เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษบินไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 28-31 มกราคม 2026 พร้อมกับคณะนักธุรกิจ 50 คน เพื่อขอความเมตตากรุณาพบนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และหารือเรื่องการค้า เศรษฐกิจ ลดอุปสรรคทางการค้า และขยายโอกาสให้ธุรกิจของอังกฤษในตลาดจีนหนึ่งในความใฝ่ฝันปรารถนาของนายสตาร์เมอร์ก็คือ ต้องการให้พลเมืองอังกฤษได้วีซ่าเพื่อเข้ามาเยือนจีนได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ต้องทำเรื่องยุ่งยากซับซ้อน และเสียเงินมากเหมือนเมื่อก่อนเมื่อสตาร์เมอร์ นายกฯอังกฤษมาเยือนจีนถึงบ้าน จีนก็บอกว่าพร้อมจะร่วมมือในระยะยาว ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองคนที่โมโหโกรธาฟาดงวงฟาดงา กรณีที่นายกฯอังกฤษไปเยือนจีนคือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์ตะโกนก้องร้องเตือนพวกอังกฤษว่า เฮ้ย จีนมันอันตรายมากนะ อันตรายต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงของชาติก่อนหน้าที่นายกฯอังกฤษจะไปเยือนจีน ระหว่าง 13–17 มกราคม 2026 นายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ก็ไปพบสี จิ้นผิง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดา รวมทั้งขยายความร่วมมือในทางปฏิบัติและแก้ไขข้อกังวลระหว่างกันสมัยก่อนตอนโน้น ความรู้สึกของพวกเรา อังกฤษ แคนาดา และสหรัฐฯ เป็นพวกเดียวกัน เป็นคอหอยลูกกระเดือกซึ่งกันและกัน จะว่าไปแล้วผู้คนส่วนใหญ่จากทั้ง 3 ชาติเป็นพวกที่มีบรรพบุรุษเดียวกันเสียด้วยซ้ำไปแต่เพราะความเกเรของทรัมป์ ทำให้ผู้นำแคนาดาและอังกฤษกลายเป็นลมเปลี่ยนทิศพัดไปจีน ทรัมป์เองโมโหโกรธา ตะโกนเตือนว่า การที่แคนาดาไปเยือนจีนเป็นเรื่องอันตราย แถมยังขู่แคนาดาด้วยว่า จะเก็บภาษีสินค้าแคนาดาร้อยละ 100 ถ้าแคนาดาทะลึ่งไปทำข้อตกลงกับจีนทรัมป์เตือนพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯว่า อย่าไปใกล้จีน จีนเป็นคู่แข่งสำคัญของพวกเรา และจีนเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจแม้ว่าทรัมป์จะตะโกนก้องร้องเตือน แต่ทั้งผู้นำแคนาดาและอังกฤษก็เฉยๆ เพราะรู้นิสัยใจคอว่าทรัมป์พูดกลับไปกลับมาวันละล้านรอบ สิ่งใดดีหรือไม่ดี อยู่ที่ความคิดของทรัมป์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง วันนี้ดี อ้าว พรุ่งนี้ไม่ดีแล้ว เฮ้ย มะรืนนี้กลับมาดีอีกนายสตาร์เมอร์ นายกฯอังกฤษประกาศว่า อังกฤษไม่จำเป็นต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ระหว่างสหรัฐฯกับจีน การเดินทางมาเมืองจีนครั้งนี้ เพราะรัฐบาลอังกฤษต้องการเปิดโอกาสให้ธุรกิจของคนอังกฤษเติบโตในตลาดโลกไม่ใช่เฉพาะแคนาดากับอังกฤษเท่านั้นนะครับ 3-5 ธันวาคม 2025 นายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็บินไปพบนายสี จิ้นผิง โดยบอกกับโลกว่า อ้า ข้าฯจะไปหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเมืองกับจีน9-13 พฤศจิกายน 2025 กษัตริย์สเปนก็เสด็จไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน กรกฎาคม 2025 นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียก็เดินทางไปพบนายสี ประธานาธิบดีจีนที่กรุงปักกิ่งผู้นำประเทศตะวันตกเหล่านี้ไม่ได้มาเยือนจีนกันนานแล้ว ทว่า ตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีรอบที่ 2 เมื่อ 20 มกราคม 2025 ไม่รู้อะไรไปเข้าฝันผู้นำตะวันตกทั้งหลายให้รีบวิ่งไปที่เรือบิน ต่างขี่เรือบินไปพบผู้นำจีนการเดินทางเยือนจีนของผู้นำตะวันตกบอกกับเราอย่างแน่ชัดถนัดแจ้งว่า โลกไม่ได้เดินตามเสียงตะโกนสั่งของผู้นำสหรัฐฯอีกต่อไป ยุโรป ออสเตรเลีย และแคนาดา เรียนรู้แล้วว่า สหรัฐฯในยุคของทรัมป์เป็นพันธมิตรที่ไว้ใจไม่ได้ การเมืองระหว่างประเทศยุคใหม่ไม่ใช่เป็นเรื่องของการมีเผ่าพันธุ์คอเคซอยด์เดียวกันเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นเรื่องการค้า การลงทุน และเป็นเรื่องปากท้องที่เป็นความอยู่รอดของประชาชนและของประเทศในระยะยาวเมื่อสหรัฐฯทำตัวคาดเดาไม่ได้ ผู้นำประเทศตะวันตกจำนวนไม่น้อยจึงต้องเลือกใช้สมองมากกว่าใช้อารมณ์ แล้วหันไปเจรจากับจีนด้วยท่าทีสุขุมรอบคอบ ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ผู้อ่านท่านผู้เจริญ จีนไม่ใช่ประเทศในอุดมคติของใครหลายคน แต่จีนคือความจริงทางเศรษฐกิจ และความอยู่รอดของหลายประเทศในโลกใบนี้ผู้อ่านท่านที่เคารพ โลกวันนี้ ไม่ใช่โลกเลือกข้างอีกต่อไป แต่เป็นโลกที่ต้องเลือกให้ตัวเองรอด.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม