น้ำมันเครื่องบิน JET A1 โดยอ้างว่าน้ำมันล้นคลัง ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ขอให้ยุติการส่งออกทันทีเพราะสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ยุติ JET A1 สามารถกลั่นน้ำมันได้หลายประเภททั้งดีเซล เบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันเครื่องบิน หลายโรงกลั่นได้ปรับสูตรกลั่นน้ำมันแล้ว แต่ฝ่ายประจำของกระทรวงพลังงานชี้แจงข้อมูลต่อ สมช.ไม่ครบถ้วน ข้อเท็จจริงคือบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจชื่อ BAF เป็นคลังน้ำมันที่เป็นบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจที่มีคลังน้ำมันที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง ปัจจุบันยังเก็บน้ำมัน JET A1 ได้อีกเกือบครึ่ง ไม่ได้ล้นคลัง และหลายโรงกลั่นปรับสูตรกลั่นโดยเพิ่มการกลั่นน้ำมัน JET A1 แต่ลดการกลั่นน้ำมันดีเซลทั้งที่ยังขาดแคลน เพื่อจะส่งออกน้ำมัน JET A1 ให้โรงกลั่นมีกำไรเพิ่มขึ้น เป็นสิ่ง ที่ไม่รายงานต่อ สมช.และพูดไม่หมดนายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า ตนเคยเจรจากับสายการบินในประเทศ เขายินดีจะลดค่าตั๋วถ้าลดราคาน้ำมันเครื่องบินลง โดยคิดว่าจะยกเลิกอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์และทุบราคาหน้าโรงกลั่นลงจะทำให้น้ำมันชนิดต่างๆราคาถูกลง เมื่อตั๋วเครื่องบินถูกลงก็จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มด้วย แต่มีความพยายามในการขายน้ำมันเครื่องบิน JET A1 ให้เวียดนามและฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคู่แข่งท่องเที่ยวของไทยเพียงแค่หวังผลกำไรหลายเด้ง จึงไม่เป็นธรรมต่อประชาชนที่ต้องแบกรับภาระหนี้ในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่น่ากลัวที่สุดของกระทรวงพลังงานคือ ข้าราชการสวมหมวก 2 ใบ เป็นฝ่ายกำกับตรวจสอบระบบราชการ และนั่งเป็นบอร์ดบริหารบริษัทพลังงานรวมกัน จึงขอเตือนถ้าไม่ยกเลิกเรื่องนี้จะทำการตรวจสอบต่อไปและจะเปิดเผยว่าใครนั่งในบอร์ดชุดไหนและเสนอเรื่องใดบ้างอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่