ปี 2569 นับเป็นปีแห่งภัยคุกคามทางความมั่นคงอย่างแท้จริง สงครามในภูมิภาคหนึ่งจบไป สงครามในอีกภูมิภาคหนึ่งกำลังจะเริ่มขึ้น ประเทศ “อิหร่าน” มหาอำนาจเปอร์เซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตกอยู่ในศูนย์เล็งของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐอเมริกา โดยรูปการณ์ไม่ต่างอะไรก่อนเกิดศึก “เวเนซุเอลา” กองทัพพญาอินทรีส่งกำลังทหารจำนวนมาก เข้าไปตรึงกำลังขึงตาข่ายในลักษณะล้อมกรอบอิหร่านสะท้อน “นโยบายเรือปืน” (Gunboat Diplomacy) ของกลุ่มชาติมหาอำนาจตะวันตกในอดีต ส่งกองเรือเข้าปิดอ่าว หันปืนใหญ่เตรียมยิงถล่ม หากประเทศนั้นๆไม่ยอมทำตามที่ต้องการภาพประวัติศาสตร์เป็นเช่นไร ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” พร้อมด้วยกองเรือพิฆาตคุ้มกันซึ่งบรรทุกจรวดร่อนโทมาฮอว์กสำหรับโจมตีภาคพื้นดินมาเต็มอัตรา ถูกส่งจากภูมิภาคแปซิฟิกเข้ามาสแตนด์บายรอคำสั่งเป็นที่เรียบร้อยในทะเลอาระเบียน ทางตอนใต้ของอิหร่าน เช่นเดียวกับกองเรือพิฆาตที่ประจำการอยู่ในทะเลแดง ที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วในการยิงถล่มโจมตี “เยเมน” เครือข่ายความมั่นคงของอิหร่าน ในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลช่วงเดือน มิ.ย.2568 กำลังลาดตระเวน รอคำสั่งไฟเขียวยิงจรวดโจมตีอิหร่าน (ผ่านน่านฟ้าซาอุดี อาระเบีย-อ่าวเปอร์เซีย)ไม่รวมถึงฝูงบินกองทัพอากาศที่ยังคงทยอยเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ฝูงบินรบพรางเรดาร์ F-35 ไลท์นิ่ง ฝูงบินจู่โจม F-15 สไตรค์อีเกิ้ล ของสหรัฐฯ และกองบินเติมน้ำมันกลางอากาศ (สำหรับการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และการรอตั้งรับในกรณีที่อิหร่านตัดสินใจตอบโต้) ถูกกระจายไปยังฐานทัพต่างๆในประเทศพันธมิตรรอบๆอ่าวเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็นจอร์แดน กาตาร์ หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในวันที่เขียนคอลัมน์ชิ้นนี้ มีบางประเทศรวมถึงซาอุดีอาระเบียที่ออกมาประกาศจุดยืนแล้วว่า จะไม่ให้สหรัฐฯใช้ดินแดนหรือน่านฟ้า ปฏิบัติการโจมตีต่ออิหร่าน แต่แน่นอนหากสหรัฐฯลุยจริงๆ ก็คงไม่สามารถจะไปขัดขวางห้ามปรามได้ และในมุมหนึ่งก็มองได้ว่า อาจเป็นการออกตัวไว้ก่อนกับอิหร่านว่าเราไม่ขอเกี่ยวข้องในเรื่องนี้นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางอิสราเอลคู่ปรับตลอดกาลของอิหร่าน และพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ยังมีการส่ง พล.ต.ชโลมี บินเดอร์ ผู้บัญชาการข่าวกรองกองทัพ เข้าหารือกับกระทรวงสงครามเพนตากอน แลกเปลี่ยนข้อมูล “สิ่งที่น่าจะเป็นเป้าหมายการโจมตี” หากผู้นำสหรัฐฯตัดสินใจที่จะถล่มอิหร่านจริงๆเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2568 (ส่วนหนึ่งของสงคราม 12 วัน) กองทัพสหรัฐฯเคยปฏิบัติการ “ค้อนเที่ยงคืน” (Midnight Hammer) ตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B–2 สปิริต บินยาวจากสหรัฐฯเข้าโจมตีศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านแบบม้วนเดียวจบแต่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น มีกระแสข่าวทางหนึ่งว่า ทุกฝ่ายแอบเตี๊ยมกันลับๆ ทางอิหร่าน-อิสราเอลรบกันมาจนบอบช้ำหมดแล้ว การให้ผู้นำทรัมป์เข้ามามีบทบาทผู้ปิดฉากสงคราม ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหายแต่อย่างใด ไหนๆผู้นำสหรัฐฯตอนนั้นกำลังเล่นบทบาทผู้นำสันติภาพ อยากได้รางวัลอันทรงเกียรติโนเบลตรงกันข้ามกับครั้งนี้ ที่อิหร่านกำลังเผชิญกับความอยู่รอด ม็อบชุมนุมเรียกร้องแก้ปัญหาปากท้องในช่วงสิ้นเดือน ธ.ค.2568 ได้ลุกลามกลายเป็นม็อบเขย่ารัฐบาล เกิดการสร้างสถานการณ์จากมือที่สาม มีประชาชน-เจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จนเป็นเหตุผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯเข้ามาแทรกแซง ป่าวประกาศว่าอเมริกาอยู่ข้างผู้ชุมนุมชาวอิหร่าน รัฐบาลต้องหยุดฆ่าประชาชน และความช่วยเหลือกำลังจะมาถึงอีกไม่นานเกินรอรัฐบาลสหรัฐฯยังมีการยื่น “คำขาด” 3 ประการ ให้อิหร่านตัดสินใจหากไม่อยากถูกใช้กำลังทางทหาร ประการแรกคือ อิหร่านจะต้องยกเลิกการพัฒนานิวเคลียร์อย่างถาวร ไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะมาเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ประการที่ 2 กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านจำเป็นต้องสละอาวุธอันตราย จำนวนขีปนาวุธที่อิหร่านครอบครองอยู่ในคลังแสงจะต้องเหลือในปริมาณที่เหมาะสม และจะต้องมีการปรับสเปกคุณสมบัติของขีปนาวุธ ไม่ให้มีระยะทำการพิสัยการยิงที่เป็นภัยคุกคามตามด้วยประการที่ 3 รัฐบาลอิหร่านจะต้องรื้อถอนเครือข่ายความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุติการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะกลุ่มปาเลสไตน์ฮามาส กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน หรือกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ต้องคิดพิเคราะห์อะไรมากก็ย่อมรับรู้ได้ว่า เป็นเงื่อนไขที่แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับอิหร่าน และเป็นการยื่น “ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้” แบบภาพยนตร์มาเฟีย จับอีกฝ่ายนั่งเก้าอี้โยนปากกาให้จดนามรับรองโดยมีปืนจ่อหัว ให้อีกฝ่ายเลือกเอาว่าเศษสมองหรือลายเซ็นที่จะอยู่บนกระดาษจากทั้งหมดนี้จึงแทบจะสรุปได้ว่า ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่สงครามอิหร่านรอบใหม่ เหลือเพียงรอดูว่าจะเป็นไปในรูปแบบใดและเมื่อใด การตัดสินใจขึ้นอยู่กับประธา นาธิบดีทรัมป์แต่เพียงผู้เดียว ทางเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าบรรยายให้ท่านผู้นำรับรู้แล้วว่า “ตัวเลือก” มีอะไรบ้าง จะเล่นใหญ่ทิ้งระเบิดกวาดล้างให้เยอะที่สุด หรือจะค่อยๆทยอยเล่นงาน คว่ำบาตรเพิ่ม ป่วนระบบไซเบอร์ และโจมตีถล่มเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ไปก่อน แล้วถึงยกระดับความรุนแรงไปเรื่อยๆจนกว่าอิหร่านจะยอมจำนน.วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม