สลดนายช่างโยธารมควันตายยกครัว 3 ศพ เครียดปัญหาครอบครัวถูกเมียนิติกรเทศบาลเตรียมฟ้องหย่า ตกดึกเพื่อนบ้านได้ยินเสียงทะเลาะกันลั่น รุ่งเช้าบ้านปิดเงียบ รถเก๋งจอดอยู่ในบ้าน ผ่านไป 2 วัน เพื่อนเห็นไม่ไปทำงาน โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ โร่มาดูที่บ้านพบประตูล็อกแจ้งตำรวจตรวจสอบเจอศพพ่อแม่ลูกนอนเรียงรายบนที่นอน ปลายเท้ามีเตาอั้งโล่วางอยู่ พนักงานสอบสวนส่งศพเมียลูกพิสูจน์ตายก่อนหรือหลังรมควันเหตุสลดใจหนุ่มนายช่างโยธารมควันฆ่าตัวตายยกครัวพ่อแม่ลูก 3 ศพ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 27 พ.ค. ร.ต.ต.ชนายุทธ ป้องคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต 3 ศพภายในบ้านเลขที่ 199/130 ซอย 4 หมู่บ้านเวอรีเดียน พรอมท์ ต.บางรักพัฒนา ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ตรวจสอบในห้องนอนชั้น 2 พบผู้เสียชีวิต 3 ศพ สภาพนอนหงายเรียงรายบนที่นอน ศพแรกทราบชื่อนางพรวิภา ปะนิทานัง อายุ 32 ปี ศพที่สอง นายนฤเบศร์ พิมพ์วัฒนา อายุ 31 ปี สามีนางพรวิภา และอีกศพชื่อ ด.ญ.พลอยไพริน พิมพ์วัฒนา อายุ 7 ขวบ เป็นลูกสาวนายนฤเบศร์และนางพรวิภา เบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลถูกทำร้าย ปลายเท้าพบเตาอั้งโล่วางอยู่ ในเตามีรอยจุดไฟจนถ่านมอดหมดแล้วสอบสวนเพื่อนนายนฤเบศร์ให้การว่า นายนฤเบศร์กับนางพรวิภาและลูกสาวอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวได้ประมาณ 2 ปีแล้ว นายนฤเบศร์ทำงานเป็นนายช่างโยธา กรมโยธาธิการและผังเมือง ส่วนนางพรวิภา เป็นนิติกรสำนักงานเทศบาลเมืองบางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนเกิดเหตุเพื่อนร่วมงานเห็นนายนฤเบศร์ไม่ไปทำงานมา 2 วัน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ กลัวจะมีปัญหา จึงไปดูที่บ้าน เมื่อไปถึงพบรถเก๋งจอดอยู่ในบ้าน ส่วนประตูบ้านปิดล็อกผิดปกติ เรียกคนในบ้านไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะที่เพื่อนบ้านข้างเคียงให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยได้ยินนายนฤเบศร์ทะเลาะกับนางพรวิภาหลายครั้ง แต่ไม่รุนแรง ล่าสุดช่วงเที่ยงคืนวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาทั้งคู่ทะเลาะกันหนักมากและได้ยินเสียงร้องไห้ รุ่งเช้าเห็นบ้านปิดเงียบ รถเก๋งจอดอยู่ในบ้าน ทั้งที่เป็นวันทำงาน ตกเย็นบ้านยังปิดเหมือนเดิม และไม่เห็นใครออกมานอกบ้าน ส่วนลูกสาวปกติจะออกมาปั่นจักรยานเล่นหลังเลิกเรียนก็ไม่เห็นเช่นกันเพื่อนบ้านให้การอีกว่า เช้าวันที่ 26 พ.ค.เริ่มเอะใจปีนบ้านเข้าไปดูและเอาไฟฉายส่องเข้าไปในบ้านพบแต่ความว่างเปล่า คิดว่ารอดูอีกวันหากไม่เจอใครจะแจ้งให้คนอื่นมาช่วยกันงัดบ้านเข้าไปดู กระทั่งเช้าวันนี้เพื่อนร่วมงานของนายนฤเบศร์มาดูที่บ้านและแจ้งตำรวจเข้าไปตรวจสอบ พบศพพ่อแม่ลูกนอนตายบนที่นอน ส่วนสาเหตุคิดว่าเกิดจากปัญหาครอบครัว เนื่องจากทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อย อีกทั้งก่อนหน้านี้นางพรวิภาเคยทักแชตมาขอภาพวงจรปิด บอกว่าจะเอาไปเป็นหลักฐานฟ้องหย่าสามี พร้อมระบุว่าอยากเลิกแต่ฝ่ายชายไม่ยอมสักทีต่อมานายบุญเลิศ แนวโอโล อายุ 60 ปี น้านางพรวิภา เข้าให้ปากคำกับตำรวจว่า นางพรวิภา หลานสาวซื้อบ้านหลังนี้ได้กว่า 2 ปีแล้ว ส่วนเรื่องปัญหาครอบครัวไม่ค่อยทราบมากนัก เพราะหลานไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง เรื่องเงินช่วงนี้อาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะต้องนำไปรักษาแม่ที่ป่วยอยู่ จ.เชียงใหม่ แต่ไม่ถึงกับต้องหยิบยืมใคร ส่วนเรื่องที่หลานสาวจะฟ้องหย่าสามีก็ไม่ทราบรายละเอียด เพิ่งมารู้วันนี้เช่นกัน หากรู้ก่อนหน้านี้คงพอหาทางแก้ปัญหาได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคาใจว่าทำไมต้องมาตัดสินใจอย่างนี้ด้าน ร.ต.ต.ชนายุทธ ป้องคำ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้ว 6 ปาก เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องในครอบครัว สันนิษฐานว่าฝ่ายชายน่าจะวางแผนในการรมควันฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่ชัดว่าศพภรรยาหรือลูกสาวเสียชีวิตก่อนหรือหลังรมควัน ต้องรอผลการชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันอีกครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่